ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

บรรพ 5: ครอบครัว

มาตรา 1526: ค่าเลี้ยงชีพคู่สมรสฝ่ายที่หย่า

แทนคำที่ระบุเพศ (สามี/ภริยา) ด้วยคำว่า 'คู่สมรส' และใช้บังคับกับคู่สมรสเพศเดียวกันโดยเท่าเทียม

ตัวบทกฎหมาย

ในคดีหย่า ถ้าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ฝ่ายเดียว และการหย่านั้นจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลง เพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานตามที่เคยทำอยู่ระหว่างสมรส อีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะขอให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้ ค่าเลี้ยงชีพนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับและให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๕๙๘/๓๙ มาตรา ๑๕๙๘/๔๐ และมาตรา ๑๕๙๘/๔๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม สิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพเป็นอันสิ้นสุด ถ้ามิได้ฟ้องหรือฟ้องแย้งในคดีหย่านั้น

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

In a case of divorce, if the ground for divorce has derived from the guilt of only one party, and the divorce will make the other become destitute deriving insufficient income out of his or her property or business which used to be carried on during the marriage, the latter is entitled to apply for the living allowances to be paid by the party at fault. The Court may decide whether the living allowances be granted or not by taking the ability of the grantor and the condition in life of the receiver into consideration, and the provisions of Section 1598/39, Section 1598/40 and Section 1598/41 shall apply mutatis mutandis. The right to claim the living allowances is extinguished if it is not raised in the plaint or counter-claim in the action for divorce.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1526 เป็นค่าเลี้ยงชีพหลังหย่าแบบไทย จำกัดและมีเงื่อนไข ผู้เรียกร้องต้องแสดงว่าเหตุหย่าเกิดจากความผิดของอีกฝ่ายเพียงฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้ตนยากจนลงโดยมีรายได้ไม่พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานที่เคยทำอยู่ระหว่างสมรส หลักเกณฑ์ที่กฎหมายให้ศาลพิจารณาคือความสามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับ และให้นำมาตรา 1598/39 ถึงมาตรา 1598/41 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ สิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพเป็นอันสิ้นสุดลง ถ้ามิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในคำฟ้องหรือคำฟ้องแย้งในคดีหย่านั้น ในทางปฏิบัติ ค่าเลี้ยงชีพไม่สูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานตะวันตก มักอยู่ที่ 5,000 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน และมักมีกำหนดเวลาแทนที่จะเป็นแบบถาวร การบังคับคดีข้ามชาติทำได้ยาก สำนักงานจึงมักเจรจาเป็นเงินก้อนแทน

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: ค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา 1526 ใช้ได้เฉพาะในคดีหย่าที่ศาลพิพากษาและพบว่ามีฝ่ายผิด ในการหย่าโดยความยินยอมควรรวมข้อตกลงค่าเลี้ยงชีพไว้ในสัญญาหย่าเพราะศาลไม่สามารถสั่งแยกต่างหากหลังจดทะเบียนหย่าแล้ว สำหรับประชาชน: หากหย่าโดยความยินยอม ต้องตกลงเรื่องค่าเลี้ยงชีพในสัญญาหย่า ไม่สามารถกลับมาร้องศาลได้ภายหลัง

ความเป็นมาทางกฎหมาย

มาตรา 1526 ใช้บังคับมาตั้งแต่การปรับปรุง พ.ศ. 2519 พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ทำให้บทบัญญัตินี้เป็นกลางทางเพศ คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจถูกสั่งให้จ่ายหรือมีสิทธิรับค่าเลี้ยงชีพ

  • ค่าเลี้ยงชีพหลังหย่า
  • อลิโมนี
  • หย่าโดยคำพิพากษาเท่านั้น
  • ฝ่ายผิด
  • ค่าอุปการะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15067/2555 (2012)

    ค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา 1526 ต้องเป็นการหย่าโดยคำพิพากษาที่มีฝ่ายผิด การหย่าโดยตกลงระหว่างพิจารณาไม่เข้าเกณฑ์

    เมื่อคู่สมรสตกลงหย่าในระหว่างพิจารณาคดี ศาลถือว่าเป็นการหย่าโดยความยินยอม ไม่ใช่หย่าโดยคำพิพากษาที่มีฝ่ายผิด จึงไม่สามารถกำหนดค่าเลี้ยงชีพตามมาตรา 1526 ได้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4685/2540 (1997)

    มาตรา ๑๕๒๖ เป็นบทที่ให้ศาลกำหนดค่าเลี้ยงชีพได้ในกรณีหนึ่ง คือเมื่อการหย่าเป็นความผิดของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ฝ่ายเดียวและทำให้อีกฝ่ายยากจนลง มิได้บังคับว่าจะเรียกค่าเลี้ยงชีพได้แต่เฉพาะเมื่อมีคดีฟ้องหย่า ข้อตกลงเรื่องค่าเลี้ยงชีพในสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีหย่าเป็นการขยายหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูออกไปหลังการสมรสสิ้นสุดลง ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมใช้บังคับได้ และเมื่อมาตรา ๑๕๒๖ ให้นำมาตรา ๑๕๙๘/๓๙ ถึงมาตรา ๑๕๙๘/๔๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ศาลจึงอาจสั่งเพิกถอน ลด หรือเพิ่มค่าเลี้ยงชีพได้เมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป

    คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีหย่าว่าจำเลยยอมจดทะเบียนหย่าให้โจทก์และยอมชำระค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์อัตราร้อยละ ๓๕ ของเงินเดือนทุกเดือนตลอดไป และศาลพิพากษาตามยอม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา ๑๕๒๖ มิได้เป็นบทบัญญัติที่บังคับว่าจะเรียกค่าเลี้ยงชีพได้แต่เฉพาะเมื่อมีคดีฟ้องหย่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการขยายหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยาออกไปหลังการสมรสสิ้นสุดลง ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมใช้บังคับได้ และเมื่อมาตรา ๑๕๒๖ ให้นำมาตรา ๑๕๙๘/๓๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม จำเลยซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลแก้ไขเมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะเปลี่ยนแปลงไป มิใช่การอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง เมื่อปัจจุบันจำเลยมีฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่าโจทก์ ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลยงดจ่ายค่าเลี้ยงชีพได้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 38 คดี (พ.ศ. 2506 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1242/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 875/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8151/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7072/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13552/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10770/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4398/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8046/2556 (2013)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ค่าเลี้ยงชีพหลังหย่าในประเทศไทยมีกำหนดนานเท่าไหร่?

ตามมาตรา 1526 ศาลกำหนดจำนวนและระยะเวลาตามดุลพินิจ โดยพิจารณาความสามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับ ไม่มีกำหนดระยะเวลาตายตัวตามกฎหมาย และไม่มีบทบัญญัติใดที่ทำให้ค่าเลี้ยงชีพสิ้นสุดลงเองเมื่อผู้รับสมรสใหม่ การสมรสใหม่เป็นพฤติการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้จ่ายจึงต้องร้องขอต่อศาลตามมาตรา 1598/39 ซึ่งศาลอาจสั่งเพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าเลี้ยงชีพอีกได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil and Commercial Code, s. 1526 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1526. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1526/ (accessed 17 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.พ.พ. มาตรา 1526
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1526/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1526/"><p>ในคดีหย่า ถ้าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ฝ่ายเดียว และการหย่านั้นจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลง เพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานตามที่เคยทำอยู่ระหว่างสมรส อีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะขอให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้ ค่าเลี้ยงชีพนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับและให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๕๙๘/๓๙ มาตรา ๑๕๙๘/๔๐ และมาตรา ๑๕๙๘/๔๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม สิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพเป็นอันสิ้นสุด ถ้ามิได้ฟ้องหรือฟ้องแย้งในคดีหย่านั้น</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1526 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1526/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง