บทบัญญัตินี้คุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์และผู้ดำรงตำแหน่ง คำพิพากษาฎีกาที่ 1234/2552: จำเลยกล่าวข้อความในที่สาธารณะอันถือเป็นหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงควา
⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ
ศาลวินิจฉัยว่าบทบัญญัติดังกล่าวคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางราชวงศ์ที่ระบุไว้ เจตนาหมิ่นประมาทอาจอนุมานได้จากลักษณะและเนื้อหาของคำกล่าว และความจริงไม่ใช่ข้อแก้ตัวภายใต้มาตรานี้ เนื่องจากแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความจริงทั่วไป การหมิ่นประมาท บทบัญญัติ.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 112 คุ้มครองสถาบันส่วนใหญ่และผู้ที่อยู่ในกฎหมายกำหนดตามลำดับหมิ่นประมาทอาจต้องคำนึงถึงลักษณะและส่วนประกอบข้อความและความจริงไม่เป็นข้อแก้ตัวเพราะการอ้างอิงบทนี้แตกต่างจากหมิ่นประมาทธรรมดา
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป
ข้อเท็จจริงของคดี ข้อเท็จจริง
คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
ศาลวินิจฉัยว่าบทบัญญัติดังกล่าวคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางราชวงศ์ที่ระบุไว้ เจตนาหมิ่นประมาทอาจอนุมานได้จากลักษณะและเนื้อหาของคำกล่าว และความจริงไม่ใช่ข้อแก้ตัวภายใต้มาตรานี้ เนื่องจากแตกต่างอย่างพื้นฐานจากบทบัญญัติหมิ่นประมาททั่วไป.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 112 คุ้มครองสถาบันส่วนใหญ่และผู้ที่อยู่ในกฎหมายกำหนดตามลำดับหมิ่นประมาทอาจต้องคำนึงถึงลักษณะและส่วนประกอบข้อความและความจริงไม่เป็นข้อแก้ตัวเพราะการอ้างอิงบทนี้แตกต่างจากหมิ่นประมาทธรรมดา
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย โรงละคร
คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม
ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 1234/2552 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 1234/2552 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
ปี: 2009 (พ.ศ. 2552)
มาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง: อาญา — มาตรา 112
สรุป
มาตรา 112 กำหนดให้การหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือข่มขู่พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นความผิดทางอาญา จำเลยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสาธารณะซึ่งศาลพบว่าเป็นการหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาลวินิจฉัยว่าบทบัญญัตินี้คุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งราชวงศ์ที่ระบุไว้ เจตนาที่จะหมิ่นประมาทสามารถอนุมานได้จากลักษณะและเนื้อหาของถ้อยแถลง และความจริงไม่ใช่ข้อแก้ตัวภายใต้มาตรานี้ เนื่องจากแตกต่างอย่างพื้นฐานจากบทบัญญัติหมิ่นประมาททั่วไป
ข้อเท็จจริงของคดี
มาตรา 112 กำหนดให้การหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือข่มขู่พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นความผิดทางอาญา จำเลยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสาธารณะซึ่งถูกตัดสินว่าเป็นการหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์.
คำตัดสินของศาล
ศาลวินิจฉัยว่าบทบัญญัติดังกล่าวคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางราชวงศ์ที่ระบุไว้ เจตนาหมิ่นประมาทอาจอนุมานได้จากลักษณะและเนื้อหาของคำกล่าว และความจริงไม่ใช่ข้อแก้ตัวภายใต้มาตรานี้ เนื่องจากแตกต่างอย่างพื้นฐานจากบทบัญญัติหมิ่นประมาททั่วไป.
การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
ศาลวินิจฉัยว่าบทบัญญัติดังกล่าวคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางราชวงศ์ที่ระบุไว้ เจตนาหมิ่นประมาทอาจอนุมานได้จากลักษณะและเนื้อหาของคำกล่าว และความจริงไม่ใช่ข้อแก้ตัวภายใต้มาตรานี้ เนื่องจากแตกต่างอย่างพื้นฐานจากบทบัญญัติหมิ่นประมาททั่วไป.
ผลกระทบในทางปฏิบัติ
กรณีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐจะได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ การบันทึกรายละเอียดการติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้งจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง.
---
หมายเหตุ: นี่คือบทสรุปภาษาอังกฤษของคำพิพากษาต้นฉบับภาษาไทย.
สำหรับข้อความภาษาไทยที่ถูกต้อง โปรดดูฉบับภาษาไทยด้านบน
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ deka.supremecourt.or.th.
โจทก์เซอร์กิตและแก้ไขคำเซอร์ขอให้บังคับจำเลยที่ 4 ชำระเงินจำนวน 15,688,181.68 บาท แก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ถึงรับผิดในต้นเงินจำนวน 11,230,173.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยต่อไปโดยให้จำเลยที่ 4 ชำระดอกเบี้ยเปอร์เซ็นต์แรก 7.5 การพิจารณาของเงิน 15,115,566.89 บาท นับแต่วันประชุมจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้นส่วนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เดือนดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ของต้นเงิน 10,804,502.33 บาท นับแต่วันต่อมาจนกว่าจะชำระเสร็จจนครบโจทก์
จำเลยที่ 1 ต้องรอการยกเซอร์กิต
จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ 4 ต้องรอการยกเซอร์กิต
จำเลยที่ 1 และที่ 3 ขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงิน 11,230,173.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราค่าบริการ 15 ของต้นเงิน 10,804,502.33 บาท นับเดือนวันและเวลา (วันที่ 12 มิถุนายน 2539) ก่อนที่ชำระเสร็จเรียบร้อยโจทก์จะไม่ชำระจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ค้ำประกันชำระหนี้กรณีผู้ใหญ่โจทก์มักจะเรียกเอาจากประธานาธิบดีก่อนและให้จำเลยที่ 1 บาทถึงที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤฤชาแทนโจทก์โดยทนายความ 15,000 บาท ยกจำเลยที่ 4 และให้โจทก์ใช้ค่าฤชาไม่จำเป็นต้องจำเลยที่ 4 โดยทนายความ 10,000
โจทก์จดหมายร้องขอความเป็นธรรม
ศาลยุติธรรมพิพากษาแก้เป็นว่าไม่ต้องจำเลยที่ 4 ตรวจสอบการชำระเงินจำนวน 11,610,539.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราทด 7.5 ชนิดของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องต้นๆ จะต้องชำระเสร็จจนโจทก์โดยให้จำเลยที่ 1 สำหรับรับผิดในวงเงิน 11,230,173.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ของเงิน 10,804,502.33 บาท นับวันนัดหมาย (ตรวจสอบวันที่ 12 มิถุนายน 2539) ก่อนที่จะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์เพื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามแก่โจทก์เพื่อเรียกเอาจากเลยที่ 1 เพิ่มเติมให้จำเลยที่ 4 ใช้ค่าฤชาฟิลิปินเทศแทนโจทก์โดยทนายความรวม 20,000 บาทที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นชั้น
จำเลยที่4ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 4 สิทธิพิเศษนำจำนวน 13,522,469.67 บาท หักลบลบหนี้กับยอดหนี้จำนวนจำนวน 11,610,539.33 บาท พิจารณาดูตามหนังสือทางการแพทย์และการรักษาสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ส่วนจำเลยที่ 4 มีไปที่จำเลยที่ 1 วันที่ 31 มีนาคม 2537 มีว่าข้อความ "ทำความเข้าใจกับเอทีแอนด์ที (AT&T) เพียงแต่ช่วยให้คุณติดตามการจ่ายเงินโดยตรงไปยังท่านอื่นๆ บริษัท และในการจ่ายเงินสำหรับเรื่องนี้เอทีแอนด์ทีจะไม่และต้องไม่เป็นที่ทราบข่าวเพิ่มต่อท่านหรือต่อการถ่ายโอนสิทธิในการอนุญาตการบังคับใช้สิทธิไม่บ่งบอกถึงความใดๆ ของเอทีแอนด์ทีสละสิทธิในการเรียกร้องอยู่ในสัญญา" ขอย้ำนี้ชี้ชัดว่าจำเลยที่ 4 สืบสวนสอบสวนในสิทธิเรียกร้องโดยไม่หยุดหย่อนผลประโยชน์แต่ถือเป็นระบบภายในกรอบแห่งการกระทำของจำเลยที่ 4 คงไม่มีใครยังคงอยู่ในสัญญาระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 4 ดังนั้นจงจำเลยที่ 4 จะต้องสู้จำเลยที่ 1 บางครั้งย่อมมีสิทธิยกขึ้นต่อสู้กับโจทก์เพื่อรับโอนสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ผู้โอนได้ศาลฎีกาพิเคราะห์บริการโลหิต (LTH. 306) ซึ่งในข้อ 1 เรียกจำเลยที่ 4 ว่า "บริษัท" และในข้อ 2 เรียกจำเลยที่ 1 ว่า "ผู้ลิต" ปรากฏว่าในสัญญาข้อ 9 ส่วนราชการมีข้อความพอสังเขปว่า "บริษัทจะจ่ายให้กับผู้มีอำนาจสำหรับพื้นที่ตามอัตราที่ระบุในชั้นราคา ก........ อัตราสำหรับพื้นที่จะรวมถึงค่าแรงงานบางอย่างวัสดุและเงินทดรองจ่ายอื่นๆ วัสดุและเงินทดรองจ่ายอื่นๆ ส่วนที่ต้องการให้งานบริการสำหรับส่วนต่างๆ ภายใต้สัญญานี้.......บริษัทจะจ่ายเพียงจ่ายให้กับพนักงานผู้มีอำนาจตามชั่วโมงการทำงานจริงเท่านั้น....." และอีกมากมายในสัญญาข้อ 21 การชดใช้ค่าที่ปรึกษา "........ ผู้พิจารณาดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายและบริษัท.......มิให้ได้รับผลประโยชน์จากองค์กรหลักเรียกร้องคดีความไม่ถูกต้องรับผิด และค่าใช้จ่าย.............ของหรือจะขึ้นอยู่กับมาจาก........(3) ตรวจสอบและพิจารณาถึงจุดดังกล่าวเพื่อดูข้อเรียกร้องสำหรับคนงานวัสดุและข้อพิจารณาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยทางอ้อมในคืนนี้........" แล้วพิจารณางานวางเครือข่ายสายโทรศัพท์ด้านธนบุรีของกรุงเทพมหานครซึ่งจำเลยที่ 4 รับเหมาช่วงงานจากบริษัทเทเลคอมเอเซียจำกัดงานโครงการใหญ่ ซึ่งต้องใช้ความรู้ที่ทราบโดยเฉพาะทางตลอดทั้งผู้ตรวจสอบทั้งด้านวิชาการและด้านแรงงานจำนวนมากเป็นงานด้านวิชาการซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสังคมส่วนรวม, ปกติวิพูดที่จำเลยที่ 4 ในกรณีที่รับเหมาช่วงงานมาจากบริษัทเทเลคอมเอเซีย จำกัด จะต้องพยายามควบคุมข้อสัญญาให้พิจารณามิลเลอร์เหตุขัดข้องเกิดขึ้นอันหนึ่งจะส่งผลให้งานไม่สำเร็จตามสัญญาลักษณ์ในสัญญาข้อ 9 และข้อ 21 มีส่วนร่วมถึงคานรมณ์ของจำเลยที่ 4 ที่จะป้องกันมิให้งานพยาบาลเพราะจำเลยที่ 1 มีเหตุขัดข้องเกี่ยวกับค่าแรงงานที่ต้องจ่ายให้กับพนักงานส่วนรวมอยู่ด้วยการมีส่วนร่วมจำเลยที่ 4 มีสิทธิที่จะจ่ายเงินตามสัญญาให้กับพนักงานของจำเลยที่ 1 ได้อีกต่อไป เพื่อให้พนักงานไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 4 หาใช่เลยที่ 4 กรรมการต้องจ่ายเงินตามสัญญาที่ให้จำเลยที่ 1 เท่าที่คู่สัญญาเท่านั้นไม่ต้องใช้การที่จำเลยที่ 4 ใช้สิทธิตามสัญญาจ่ายเงินให้กับพนักงานของจำเลยที่ 1 ขอให้จำเลยที่ 1 ร้องขอตามแต่จะส่งผลดีที่งานจะได้ทำกรอบสัญญาในจำเลยที่ 4 ชื่อผู้มีสิทธิที่จะนำจำนวน 13,522,469.67 บาท หักลบหนี้กับเงินในจำนวน 11,610,539.33 บาท ซึ่งจำเลยที่ 4 บาทเพื่อให้หนี้จำนวนนั้นระงับไปโจทก์ในฐานะโอนสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ผู้โอนสิทธิเรียกร้องที่จะเรียกให้จำเลยที่ 4 บาท 11,610,539.333333 แก่นที่ศาลยุติธรรมให้จำเลยที่ 4 ฟังขึ้นผิดต่อโจทก์ในการพิจารณามานั้นด้วยความเคารพของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 4 ฟังขึ้น และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 4 เกี่ยวกับค่าบาฤชาศาล
พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกเซอร์ไพรส์เลยที่ 4 ค่าฤชามักจะดูภาพศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 4 ให้เป็นพรีออร์เดอร์ที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลยุติธรรม.
มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง
💡 สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับคุณ 💡 นั่นหมายถึงสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อย เลย
ตามกฎหมายไทย อะไรคือการใช้อำนาจในทางที่ผิด? อะไรเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบทาร์ไทย?
ในคำตัดสินที่ 1234/2552 ศาลได้วินิจฉัยว่าบทบัญญัติดังกล่าวคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์และบุคคลที่ดำรงตำแหน่งในราชวงศ์ที่ระบุไว้ เจตนาที่จะหมิ่นประมาทอาจอนุมานได้จากลักษณะและเนื้อหาของคำกล่าว และความจริงไม่ใช่ข้อแก้ตัวภายใต้มาตรานี้ เนื่องจากแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความจริงทั่วไป
ฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 1234/2552 เกี่ยวกับมาตรา 112
📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า