มาตรา 1015: การได้สภาพนิติบุคคล
ตัวบทกฎหมาย
ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว ท่านจัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A partnership or company, upon registration being made according to the provisions of this Title, continues a juristic person distinct form the partners or shareholders of whom it is composed.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1015 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
ทนายความ: สภาพนิติบุคคลแยกต่างหากหมายความว่าบริษัทสามารถฟ้องและถูกฟ้อง ถือทรัพย์สิน และทำสัญญาในชื่อตนเอง 'ม่านบริษัท' แยกนิติบุคคลออกจากผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นไม่ต้องรับผิดส่วนตัวสำหรับหนี้บริษัท (เกินกว่าค่าหุ้นที่ยังค้าง) เว้นแต่จะทะลุม่านบริษัท ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนไม่มีการแยกดังกล่าว ประชาชนทั่วไป: เมื่อบริษัทจดทะเบียนแล้ว เป็นบุคคลตามกฎหมายแยกต่างหาก หนี้ของบริษัทไม่ใช่หนี้ของผู้ถือหุ้นโดยอัตโนมัติ
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5674/2530 (1987) ★ คดีนำ
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนไม่เป็นนิติบุคคลและไม่สามารถเป็นคู่ความในคดีได้ ต้องใช้ผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นคู่ความแทน
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนไม่เป็นนิติบุคคล เฉพาะบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเท่านั้นที่จะเป็นคู่ความในคดีได้ ห้างหุ้นส่วนที่ไม่จดทะเบียนจึงไม่สามารถฟ้องหรือถูกฟ้องในชื่อตนเอง ต้องใช้ชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 17 คดี (พ.ศ. 2489 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4502/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4605/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6840/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3150/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 17827/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8753/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2082/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4546/2540 (1997)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
เมื่อจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยแล้ว มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
เมื่อจดทะเบียนแล้ว บริษัทมีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1015 บริษัทสามารถถือทรัพย์สิน ทำสัญญา ฟ้องและถูกฟ้องในชื่อตนเอง ผู้ถือหุ้นโดยทั่วไปได้รับการคุ้มครองจากหนี้ของบริษัทเกินกว่าค่าหุ้นที่ยังค้างชำระ
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 1015 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1015. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1015/ (accessed 8 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1015 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1015/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1015/"><p>ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว ท่านจัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1015 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1015/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา