ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

บรรพ 6: มรดก

มาตรา 1754: อายุความฟ้องเรียกมรดก

ตัวบทกฎหมาย

ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีฟ้องเรียกตามข้อกำหนดพินัยกรรม มิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อผู้รับพินัยกรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงสิทธิซึ่งตนมีอยู่ตามพินัยกรรม ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๙๓/๒๗ แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกมีกำหนดอายุความยาวกว่าหนึ่งปี มิให้เจ้าหนี้นั้นฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก ถึงอย่างไรก็ดี สิทธิเรียกร้องตามที่ว่ามาในวรรคก่อน ๆ นั้น มิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หมายเหตุ: [เลขมาตรา ๑๙๓/๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕]

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

No action for the recovery of an estate may be brought after one year from the death of the deceased, or from the time when the statutory heir knew or ought to have known of that death.

No action under a provision of a will may be brought after one year from the time when the beneficiary knew or ought to have known of his rights under the will.

Subject to Section 193/27 of this Code, where a creditor's claim against the deceased carries a prescription period longer than one year, the creditor may not bring an action after one year from the time when he knew or ought to have known of the death of the deceased.

In any event, no claim under the preceding paragraphs may be brought after ten years from the death of the deceased.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัตินี้เป็นกับดักเรื่องเวลาสำหรับทายาทและเจ้าหนี้กองมรดก กำหนดหนึ่งปีสำหรับคดีมรดกเริ่มนับแต่เจ้ามรดกตาย หรือแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก จุดเริ่มนับคือการรู้ถึงความตาย มิใช่การรู้ถึงตัวทรัพย์มรดกหรือสิทธิของตน ผู้รับพินัยกรรมนับหนึ่งปีแต่เมื่อรู้หรือควรรู้ถึงสิทธิตามพินัยกรรม เจ้าหนี้ที่มีอายุความยาวกว่าหนึ่งปีก็ถูกตัดเหลือหนึ่งปีนับแต่รู้ถึงความตาย และในทุกกรณีห้ามฟ้องเกินสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย

มาตราหลัก

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: อายุความหนึ่งปีเป็นอัตวิสัยและเริ่มนับเมื่อทายาทรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายจริง ๆ 'ควรได้รู้' ต้องการการรับรู้โดยปริยายอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้ในการสืบหา (ฎีกาที่ ๑๓๓๘๔/๒๕๕๘) อายุความเด็ดขาดสิบปีใช้บังคับแม้ทายาทจะไม่มีความรู้ สิ่งสำคัญคือมาตรา ๑๗๕๔ ไม่ใช้บังคับเมื่อทายาทถือทรัพย์มรดกในกรรมสิทธิ์รวมที่ยังไม่ได้แบ่งอยู่แล้ว (มาตรา ๑๗๔๘) ทายาทร่วมสามารถขอแบ่งทรัพย์ได้ตลอดเวลา อายุความห้าปีในการจัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๓๓ และอายุความตามมาตรา ๑๗๕๔ แยกกันและใช้กับสิทธิเรียกร้องต่างกัน สำหรับประชาชนทั่วไป: อย่าเนิ่นช้าในการเรียกร้องมรดก หากผ่านไปเกินหนึ่งปีนับแต่ทราบว่าญาติถึงแก่กรรมในประเทศไทย ควรปรึกษาทนายความทันที อายุความเด็ดขาดสิบปีดำเนินไปโดยไม่มีการแจ้งเตือน

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดั้งเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ มาตรา ๑๗๕๔ กำหนดอายุความสองแนวคู่ขนาน ได้แก่ อายุความหนึ่งปีตามความรู้สึกส่วนตัว (เริ่มนับแต่รู้ถึงการตาย) และอายุความเด็ดขาดสิบปี (เริ่มนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายโดยไม่คำนึงถึงความรู้) อายุความเหล่านี้ใช้กับการฟ้องเรียกมรดก ไม่ใช้กับสิทธิของทายาทในการขอแบ่งทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งซึ่งอยู่ในกรรมสิทธิ์รวมตามมาตรา ๑๗๔๘

  • อายุความมรดก
  • หนึ่งปี
  • สิบปี
  • สิทธิเรียกร้องเจ้าหนี้
  • ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9992/2560 (2017) ★ คดีนำ

    มาตรา 1754 ห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตายหรือนับแต่ทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย และไม่ว่ากรณีใดห้ามฟ้องเมื่อพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย มาตรา 1748 วรรคหนึ่งเป็นข้อยกเว้นสำหรับทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งกัน แต่การที่ทายาทคนหนึ่งครอบครองทรัพย์มรดกไว้นั้นไม่มีกฎหมายสนับสนุนว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทคนอื่นด้วย จะเป็นการครอบครองแทนผู้อื่นหรือเพื่อตนเองย่อมแล้วแต่ข้อเท็จจริงในแต่ละคดี มิฉะนั้นอายุความตามมาตรา 1754 ก็ไม่อาจใช้บังคับได้เลย เมื่อทายาทคนหนึ่งครอบครองอย่างเป็นเจ้าของโดยถือเป็นสินส่วนตัว มิได้เป็นผู้จัดการมรดก และไม่มีทายาทอื่นร่วมครอบครองหรือขอแบ่ง กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 1748 วรรคหนึ่ง ผู้สืบสิทธิของทายาทนั้นย่อมยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้ตามมาตรา 1755 (คำพิพากษาโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15/2560)

    เจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2532 ภริยาของเจ้ามรดกครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งมีชื่อตนแต่ผู้เดียวทั้งก่อนและหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย อย่างเป็นเจ้าของโดยถือว่าเป็นสินส่วนตัวตลอดมา ทั้งมิได้เป็นผู้จัดการมรดก ส่วนทายาทที่ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกก็จัดการเฉพาะเงินฝากธนาคารและยืนยันว่าไม่มีทรัพย์สินอื่น โจทก์ซึ่งเป็นบุตรฟ้องเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556 ขอแบ่งหนึ่งในเจ็ดส่วน โดยอ้างว่ามารดาครอบครองแทนตน ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่าคำเบิกความของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ เพียงปากเดียว การที่ทายาทคนหนึ่งครอบครองทรัพย์มรดกไม่มีกฎหมายสนับสนุนว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่น มิฉะนั้นอายุความตามมาตรา 1754 ก็ใช้บังคับไม่ได้เลย เมื่อโจทก์ไม่เคยขอแบ่ง ไม่เคยคัดค้านการแบ่งแยกที่ดินออกเป็น 7 แปลง และไม่เคยโต้แย้งในคดีก่อนว่าที่ดินเป็นสินสมรส กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 1748 วรรคหนึ่ง คดีขาดอายุความตามมาตรา 1754 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ จำเลยผู้สืบสิทธิย่อมยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้ตามมาตรา 1755 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2562 (2019)

    อายุความมรดกตามมาตรา ๑๗๕๔ และอายุความจัดการมรดกตามมาตรา ๑๗๓๓ เป็นคนละแนว ศาลไม่อาจใช้อายุความสิบปีตามมาตรา ๑๗๕๔ หากจำเลยยกเพียงอายุความหนึ่งปี

    จำเลยยกอายุความทั้งตามมาตรา ๑๗๕๔ วรรคหนึ่ง (หนึ่งปี) และมาตรา ๑๗๓๓ วรรคสอง (ห้าปี) ศาลวินิจฉัยว่าอายุความทั้งสองแนวต่างกันและใช้กับสิทธิเรียกร้องต่างประเภทกัน และแยกอายุความห้าปีในการจัดการมรดกออกจากอายุความมรดก

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13384/2558 (2015)

    อายุความหนึ่งปีของเจ้าหนี้ตามมาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม เริ่มนับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้รับการยืนยันการตาย (โดยตรงหรือโดยปริยาย)

    เมื่อเจ้าหนี้ได้รับการยืนยันว่าลูกหนี้ถึงแก่กรรมแล้ว ถือว่าเจ้าหนี้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายตามมาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม อายุความหนึ่งปีของเจ้าหนี้กองมรดกเริ่มนับแต่วันนั้น

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 319 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2569)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8829/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8936/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2630/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4557/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3402/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2729/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2308/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 384/2564 (2021)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

มีเวลาเท่าใดในการเรียกร้องมรดกในประเทศไทย?

ตามมาตรา ๑๗๕๔ ท่านมีเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ท่านรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก หากท่านไม่เคยรู้ อายุความเด็ดขาดสิบปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายก็ยังคงใช้บังคับ หลังจากนั้นไม่สามารถฟ้องร้องได้อีกต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความรู้ สำหรับเจ้าหนี้กองมรดก อายุความหนึ่งปีเดียวกันใช้บังคับนับแต่รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย มาตรา ๑๗๔๘ วรรคหนึ่งเป็นข้อยกเว้น แต่แคบกว่าที่เข้าใจกันโดยทั่วไป กล่าวคือคุ้มครองเฉพาะทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งกันด้วยตนเอง ทายาทเช่นว่านั้นย่อมเรียกให้แบ่งได้แม้ล่วงพ้นอายุความตามมาตรา ๑๗๕๔ แล้ว แต่ไม่ช่วยทายาทที่มิได้ครอบครอง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๙๙๙๒/๒๕๖๐ (ประชุมใหญ่) วินิจฉัยว่าการที่ทายาทคนหนึ่งครอบครองทรัพย์มรดกแต่ผู้เดียวนั้น ไม่มีกฎหมายสนับสนุนว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทคนอื่น มิฉะนั้นอายุความตามมาตรา ๑๗๕๔ ก็ไม่อาจใช้บังคับได้เลย จะเป็นการครอบครองแทนผู้อื่นหรือเพื่อตนย่อมแล้วแต่ข้อเท็จจริงในแต่ละคดี ในคดีนั้นบุตรซึ่งไม่เคยขอแบ่ง ไม่เคยคัดค้านการแบ่งแยกที่ดิน และไม่เคยโต้แย้งว่าที่ดินเป็นสินสมรส จึงขาดอายุความเมื่อพ้นสิบปี และผู้สืบสิทธิจากทายาทผู้ครอบครองย่อมยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้ตามมาตรา ๑๗๕๕

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil and Commercial Code, s. 1754 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1754. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1754/ (accessed 30 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.พ.พ. มาตรา 1754
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1754/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1754/"><p>ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีฟ้องเรียกตามข้อกำหนดพินัยกรรม มิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อผู้รับพินัยกรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงสิทธิซึ่งตนมีอยู่ตามพินัยกรรม ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๙๓/๒๗ แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกมีกำหนดอายุความยาวกว่าหนึ่งปี มิให้เจ้าหนี้นั้นฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก ถึงอย่างไรก็ดี สิทธิเรียกร้องตามที่ว่ามาในวรรคก่อน ๆ นั้น มิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หมายเหตุ: [เลขมาตรา ๑๙๓/๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๓๕]</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1754 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1754/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง