มาตรา 1533: Marital property divided equally
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อหย่ากัน ให้แบ่งสินสมรสให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
On divorce, the marital property shall be divided equally between the spouses.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1533 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 5 (ครอบครัว) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: รวบรวมบัญชีสินสมรสทั้งหมดก่อนยื่นฟ้องหย่า ทรัพย์สินที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจำหน่ายโดยเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงการแบ่งอาจถูกติดตามและประเมินมูลค่าได้ สำหรับประชาชน: เมื่อหย่า ท่านมีสิทธิได้รับสินสมรสครึ่งหนึ่ง ทรัพย์สินทุกชิ้นที่ได้มาระหว่างสมรส (มีข้อยกเว้นจำกัด) ต้องรวมอยู่ในส่วนที่จะแบ่ง
ความเป็นมาทางกฎหมาย
มาตรา 1533 ใช้บังคับมาตั้งแต่การปรับปรุง พ.ศ. 2519 พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ขยายหลักการแบ่งเท่ากันให้ใช้กับคู่สมรสทุกคู่ที่หย่าโดยไม่คำนึงถึงเพศ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2556 (2013)
ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินเมื่อหย่าไม่มีแบบพิธีพิเศษนอกจากข้อกำหนดสัญญาทั่วไป และสามารถทำแยกจากการจดทะเบียนหย่าได้
ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสสามารถทำได้ในขณะจดทะเบียนหย่า (มีหรือไม่มีบันทึกของนายทะเบียนก็ได้) หรือแยกทำเป็นหนังสือ ไม่มีแบบพิธีเฉพาะเจาะจงนอกเหนือจากกฎหมายสัญญาทั่วไป
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2552 (2009)
เมื่อหย่า คู่สมรสแต่ละฝ่ายมีสิทธิได้ครึ่งหนึ่งของมูลค่าสุทธิของสินสมรสที่ยังค้างจำนองอยู่หลังหักหนี้คงค้าง
ที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่ซื้อร่วมกันระหว่างสมรสและยังค้างชำระจำนองอยู่ถือเป็นสินสมรส เมื่อหย่าคู่สมรสแต่ละฝ่ายมีสิทธิได้ครึ่งหนึ่งของมูลค่าสุทธิหลังหักยอดจำนองคงค้าง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 47 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1303/2568 (2025) ข้อตกลงสละสิทธิในสินสมรสเมื่อทำร้ายร่างกาย หมายถึงสละสิทธิจัดการ ไม่ใช่สละกรรมสิทธิ์
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8455/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2857/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14040/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8624/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 566/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 18894/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4803/2553 (2010)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 1474 14
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 142 10
- มาตรา 1625 9
- มาตรา 1516 7
- มาตรา 1364 7
- มาตรา 1532 6
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลสามารถให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้รับสินสมรสมากกว่าร้อยละ 50 เมื่อหย่าได้หรือไม่?
ค่าเริ่มต้นตามมาตรา 1533 คือแบ่งเท่ากัน 50/50 อย่างไรก็ตาม หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำให้สินสมรสสูญหายหรือจำหน่ายโดยเจตนาเพื่อลดกองทรัพย์สิน ศาลอาจปรับการแบ่งเพื่อให้ฝ่ายที่บริสุทธิ์ได้รับครึ่งหนึ่งที่ควรได้จากกองทรัพย์สินเดิม โดยทั่วไปศาลจะไม่เบี่ยงเบนจาก 50/50 เพียงเพราะเหตุผิดศีลธรรม
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 1533 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1533. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1533/ (accessed 8 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1533 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1533/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1533/"><p>เมื่อหย่ากัน ให้แบ่งสินสมรสให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1533 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1533/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา