มาตรา 1458: ความยินยอมของบุคคลทั้งสองฝ่ายที่จะสมรส
ตัวบทกฎหมาย
การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลสองคนยินยอมเป็นคู่สมรสกัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A marriage may be made only when two persons consent to be spouses of each other, and that consent must be declared openly before the registrar, who shall record it.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1458 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 5 (ครอบครัว) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: การจดทะเบียนสมรสโดยปราศจากความยินยอมตามที่มาตรา 1458 กำหนด ย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 มิใช่โมฆียะ และเฉพาะคำพิพากษาของศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะได้ตามมาตรา 1496 โดยคู่สมรส บิดามารดา หรือผู้สืบสันดานเป็นผู้ร้องขอ ถ้าไม่มีบุคคลดังกล่าว ผู้มีส่วนได้เสียจะร้องขอให้พนักงานอัยการเป็นผู้ร้องขอต่อศาลก็ได้ ส่วนการถูกข่มขู่หรือถูกกลฉ้อฉลเป็นคนละกรณีและมีผลต่างกัน กล่าวคือการสมรสเป็นโมฆียะตามมาตรา 1506 และมาตรา 1507 เฉพาะคู่สมรสที่ถูกข่มขู่หรือถูกกลฉ้อฉลเท่านั้นที่ขอเพิกถอนได้ตามมาตรา 1508 และสิทธินั้นระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่พ้นจากการข่มขู่ หรือพ้นเก้าสิบวันนับแต่รู้ถึงกลฉ้อฉลและอย่างช้าหนึ่งปีนับแต่วันสมรส สำหรับประชาชน: หากท่านถูกแอบอ้างตัวหรือไม่เคยให้ความยินยอมอย่างแท้จริง การสมรสเป็นโมฆะ แต่ยังต้องมีคำพิพากษาของศาลแสดงเช่นนั้น ควรปรึกษาทนายความโดยด่วน
ความเป็นมาทางกฎหมาย
แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 23 มกราคม 2568 ถ้อยคำเดิมที่อ้างถึง 'ชายและหญิง' ถูกแทนที่ด้วยถ้อยคำเป็นกลางทางเพศ โดยให้ความยินยอมร่วมกันเป็นข้อกำหนดสำคัญโดยไม่คำนึงถึงเพศ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5280/2544 (2001)
การจดทะเบียนสมรสโดยหญิงอื่นแอบอ้างชื่อ อันทำให้ผู้ที่ถูกอ้างชื่อมิได้ให้ความยินยอม เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๘ และตกเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๔๙๕ แต่จะต้องมีคำพิพากษาของศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะ โดยคู่สมรส บิดามารดา หรือผู้สืบสันดานอาจร้องขอได้ตามมาตรา ๑๔๙๖ ผู้สืบสันดานย่อมร้องขอได้แม้การสมรสสิ้นสุดลงเพราะความตายแล้ว เพราะความเป็นโมฆะยังคงปรากฏอยู่และกระทบกระเทือนสิทธิของตน
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างจำเลยกับนาง ส. มารดาโจทก์เป็นโมฆะ โดยอ้างว่าจำเลยจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นซึ่งแอบอ้างชื่อว่าเป็นนาง ส. อันเป็นการกล่าวอ้างว่ามีการจดทะเบียนสมรสไม่ถูกต้องตามกฎหมายโดยนาง ส. ไม่ได้ให้ความยินยอม เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๘ ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๔๙๕ ซึ่งจะต้องมีคำพิพากษาของศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสเป็นโมฆะ โดยคู่สมรส บิดามารดา หรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสอาจร้องขอได้ตามมาตรา ๑๔๙๖ ดังนั้น แม้นาง ส. ถึงแก่ความตายทำให้การสมรสสิ้นสุดลงก่อนโจทก์ฟ้อง แต่เมื่อยังปรากฏความเป็นโมฆะอยู่โดยยังไม่มีคำพิพากษาให้เป็นโมฆะ ย่อมกระทบกระเทือนสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3898/2548 (2005)
ผู้ที่จะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสที่ฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๘ ตกเป็นโมฆะ ได้แก่ คู่สมรส บิดามารดา หรือผู้สืบสันดานของคู่สมรส หรืออัยการ บุคคลนอกเหนือจากนี้ย่อมร้องขอไม่ได้ และตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาของศาล การสมรสนั้นย่อมยังคงมีอยู่
บุคคลที่จะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสที่ฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๕๘ ตกเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๔๙๕ ได้แก่ คู่สมรส บิดามารดา หรือผู้สืบสันดานของคู่สมรส หรืออัยการ เมื่อผู้คัดค้านไม่ใช่บุคคลดังกล่าว จึงไม่อาจขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างผู้ตายกับผู้ร้องเป็นโมฆะได้ และเมื่อผู้ร้องจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายกับผู้ตาย ผู้ร้องย่อมเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย หากการสมรสไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คำพิพากษาของศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๔๙๖ เมื่อยังไม่มีฝ่ายใดฟ้องและไม่มีคำพิพากษาเช่นว่านั้น การสมรสจึงยังคงมีอยู่ ผู้ร้องยังเป็นคู่สมรสของผู้ตายและเป็นทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิรับมรดกตามมาตรา ๑๖๒๙ วรรคสอง และมีสิทธิขอตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 12 คดี (พ.ศ. 2519 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1541/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10442/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4027/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3898/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5351/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1067/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5280/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1127/2536 (1993)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 1495 8
- มาตรา 1496 4
- มาตรา 1457 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 1458 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1458. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1458/ (accessed 17 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1458 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1458/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1458/"><p>การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลสองคนยินยอมเป็นคู่สมรสกัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1458 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1458/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา