มาตรา 6
ตัวบทกฎหมาย
ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริตมาตรา ๗[3] ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี อัตราตามวรรคหนึ่งอาจปรับเปลี่ยนให้ลดลงหรือเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยปกติให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนทุกสามปีให้ใกล้เคียงกับอัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากกับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
Every person is presumed to be acting in good faith.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 6 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 1 (บททั่วไป) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับนักกฎหมาย: เมื่อความสุจริตของลูกความถูกโต้แย้ง ให้ยกมาตรา 6 เป็นเกราะ โดยให้ฝ่ายตรงข้ามพิสูจน์การกระทำโดยไม่สุจริต สำหรับประชาชน: กฎหมายเริ่มต้นจากสมมติฐานว่าท่านกระทำโดยสุจริต ผู้ที่กล่าวเป็นอย่างอื่นต้องพิสูจน์
ความเป็นมาทางกฎหมาย
เป็นส่วนหนึ่งของการประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดั้งเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6454/2558 (2015)
ผู้กล่าวอ้างการไม่สุจริตมีภาระหักล้างข้อสันนิษฐานตามมาตรา 6 เอง
ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามมาตรา 6 โจทก์จึงมีภาระพิสูจน์ว่าจำเลยรับโอนโดยไม่สุจริต
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6744/2539 (1996)
เจ้าของร่วมที่มีชื่อในโฉนดได้รับสันนิษฐานว่าถือกรรมสิทธิ์โดยสุจริตตามมาตรา 6 คู่กรณีต้องนำสืบหักล้างให้เพียงพอ
โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของร่วมในโฉนด จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าถือกรรมสิทธิ์โดยสุจริตตามมาตรา 6 เมื่อพยานหลักฐานจำเลยหักล้างไม่ได้ คดีจึงเป็นคุณแก่โจทก์
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา