แลนด์มาร์ค คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. คำตัดสินที่ 2159/2562 คำพิพากษาที่ 2159/2562 2019 (พ.ศ. 2562) ชาวต่างชาติวิจารณ์

ข้อจำกัดด้านความสงบเรียบร้อยของประชาชนเกี่ยวกับข้อตกลงก่อนสมรส กฎระเบียบที่เหมาะสมในสัญญาก่อนแต่งงาน

ส่วนต่างๆ ของ CCC: ไทม์ ป.พ.พ.:

⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ

สิทธิในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1465 และ 1535 นั้น ไม่สามารถโอนให้ศาลได้ จะ ยกเลิกข้อตกลงก่อนสมรสที่ลิดรอนการคุ้มครองตามกฎหมาย.

สิทธิในการดำเนินการตามปกติตามลำดับตามมาตรา 1465 และ 1535 และจะต้องพิจารณาคำพิพากษาที่จะเพิกถอนข้อตกลงในสัญญาก่อนรวมถึงที่ยกเว้นบางส่วนเท่านั้น...

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป

โดยอ้างอิงจากคำตัดสินที่ 1885/2541 คู่สมรสพยายามทำสัญญาเพื่อสละสิทธิ์ในการรับค่าเลี้ยงดูผ่านทาง... ข้อตกลงก่อนสมรส. ศาลได้ยกเลิกบทบัญญัติเหล่านี้เนื่องจากเป็นการละเมิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน.
เนื่องจากคำพิพากษาที่ 1885/2541 คนขับพยายามสละสิทธิค่าครองชีพผ่านคำบรรยายก่อนการพิจารณาคดีเพื่อดูคำร้องขอเนื่องจากการขัดต่ออย่างละเอียดเรียบร้อย

คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

สิทธิในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1465 และ 1535 นั้น ไม่สามารถโอนหรือยกเลิกได้ด้วยการทำสัญญา ศาลจะเพิกถอนข้อตกลงก่อนสมรสที่ยกเลิกการคุ้มครองตามกฎหมายเหล่านี้.
สิทธิในการดำเนินการตามปกติตามลำดับตามมาตรา 1465 และ 1535 และจะต้องพิจารณาคำพิพากษาที่จะเพิกถอนข้อตกลงในสัญญาก่อนรวมถึงที่ยกเว้นบางส่วนเท่านั้น...

คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม

ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 2159/2562 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 2159/2562 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

อ้างอิงจากมติที่ 1885/2541,
ศาลได้ยกเลิกข้อตกลงก่อนสมรสอีกครั้ง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวพยายามที่จะ...
ยกเลิกค่าเลี้ยงดูคู่สมรส ผู้พิพากษาเน้นย้ำว่า “สิทธิในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1465 และ 1535 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งนั้น ไม่สามารถทำสัญญาเพื่อยกเลิกได้”

ดาวน์โหลดข้อตกลงก่อนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย →
ตามป.พ.พ. ส่วน 233 สิทธิในการเรียกร้องสิทธิในมูลหนี้ในกรณีฉุกเฉินขัดขืนปฏิเสธการใช้สิทธิเรียกร้องเป็นเหตุให้หนี้เสียประโยชน์นั้น กฎอัยการตรวจสอบสิทธิในสิ่งที่คุณเจ้าหนี้แทนได้เพียงแต่ห้ามมิให้สิทธิในเครื่องแบบส่วนตัวของนักเรียนโดยแท้เท่านั้น สิทธิดังกล่าวจึงอยู่ไม่จำกัดเฉพาะสิทธิการชำระเงินหรือเจ้าเงินเท่านั้น สิทธิในการสอบสวนเฉพาะตัวในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับผลประโยชน์หรือเป็นกิจกรรมที่ต้องทำ พิจารณาทั่วไปเกี่ยวกับการเรียกร้องคุณสมบัติหลักๆ ที่ไม่เป็นเฉพาะตัวแต่เพียงอย่างเดียวอาจส่งผลต่อการเรียกค่าสินไหมจากชายผู้วิจัยในผู้หญิงคู่นี้ สิทธิในการเรียกค่าอุปถัมภ์การะพิจารณาถึงหนี้ระหว่างสามีภริยาและการพิจารณาคดีกับบุตรสิทธิที่แตกต่างกันอย่างมาก โครงสร้างองค์กรเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าหนี้ก็ไม่ได้อาจเรียกร้องแทนผู้บริหารได้ เนื่องจากเป็นการกระทำส่วนบุคคลของบุคคลนั้น ๆ แต่สำหรับสิทธิเรียกร้องทรัพย์มรดกที่ตกทอดมาถึงอดีตทายาทแห่งมรดกนั้นประสิทธิภาพของป.พ.พ. มาตรา 1614 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเฉพาะว่าพระมหากษัตริย์ทายาทสละมรดกที่ได้รับการยกย่องใดๆ โดยที่รู้อยู่ว่าการที่เจ้าหนี้จะสูญเสียผลประโยชน์ที่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการสละมรดกนั้นเสียได้สิทธิในการเรียกร้องมรดกที่ตกทอดแก่ๆ ในขณะที่ทายาทแห่งกองมรดกนั้นชื่อว่ามิใช่เป็นสิทธิในข้อที่ถือเป็นส่วนตัวโดยแท้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 233 วันนี้จ่าสิบตำรวจ ส. เจ้ามรดกถึงสมัยโบราณที่ทรัพย์สมบัติจึงตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมวิจัยโดยทันทีตามป.พ.พ. ส่วน 1599 วรรคหนึ่งและจำเลยที่ 4 ในกรณีที่ทายาทพิสูจน์มรดก โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำตัดสินของจำเลยที่ 4 หมายถึงใช้สิทธิเรียกร้องแทนจำเลยที่ 4 เทโจทก์เพื่อให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โอนที่ดินพิพาทที่ตกทอดเป็นมรดกของจำเลยที่ 4 ได้อีกต่อไป
จาสิบตำรวจส. ถึงคราวที่ 30 พฤศจิกายน 2545 โดยไม่ปรากฏว่ามรดกทำพินัยกรรมยกที่ดินในส่วนของดินแดนพิพาทจึงทำให้เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาททุกคนเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ผู้ผลิตมรดกกรรมมรดกจะโอนที่ดินพินัยกรรมให้กับจำเลยที่ 1 ใน 8 พฤษภาคม 2551 และต่อมาจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาทในคืนให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 28 มกราคม 2557 หลังจากนั้นไม่นานโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ตามคำพิพากษา เพราะว่าการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทนั่นเป็นองค์ประกอบที่ถือครองที่ดินแทนทายาททุกคนในที่ดินพิพาทความเข้มข้นของมรดกที่แบ่งปันกันและตกทอดแก่ทายาททุกคนจะจำเลยที่ 4 และรายงานจำเลยที่ 4 ได้สละมรดกโดยตรง ส่วนโจทก์จุดเริ่มต้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยยังที่ 4 อยู่ โจทก์จึงมักจะร้องขอให้มีสิทธิเรียกร้องโดยนิตินิติกรรมหรือโดยเพิกถอนการสละมรดกดังกล่าวได้ เนื่องจากสิทธิที่เรียกร้องซึ่งปฏิเสธที่จะใช้นั้นอาจเกิดขึ้นหรือหลังหนี้อย่างเป็นทางการของหนี้นั้น ๆ ไม่ใช้สิทธิก็อาจก่อให้เกิดประโยชน์แก่เจ้าหนี้ได้ก่อนที่จะเป็นของจริงมีอยู่ก่อนหรือที่จะมาถึงการจับกุมการบังคับชำระหนี้ที่เป็นหนี้สาธารณะจะไม่ปรากฏขึ้นว่าจำเลยที่ 4 มีสาเหตุอื่น ๆ ที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ได้ในสถานการณ์ที่ว่าพื้นที่พิพาทดังกล่าวแล้วเจ้ามรดกยังมีที่ดินพิพาทอีกหนึ่งคือที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 9097 ซึ่งจำเลยที่ 4 เดือนถือเป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินตามพื้นดินพิพาทตามพื้นที่แปลงพิพาทตามคำพิพากษาของที่ดินโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 4 เป็นหนี้โจทก์เป็นเงินจำนวนถึง 1,332,000 บาท โจทก์การพิจารณาคดีแต่บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้โอนทรัพย์สมบัติที่จำเป็นจำเลยที่ 4 ในที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 4 ตามกฏได้
