74: เด็กอายุ 12 ถึง 15 ปี: มาตรการแทนโทษ
ตัวบทกฎหมาย
เด็กอายุกว่าสิบสองปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑)ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควร จะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้
(๒)ถ้าศาลเห็นว่า บิดา มารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือ ผู้ปกครองระวังเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดซึ่งต้องไม่เกินสามปี และกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรซึ่งบิดา มารดา หรือผู้ปกครองจะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาทในเมื่อเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้น แต่ถ้าเด็กนั้นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และศาลเห็นว่า ไม่สมควรจะเรียกบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาวางข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ศาลจะเรียกตัวบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญัติไว้สำหรับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองดังกล่าวมาข้างต้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กให้แก่บุคคลนั้นไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าวได้
(๓)ส่งตัวเด็กนั้นไปยังสถานศึกษา หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่ไม่ให้เกินกว่าวันที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี
ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ตาม (๒) ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้นเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๖ ด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานอื่นใดเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้น
ในกรณีที่เด็กนั้นไม่มีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ศาลเห็นว่า ไม่สามารถดูแลเด็กนั้นได้ หรือในกรณีที่เด็กอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และบุคคลนั้นไม่ยอมรับข้อกำหนดดังกล่าวใน (๒) ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้อยู่กับบุคคลหรือองค์การที่ศาลเห็นสมควร เพื่อดูแล อบรม และสั่งสอนตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ ในเมื่อบุคคลหรือองค์การนั้นยินยอม ในกรณีเช่นว่านี้ ให้บุคคลหรือองค์การนั้นมีอำนาจเช่นผู้ปกครอง เฉพาะเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอน รวมตลอดถึงการกำหนดที่อยู่และการจัดให้เด็กมีงานทำตามสมควร หรือให้ดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นก็ได้
คำสั่งของศาลดังกล่าวใน (๒) (๓) วรรคสอง และวรรคสามนั้น ถ้าในขณะใดภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ ความปรากฏแก่ศาล โดยศาลรู้เอง หรือตามคำเสนอของผู้มีส่วนได้เสีย พนักงานอัยการ หรือบุคคลหรือองค์การที่ศาลมอบตัวเด็กเพื่อดูแล อบรม และสั่งสอน หรือเจ้าพนักงานว่า พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งนั้นหรือมีคำสั่งใหม่ตามอำนาจในมาตรานี้
คำแปลภาษาอังกฤษ
A child over twelve but not over fifteen years of age who commits an act that the law provides to be an offence shall not be punished, but the court has the power to take the following actions:
(1) to admonish the child and then release the child, and if the court thinks fit it may also summon the father, mother, guardian, or the person with whom the child resides to be admonished;
(2) if the court is of the opinion that the father, mother, or guardian is able to take care of the child, to order the child to be delivered to the father, mother, or guardian, laying down a requirement that they shall watch over the child so as not to commit an act of mischief throughout the period fixed by the court, which must not exceed three years, and fixing such sum of money as the court thinks fit, not exceeding ten thousand baht on each occasion, which they must pay to the court if the child commits an act of mischief. But if the child resides with a person other than the father, mother, or guardian, and the court is of the opinion that it is not appropriate to summon the father, mother, or guardian to have such a requirement laid down, the court may summon the person with whom the child resides and ask whether that person will accept a requirement of the kind provided above; and if that person accepts it, the court shall order the child to be delivered to that person, laying down that requirement;
(3) to send the child to a school, to a training and instruction institution, to a mental guidance institution, or to a place established for the training and instruction of children, for the period fixed by the court, but not beyond the day on which the child attains the age of eighteen years.
Where the court delivers the child to the father, mother, guardian, or the person with whom the child resides under (2), the court may also fix conditions for controlling the child's conduct in the same way as provided in Section 56, and in such a case the court shall appoint a probation officer or any other official to control the child's conduct.
Where the child has no father, mother, or guardian, or has one but the court is of the opinion that they are unable to take care of the child, or where the child resides with a person other than the father, mother, or guardian and that person does not accept the requirement mentioned in (2), the court may order the child to be delivered to such person or organisation as the court thinks fit, to take care of, train, and instruct the child for the period fixed by the court, where that person or organisation consents. In such a case that person or organisation has the powers of a guardian only for the purposes of taking care of, training, and instructing the child, including fixing the child's place of residence and arranging suitable work for the child, or child welfare protection may be undertaken under the law relating to that.
As to an order of the court under (2), (3), the second paragraph and the third paragraph, if at any time within the period fixed by the court it appears to the court, of its own knowledge or on the submission of an interested person, of the public prosecutor, of the person or organisation to whom the child was delivered for care, training, and instruction, or of an official, that the circumstances relating to that order have changed, the court has the power to vary or amend that order, or to make a new order under the powers in this Section.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้อยู่ในภาค 1 หมวดความรับผิดในทางอาญา ต่อเนื่องจากระบบขั้นบันไดตามอายุที่เริ่มในมาตรา 73 เด็กในช่วงอายุกว่า 12 ถึง 15 ปี ยังไม่ต้องรับโทษ แต่ต่างจากมาตรา 73 ตรงที่ศาลมีมาตรการเชิงแก้ไขและคุ้มครองสี่ประการแทนโทษ ตั้งแต่การว่ากล่าวตักเตือนไปจนถึงการส่งตัวไปสถานฝึกอบรมจนอายุสิบแปดปี ข้อกำหนดและเงินประกันตาม (2) บังคับผ่านมาตรา 77 ซึ่งให้ศาลบังคับชำระเงินหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดได้หากผู้รับดูแลไม่ระวังเด็ก เส้นแบ่งกับมาตรา 75 ชัดเจน เมื่ออายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป เด็กจะพ้นช่วงไม่ต้องรับโทษนี้ และเปลี่ยนเป็นการที่ศาลอาจพิพากษาลงโทษโดยลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่ง
ความสำคัญต่อ
สำหรับเด็กในช่วงอายุนี้ผลจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการปรับหรือคุณสมบัติของหลักการภายใต้การกำกับดูแลของศาลประเด็นที่แท้จริงเพราะเหตุนั้นถึงรูปแบบใด ๆ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของส่วนใดส่วนหนึ่งที่รับมอบตัวเด็กตาม (2) พิธีกรรับน้ำหนักของประสิทธิภาพของการจ่ายเงินในศาลกำหนดในขณะที่เด็กก่อเหตุร้ายขึ้นอีกการวิจารณ์มากขึ้นกว่าสิบปีที่ผ่านมาแต่ไม่เกินสิบห้าปีต่อเนื่องไปจนถึงประเด็นสำคัญเพราะแยกช่วงรับผลกระทบจากพลเมืองตามมาตรา 75
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 6065/2559 (2016)
เด็กอายุกว่าสิบสองปีแต่ไม่เกินสิบห้าปีไม่ต้องรับโทษ ศาลอาจว่ากล่าวตักเตือนและมอบตัวเด็กให้ผู้ปกครองดูแลโดยวางข้อกำหนด
จำเลยอายุ 14 ปีเศษขณะกระทำการ แม้กระทำความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษตามมาตรา 74 ศาลว่ากล่าวตักเตือนและมอบตัวจำเลยให้ผู้ปกครองรับกลับไปดูแล พร้อมวางข้อกำหนดให้ชำระเงินหากจำเลยก่อเหตุร้ายอีกภายในหนึ่งปี
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 10272/2559 (2016)
คำสั่งตามมาตรา 74 (5) ที่ให้ส่งเด็กไปฝึกและอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนย่อมมีได้ไม่เกินกว่าเด็กมีอายุครบสิบแปดปี เมื่อเด็กมีอายุครบสิบแปดปีในระหว่างการพิจารณา คำสั่งดังกล่าวย่อมดำเนินการไม่ได้ ศาลต้องเลือกใช้วิธีการอื่นตามมาตรา 74 เช่น มอบตัวเด็กให้แก่มารดาหรือผู้ปกครองตาม (2) โดยกำหนดเงื่อนไขตาม (3)
