มาตรา 1015 — การได้สภาพนิติบุคคล
ตัวบทกฎหมาย
ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว ท่านจัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นมาตรา ๑๐๑๖[42] การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท การแก้ไขข้อความที่ได้จดทะเบียนไว้ในภายหลัง และการจดทะเบียนอย่างอื่นตาม
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A partnership or company, upon registration being made according to the provisions of this Title, continues a juristic person distinct form the partners or shareholders of whom it is composed.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1015 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
ทนายความ: สภาพนิติบุคคลแยกต่างหากหมายความว่าบริษัทสามารถฟ้องและถูกฟ้อง ถือทรัพย์สิน และทำสัญญาในชื่อตนเอง 'ม่านบริษัท' แยกนิติบุคคลออกจากผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นไม่ต้องรับผิดส่วนตัวสำหรับหนี้บริษัท (เกินกว่าค่าหุ้นที่ยังค้าง) เว้นแต่จะทะลุม่านบริษัท ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนไม่มีการแยกดังกล่าว ประชาชนทั่วไป: เมื่อบริษัทจดทะเบียนแล้ว เป็นบุคคลตามกฎหมายแยกต่างหาก หนี้ของบริษัทไม่ใช่หนี้ของผู้ถือหุ้นโดยอัตโนมัติ
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5674/2530 (1987) ★ คดีนำ
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนไม่เป็นนิติบุคคลและไม่สามารถเป็นคู่ความในคดีได้ ต้องใช้ผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นคู่ความแทน
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนไม่เป็นนิติบุคคล เฉพาะบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเท่านั้นที่จะเป็นคู่ความในคดีได้ ห้างหุ้นส่วนที่ไม่จดทะเบียนจึงไม่สามารถฟ้องหรือถูกฟ้องในชื่อตนเอง ต้องใช้ชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
คำถามที่พบบ่อย
เมื่อจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยแล้ว มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
เมื่อจดทะเบียนแล้ว บริษัทมีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1015 บริษัทสามารถถือทรัพย์สิน ทำสัญญา ฟ้องและถูกฟ้องในชื่อตนเอง ผู้ถือหุ้นโดยทั่วไปได้รับการคุ้มครองจากหนี้ของบริษัทเกินกว่าค่าหุ้นที่ยังค้างชำระ