การที่จำเลยที่ 2 ผู้จัดการมรดกสืบทอดมรดกได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 พฤษภาคม 2551 และต่อมาจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาทในเรื่องคืนให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ของวันที่ 28 มกราคม 2557 มาดูกันว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีชื่อครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาททุกคนในจ่าสิบตำรวจ ส. เจ้ามรดกจะถึงแก่ความตายอีกครั้ง 30 พฤศจิกายน 2545 แต่โจทก์นำคดีมาอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2559 เป็นเวลานาน 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ชราตามป.พ.พ. ส่วน 1754 ส่วนโจทก์ประวัติเกิน 5 ปี นับแต่วันที่จำเลยที่ 2 ฟังก์ชั่นผู้จัดการมรดกของจ่าสิบตำรวจ ส. โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 ตามมาตรา 1733 วรรคสอง โรมาเนีย ที่ดินพิพาทในลักษณะที่เป็นสมบัติสืบทอดมรดกที่ยังเยาว์มีการจัดการที่เข้มแข็งกัน คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ
โจทก์ซีเมนตขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 14274 แบ่งแยกให้จำเลยที่ 4 เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวาโดยเคร่งครัดในองค์ประกอบกรณีที่มีวัตถุของหนี้เป็นอันให้นิติเวชอย่างมีแนวโน้มว่าบางครั้งศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 รวมโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 14274 แบ่งส่วนให้แก่จำเลยที่ 4 จำนวน 1 ใน 8 ส่วนใหญ่ศาลมักจะพิพากษาโดยระบุเงื่อนไขของการบังคับคดีว่าหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงความเคารพของจำเลยตามปกติสามารถป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง
โจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 14274 แบ่งแยกให้จำเลยที่ 4 เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวาโดยปราศจากโพรเซสแวร์
จำเลยทั้งสี่ให้การขอยกเซอร์กิต
จำเลยที่ 1 และที่ 4 ขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องค่าฤชาเพื่อเป็นพับ
โจทก์จดหมายร้องขอความเป็นธรรม
ศาลยุติธรรมภาค 9 พิพากษากลับโดยไม่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 14274 แบ่งแยกให้จำเลยที่ 4 จำนวน 1 ใน 8 ในกรณีที่ขออื่น ๆ เพื่อให้ยกและให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาในในศาลชั้นและชั้นความยุติธรรมแทนโจทก์ โดยที่ต้นสังกัดทนายความรวม 10,000 บาท
จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นโดยคู่ความสืบสวนสอบสวนฟังในชั้นจำเลยที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจ่าตำรวจหมายความถึงเจ้ามรดกมีบุตรด้วยกัน 3 คนคือจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จ่าสิบตำรวจบ่งบอกถึงเจ้ามรดกถึงแก่ความตายในข่าว 30 พฤศจิกายน 2545 ศาลชั้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 2 ในตำแหน่งผู้จัดการมรดกจ่าตำรวจสิบมีความหมายมีทรัพย์มรดกคือที่ดินตามทำเลนดที่ดินเลขที่ 14274 เนื้อที่ 11 ไร่ 87 ตารางวาสำหรับที่ดินพิพาทและที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 9097 เนื้อที่พิจารณา 47 ตารางวาปกคลุม 8 พฤษภาคม 2551 จำเลยที่ 2 ผู้ผลิตมรดกของจ่าตำรวจสิบสมหมายได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้กับตนเองในฐานะผู้จัดการมรดกและในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 ตั้งโอนที่ดินนี้ให้จำเลยที่ 1 เป็นต้นไป 27 พฤษภาคม 2551 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทไว้กับสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด เพื่อค้ำประกันการขอเงินและบ่อยครั้งที่ลงทะเบียนจำนองปัจจุบัน 28 ในวันเดียวกันจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนที่ดินแปลงนี้ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 และวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทะเบียนจำนองที่ดินแปลงนี้ไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูตรัง จำกัดตรงประกันหนี้ตามสัญญาออนจำเลยที่ 4 เป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาชั้นศาล 19 มิถุนายน 2558 ครับ 1,332,000 บาท
คดีต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หลักแรกว่าโจทก์เซอร์จำเลยทั้งสี่คุณสมบัติของสิทธิเรียกร้องแทนจำเลยที่ 4 เพื่อโจทก์เพื่อให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โอนทรัพย์มรดกที่จำเลยที่ 4 มีสิทธิได้รับจากจ่าสิบตำรวจสมหมายเจ้าคดีตามรายงานกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 พิจารณาหลักการตามดูหนังแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 พฤติกรรมเรียกร้องที่เจ้าสำนักแทน การกระทำความผิดในมูลหนี้ไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องหรือเพียกเฉย ๆ โดยไม่เรียกร้องสิทธิอันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์นั้น กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องสิ่งที่เจ้าหนี้สงสัยแทนได้เพียงแต่มิห้ามไม่ให้เกียรติซึ่งถือเป็นการส่วนตัวของสตรีโดยแท้เท่านั้นในการปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยไม่ จำกัด เฉพาะสิทธิในการชำระเงินหรือสืบสวนหนี้เท่านั้นการพิจารณาคดีได้เงินมาสืบสวนสอบสวนการสืบสวนเพื่อขอเงินมาหนี้ส่วนใด ๆ สิทธิหลักเฉพาะตัวในการพิจารณาคดีที่ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือเป็นกิจกรรมพิเศษ ซึ่งถือว่าเรียกร้องสิทธิเรียกร้องในลักษณะส่วนใหญ่ไม่ใช่การเฉพาะตัว แต่อาจส่งผลถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคลภายนอกหรือการพิจารณาประสิทธิภาพของแต่ผู้มีอำนาจเพียงอย่างเดียวในการพิจารณาทัศนคติต่อสิทธิหรือความหมาย เช่น การสอบสวนเหตุเพราะคุณหรือสิทธิเรียกค่าสินไหมแทนในกรณีที่เกิดการผิดสัญญาหมั้นหรือชายคู่หมั้นเรียกค่าสินไหมจากชายผู้ควบคุมหญิงคู่ครองสิทธิในการเรียกค่าอุปการะการะในหนี้ระหว่างสามีภริยาและอีกครั้งกับบุตรสิทธิต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับสิทธิเรียกร้องทรัพย์สมบัติที่ตกทอดไปแกนกลางทายาทแห่งกองมรดกนั้น ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1614 สืบค้นไว้เฉพาะว่าคานทายาทสละมรดกที่รู้โดยที่รู้อยู่ว่าการที่จะช่วยให้เจ้าหนี้เสียเสียในเจ้าหนี้สิทธิร้องขอให้ในกถอนการสละมรดกนั้นเสียได้สิทธิในการเรียกร้องทรัพย์สมบัติที่ตกทอดแก่ๆ สำหรับทายาทแห่งกองมรดกนั้น บริษัทมิใช่เป็นสิทธิในข้อที่ถือเป็นส่วนตัวโดยแท้ตามหลักเกณฑ์กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 233 ดังนั้น ดังนั้น เมื่อจ่าสิบตำรวจสมหมายเจ้ามรดกถึงแก่นทรัพย์สมบัติมรดกจึงตกทอดเก่าทายาทโดยธรรมประวัติมรดกโดยทันทีตามคำสั่งกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคหนึ่งและจำเลยที่ 4 ส่วนทายาทวิจัยมรดกโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 4 ตรวจสอบสิทธิเรียกร้องแทนจำเลยที่ 4 ถามโจทก์เพื่อให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โอนที่ดินพิพาทเวิร์คที่ตกทอดเป็นทรัพย์สมบัติของจำเลยที่ 4 ได้อีกครั้ง ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่อไปว่า โจทก์ระบบควบคุมจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มุมมองเห็นข้อเท็จจริงได้ความว่าจ่าสิบตำรวจสมหมายถึงความเก่าแก่ในช่วง 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 โดยไม่ระบุว่าเจ้ามรดกมีการทำพินัยกรรมยกที่ดินดังกล่าวมีลักษณะที่เป็นประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทจึงย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาททุกคนก่อนหน้านี้ว่าจำเลยที่ 2 กรรมการผู้จัดการมรดกมรดกมรดกจะได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ใน 8 พฤษภาคม 2551 และที่มาจำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาทในคืนให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในช่วง 28 มกราคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นไปสำหรับโจทก์จะเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ตามคำตัดสินเนื่องจากการที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทเป็นระบบที่จะกลายเป็นชื่อที่ถือแทนทายาททุกคน เมื่อที่ดินพิพาทมีความสำคัญมรดกที่ยังแบ่งปันกันและตกทอดแก่ทายาททุกคนก็สามารถจำได้เลยที่ 4 และหลักๆจำเลยที่ 4 ได้สละมรดกตามนั้นในสเตจมีฐานเป็นเจ้าหนี้อยู่ตามคำตัดสินของจำเลยที่ 4 โจทก์จึงอาจมีสิทธิเรียกร้องกับกถอนนิติกรรมหรือเพกถอนการสละสัญลักษณ์ดังกล่าวได้เนื่องจากความประพฤติเรียกร้องซึ่งไม่อนุญาตให้ใช้นั้นไม่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังหนี้ในหนี้ในบางครั้งและไม่ใช้สิทธิก็อาจนำไปสู่ความแก่เจ้าหนี้ได้…อย่างเป็นทางการของเหตุการณ์นั้นมีอยู่ก่อนหรือเป็นจุดเริ่มต้นที่มีแนวโน้มต่อต้านการสืบสวนสอบสวนหนี้สงสัยแต่ในทางทฤษฎีไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 4 มีทรัพย์สินอื่น ๆ อีกทั้งคำให้การของจำเลยที่ 4 ให้คุณต่อสู้ว่าจำเลยที่ 4 มีทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ช่วยในการชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ได้รับทราบถึงแนวทางว่าที่ดินพิพาทดังกล่าวแล้วเจ้ามรดกสำหรับที่ดินพิพาทอีกแปลงหนึ่งคือที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 9097 ซึ่งจำเลยที่ 4 นี้ถือเป็นทายาทผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินในพื้นที่นี้ที่ดินแปลงพิพาทมองหาทิศทางได้ความว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่เป็นหลัก 47 ตารางวา และจะถือเป็นความทรงจำเลยที่ 3 เป็นเวลานาน โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ในหลาย ๆ สิ่งอื่นหรือที่ดินดังกล่าวจะเป็นแหล่งจ่ายหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ซึ่งจำเลยที่ 4 เป็นหนี้โจทก์เป็นเงินจำนวนถึง 1,332,000 บาท โจทก์จึงตัดสินบังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้โอนทรัพย์สมบัติจำเลยที่ 4 ในที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 4 ตามประวัติได้ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น
คดีต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หลักสุดท้ายว่าคดีโจทก์ขาดเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่าจำเลยที่ 4 ป้องกันความเสียหายเป็นเงินสดและที่ดินอย่างต่อเนื่องจำเลยที่ 4 ตรวจสอบการรับบริการในที่ดินพิพาทอีกทั้งจำเลยที่ 4 รู้เห็นมาโดยตลอดแต่ไม่เคยมีการพิจารณาคดีที่เด่นชัดและสอบสวนการใช้สิทธิเกี่ยวกับการจัดการที่ภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ 8 2551 ในกรณีวันที่จำเลยที่ 2 อย่างเป็นทางการที่ 2 รายชื่อผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินพิพาทเพื่อจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทเข้าไปจำเลยที่ 2 และที่ 3 สืบเนื่องจากการจำเลยที่ 2 และที่ 3 รวบรวมเงินมาเพื่อชะลอการจำนองที่ดินดังกล่าว จำเลยที่ 1 บันทึกได้โอนที่ดินเพื่อให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นส่วนใหญ่โดยส่วนใหญ่และเสียในทิศทาง จำเลยที่ 4 คุณสมบัติมีสิทธิในที่ดินพิพาทอีก โจทก์จึงทำให้สิทธิเรียกร้องแทนความต้องการได้นั้นได้ความจากจำเลยที่ 2 ที่เบิกความว่าในจ่าตำรวจสิบสมหมายเจ้ามรดกจะถึงแก่นิติศาสตร์ได้ตกลงด้วยวาจาว่าได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ส่วนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 9097 ยกให้ผู้จำเลยที่ 3 เงินบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 50,000 บาทเศษ ยกให้แก่ผู้ป่วยจำเลยที่ 4 ส่วนประกอบบำเหน็จตกทอดให้นำมาแบ่งแก่จำเลยทั้งสี่สีเทาฌาปนสงเคราะห์ให้แบ่งเก่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 โดยจ่าสิบตำรวจสมกล่าวว่าหมายรวมถึงที่ดินที่ยกให้ผู้อำนวยการจำเลยที่ 2 และที่ 3 เนื่องจากไม่ได้ให้ที่ดินมีประวัติจำเลยที่ 4 เป็นหลักว่าจำเลยที่ 4 สารสนเทศไปขาย ตกลงกันให้ที่ดินเขียนสร้างสร้างที่มีจำเลยที่ 1 ทั้งหมดจะยกให้จำเลยที่ 4 เหตุผลจากจำเลยที่ 1 ถึงเวลาที่เก่าแก่ครั้งหนึ่งจำเลยที่ 1 เคยบอกว่าจำเลยที่ 4 มีเจ้าหนี้หลายรายสงสัยว่าหากโอนไปจำเลยที่ 4 ที่ดินไปขายจนหมดจำเลยที่ 1 อาจจะถึงแก่ความตาย คิดว่าเป็นดังที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กล่าวอ้างว่าจริงว่าเจ้ามรดกยกที่ดินพิพาทจำให้เลยที่ 2 และที่ 3 เจ้ามรดกก็น่าพิจารณาพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทและอีกแง่ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 อย่างความมุ่งหมายให้ชัดเจนมิใช่เพียงแต่กล่าวด้วยวาจาลอยบางทีอาจจะจำเลยที่ 2 และที่ 3 อาจจะนำสืบจำเลยที่ 4 มีเจ้าหนี้หลายรายใส่น่าสาธารณะ ที่ดินพิพาทดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ธารณะไปสู่มิให้เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 จะต้องชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าเหตุดังกล่าวทำให้โจทก์แรกเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 เสียเปรียบจึงถือที่ดินพิพาททรัพย์มรดกมรดกของจ่าสิบตำรวจสมหมายที่ต้องตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมพิพิธภัณฑ์มรดกทุกคน มิใช่ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์จำเลยที่ 4 มิถุนายน 2551 และอย่าลืมเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพิพาทในคืนให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในช่วง 28 มกราคม 2557 ส่วนใหญ่จะถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีชื่อสินทรัพย์มรดกแทนทายาททุกคน ประวัติจ่าสิบตำรวจสมหมายเจ้ามรดกจะถึงแก่ความตายในเวลา 30 พฤศจิกายน 2545 แต่โจทก์นำคดีมาคู่กับ 13 มิถุนายน 2559 มิถุนายน 2559 เป็นเวลานาน 10 ปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่เหล็กตามข้อบังคับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 หรือการที่โจทก์สืบสวนเกิน 5 ปีนับแต่วันที่จำเลยที่ 2 ผู้จัดการมรดกของจ่าสิบตำรวจสมหมายโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 ตามมาตรา 1733 วรรคสองยาว ที่ดินพิพาทในลักษณะนี้สามารถเป็นทรัพย์สมบัติอย่างเป็นทางการมรดกที่ยังมองเห็นได้ยังคงมีการจัดการเป็นหลักกัน คดีโจทก์จึงขาดอายุความที่ศาลยุติธรรมภาค 9 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น
คดีนี้โจทก์ กรรมการขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 14274 แบ่งแบ่งแยกให้จำเลยที่ 4 เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวาโดยโรรินสำหรับกรณีที่มีวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้นิติกรรมอย่างดูเมื่อศาลตัดสินให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 รวมจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 14274 แบ่งส่วนให้จำเลยที่ 4 ประเภท 1 ใน 8 ส่วนใหญ่ศาลมักจะพิพากษาลงโทษโดยระบุเงื่อนไขของการบังคับคดีว่าหากจำเลยพิธีกรรมไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงความเคารพของจำเลยในลักษณะที่ต้องใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 213 วรรคสอง
พิพากษายืนก่อนจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ไปดำเนินการให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงของการจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ค่าฤชาต่อเนื่องชั้นฎีกาเพื่อให้พับ

มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง

ข้อจำกัดของข้อตกลงก่อนสมรสในประเทศไทย สิ่งที่ไม่ควรมีในสัญญาก่อนสมรสของไทย มาตรา 1535 ค.ศ. ข้อตกลงก่อนสมรสเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ

📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
วิชูดา อัตธัตเมธาคอน ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

ตรวจสอบและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี.

การตัดและอธิบายโดยไม่ต้องกังวลทางกฎหมายด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า

เลื่อนขึ้น