จำเลยซึ่งขณะเกิดเหตุอายุ 14 ปีเศษ ร่วมกับพวกพรากผู้เสียหายที่ 1 อายุ 14 ปีเศษ ไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจาร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวการร่วม มิใช่เพียงผู้สนับสนุน และไม่ต้องรับโทษเพราะอายุ ศาลล่างทั้งสองสั่งส่งตัวจำเลยไปรับการฝึกและอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 ตามมาตรา 74 (5) ขั้นต่ำ 1 ปี ขั้นสูง 2 ปี แต่ไม่เกินอายุครบสิบแปดปี เมื่อจำเลยมีอายุครบสิบแปดปีในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงส่งตัวไปฝึกและอบรมไม่ได้ ศาลฎีกาจึงมอบตัวจำเลยให้แก่มารดาหรือผู้ปกครองตามมาตรา 74 (2) โดยกำหนดเงื่อนไขตาม (3)
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4187/2558 (2015)
มาตรา 74 และมาตรา 75 แบ่งช่วงอายุอย่างชัดเจน จำเลยอายุสิบสี่ปีไม่ต้องรับโทษตามมาตรา 74 ส่วนจำเลยร่วมอายุสิบห้าปีถูกลงโทษโดยลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75
จำเลยสองคนร่วมกันกระทำความผิด จำเลยที่ 1 อายุ 14 ปีเศษ ไม่ต้องรับโทษตามมาตรา 74 ส่วนจำเลยที่ 2 อายุ 15 ปีเศษ ถูกลงโทษแต่ลดมาตราส่วนโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 แสดงเส้นแบ่งระหว่างสองมาตรา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 83 คดี (พ.ศ. 2506 ถึง 2559)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10272/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6065/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4187/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 21623/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 12008/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7066/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8914/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1701/2548 (2005)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
วันที่ 13 หรือ 14 ปีถูกลงโทษหรือไม่
ไม่เป็นไปตามมาตรา 74 ส่วนใหญ่กว่าสิบเป็นเวลานานแต่ไม่เกินสิบห้าปีไม่ต้องรับดาวเคราะห์ แต่ศาลอาจใช้มาตรการ เช่น กล่าวกล่าวตักเตือนข้อกำหนดกับผู้ปกครองหรือส่งตัวไปสถานพยาบาล
ผู้ปกครองต้องชำระเงินหากเด็กมาก่อนเหตุอีก
ถ้าศาลมอบตัวเด็กให้ผู้ปกครองตาม (2) ศาลอาจกำหนดเงินไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทที่ผู้ปกครองต้องชำระทุกครั้งที่เด็กก่อนเหตุร้ายขึ้น
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 74 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 74. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-74/ (accessed 17 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 74 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-74/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-74/"><p>เด็กอายุกว่าสิบสองปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑)ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควร จะเรียกบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้ (๒)ถ้าศาลเห็นว่า บิดา มารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดา มารดา หรือ ผู้ปกครองระวังเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดซึ่งต้องไม่เกินสามปี และกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควรซึ่งบิดา มารดา หรือผู้ปกครองจะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาทในเมื่อเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้น แต่ถ้าเด็กนั้นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และศาลเห็นว่า ไม่สมควรจะเรียกบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาวางข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ศาลจะเรียกตัวบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญัติไว้สำหรับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองดังกล่าวมาข้างต้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กให้แก่บุคคลนั้นไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าวได้ (๓)ส่งตัวเด็กนั้นไปยังสถานศึกษา หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานแนะนำทางจิต หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่ไม่ให้เกินกว่าวันที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดา…</p><footer>Penal Code, s. 74 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-74/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา