แลนด์มาร์ค คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. คำตัดสินที่ 2756/2565 คำพิพากษาที่ 2756/2565 พ.ศ. 2565 (พ.ศ. 2565)

ผนังร่วมระหว่างทาวน์เฮาส์ที่อยู่ติดกันถือเป็นทรัพย์สินที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน — ไม่ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างบนพื้นผิวตามมาตรา 1410 โครงสร้างร่วมระหว่างทาวน์เฮาส์ — เป็นส่วนรวมของการละเมิดสิทธิเหนือตามมาตรา 1410

ส่วนต่างๆ ของ CCC: ไทม์ ป.พ.พ.:

⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ

ซีซีซี §1410 พื้นผิว เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของที่ดินมอบสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของตนให้แก่บุคคลอื่น ในกรณีที่ทาวน์เฮาส์สองหลังที่อยู่ติดกันมีผนังร่วมกันเพียงผนังเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของเจ้าของแต่ละฝ่าย ผนังนั้นถือเป็นทรัพย์สินร่วมที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ร่วมกันในการแบ่งหน่วยที่อยู่อาศัย ไม่ใช่สิทธิในทรัพย์สินส่วนบนตามมาตรา 1410 มาตรา 1415 (การสิ้นสุดของสิทธิในทรัพย์สินส่วนบนเมื่อสิ่งปลูกสร้างพังทลาย) ไม่สามารถนำมาใช้ได้ และกรรมสิทธิ์ในผนังยังคงอยู่แม้ว่าเจ้าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะรื้อถอนทาวน์เฮาส์ของตนเองก็ตาม.

ตามป.พ.พ. มาตรา 1410 สิทธิเหนือเพื่อเป็นคุณสมบัติของเจ้าของที่ดินที่ก่อให้เกิดสิทธิเหนือท่านเป็นคุณแก่ๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์แถวของโจทก์เพื่อดูและจำเลยที่ 1 ส่วนสร้างองค์ประกอบมีแบ่งตึกแถวแถวคูหา (ผนังร่วม) การร่วมก่อตั้งที่หลังคาแถวของโจทดูดและจำเลยที่ 1 กรณีศึกษารวมไปถึงบนพื้นที่ของโจทก์การตรวจสอบและจำเลยที่ 1 ผนังสอบสวนจะพิจารณาถึงสิทธิเหนือส่วนแรกนำมาตรา 1415 มาได้

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป

บ้านทาวน์เฮาส์สองหลังที่อยู่ติดกันมีกำแพงคอนกรีตส่วนกลางร่วมกัน โดยมีฐานรากร่วมกัน จำเลยได้รื้อถอนบ้านทาวน์เฮาส์ทั้งหลัง เหลือไว้เพียงกำแพงส่วนกลาง แล้วอ้างว่ากำแพงนั้นเป็นพื้นผิวตามมาตรา 1410 ที่เสียหายไปพร้อมกับโครงสร้างของเขาตามมาตรา 1415 ศาลฎีกาปฏิเสธข้ออ้างนี้ โดยระบุว่ากำแพงนั้นเป็นโครงสร้างแบ่งเขตที่ดินร่วมกันบนที่ดินที่ทั้งสองฝ่ายเป็นเจ้าของร่วมกัน เป็นทรัพย์สินที่ถือครองร่วมกัน ไม่ใช่พื้นผิว โจทก์ยังคงมีส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งในกำแพงและสามารถฟ้องร้องได้หากจำเลยพยายามรื้อถอน.
ทาวน์เฮาส์สองหลังที่ตั้งติดกันใช้ผนังคอนกรีตร่วมโครงสร้างเดียวกันจำเลยรื้อทาวน์เฮาส์ทั้งหลังเหลือเพียงผนังร่วมแล้วทำให้สิทธิเหนือการควบคุมตามมาตรา 1410 ที่สิ้นสุดเมื่อสิ่งปลูกสร้างโครงสร้างถูกรื้อตามมาตรา 1415 ศาลฎีกาปฏิเสธ — เพดานร่วมเป็นโครงสร้างแบ่งกั้นตั้งบนที่ดินที่เป็นนวัตกรรมรวม ให้คุณทราบอีกครั้งรวม...สิทธิเหนือเหนือ โจทก์ยังคงยึดมั่นในผนัง

คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

สิทธิในทรัพย์สินส่วนบนตามมาตรา 1410 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (CCC) เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของที่ดินมอบสิทธิในการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของตนให้แก่บุคคลอื่น ในกรณีที่ทาวน์เฮาส์สองหลังที่อยู่ติดกันมีผนังร่วมกันเพียงผนังเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของเจ้าของแต่ละฝ่าย ผนังนั้นถือเป็นทรัพย์สินร่วมที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ร่วมกันในการแบ่งหน่วยที่อยู่อาศัย ไม่ใช่สิทธิในทรัพย์สินส่วนบนตามมาตรา 1410 มาตรา 1415 (การสิ้นสุดของสิทธิในทรัพย์สินส่วนบนเมื่อสิ่งปลูกสร้างถูกทำลาย) ไม่สามารถนำมาใช้ได้ และกรรมสิทธิ์ในผนังยังคงอยู่แม้ว่าเจ้าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะรื้อถอนทาวน์เฮาส์ของตนเองก็ตาม.
ตามป.พ.พ. มาตรา 1410 สิทธิเหนือเพื่อเป็นคุณสมบัติของเจ้าของที่ดินที่ก่อให้เกิดสิทธิเหนือท่านเป็นคุณแก่ๆ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์แถวของโจทก์เพื่อดูและจำเลยที่ 1 ส่วนสร้างองค์ประกอบมีแบ่งตึกแถวแถวคูหา (ผนังร่วม) การร่วมก่อตั้งที่หลังคาแถวของโจทดูดและจำเลยที่ 1 กรณีศึกษารวมไปถึงบนพื้นที่ของโจทก์การตรวจสอบและจำเลยที่ 1 ผนังสอบสวนจะพิจารณาถึงสิทธิเหนือส่วนแรกนำมาตรา 1415 มาได้

คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม

ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 2756/2565 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 2756/2565 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

กำลังจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษและจะพร้อมใช้งานในเร็วๆ นี้.

ะตูเดิมทิ้งส่วนใหญ่มักจะถือว่าจำเลยที่ 1 ที่เป็นเจ้าของโดยรวมในผนังร่วมระหว่างแถวแถวของโจทก์พื้นผิวและของจำเลยที่ 1 สามารถสละสิทธิในผนังร่วมในลักษณะเดียวกับในเมื่อจำเลยที่ 1 ความเย็นกันร่วมร่วมในฝั่งที่ดินของจำเลยที่ 1 อยู่เช่นเดิมหามีเหตุอันใดให้จำเลยที่ 1 คอเสียไปซึ่งสืบสวนสอบสวนจำเลยที่ 1 และให้โจทก์ตรวจสอบเป็นเจ้าของผนังผนังร่วมในแถวส่วนเพิ่มเติมดึงทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ต้องรอจำเลยทั้งสี่รื้อถอนนั่งร้านเหล็กก่อสร้างของโจทก์สเตียริ่งให้จำเลยทั้งสี่รั้วเหล็กให้โจทก์และตรวจสอบพื้นที่นำคนงานและวัสดุเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 17395 ตรวจสอบประสิทธิภาพของจำเลยที่ 1 สำหรับการตรวจสอบ ปรับปรุงผนังแถวของโจทก์ตรวจสอบเลขที่ 45/8 ฝั่งด้านตรวจสอบก่อนแล้วเสร็จและร่วมกันใช้เงิน 1,001,750 บาท ในส่วนนี้ 7.5 นับวันแต่การพิจารณาจนกว่าจะเสร็จสิ้น และให้พิพากษาว่าผนังร่วมส่วนที่เหลือโดยไม่ต้องรื้อถอนของจำเลยทั้งสี่ด้านในของอาคารแถว 6 ชั้นเป็นของโจทก์เป็นเวลานาน จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกขึ้นไปการพิจารณาจำเลยที่ 4 ส่งคำร้องขอให้เรียกบริษัท ท. และบริษัทด. เข้าเป็นจำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 โดยเน้นบริษัท ท. การพิจารณาประกันภัยซึ่งต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 และบริษัทด. จำเลยที่ 1 และที่ 2 และได้ร่วมเป็นส่วนต่อโจทก์สเตนเลสสตีลชั้นต้นๆ จำเลยร่วมที่ 1 เพื่อขอยกการประชุม จำเลยร่วมที่ 2 ให้การขอยกเซอร์กิตและยกคำร้องขอของจำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นของการพิจารณาให้จำเลยที่ 2 จอง 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยการพิจารณาคดี 7.5 นับแต่วันประชุม (วันที่ 24 สิงหาคม 2559) ก่อนชำระเสร็จจนครบโจทก์แผ่นคู่กับให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าฤชาแทนโจทก์ (ในโจทก์สัด) โดยที่ปรึกษา 5,000 บาทที่ค่าขึ้นศาลเพื่อใช้แทนโจทก์เหล็กชนะคดีร้องขออื่นๆ ให้ยกฟ้องโจทก์ (ในโจทก์สตีล) จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และจำเลยร่วมแกนโจทก์คุณสมบัติและจำเลยที่ 2 ศาลยุติธรรมยุติธรรมแก้เป็นว่า อย่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าความเสียหายแก่โจทก์สเตนเลส 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยเงินฝาก 7.5 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันกิจกรรม (ปฏิทินวันที่ 24 สิงหาคม 2559) ต้นๆ ต่อไปจะชำระค่าใช้จ่ายต้นฤชาให้ฟังระหว่างโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และจำเลยร่วมในชั้นศาลกับค่าฤชาต่อต้านในชั้นความยุติธรรมในการพับที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นโจทก์ฎีกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากศาลฎีกา ฝาฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบ โจทก์คุณสมบัติในที่ดิน โฉนดเลขที่ 17394 ส่วนนี้สามารถปลูกสร้างตึกแถว 6 ชั้นจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 17395 ภายในสร้างสร้างตึกแถว 7 ชั้นจำเลยที่ 2 ท่าเรือธุรกิจให้เช่าในเชิงพาณิชย์ จำเลยที่ 3 โครงสร้างกิจการรับเหมาเหมาก่อสร้าง จำเลยที่ 4 องค์กรบริหารกิจการ จำเลยร่วมที่ 1 ท่าเรือกิจการรับประกันวินาศภัย และจำเลยร่วมที่ 2 กิจการกิจการตกแต่งภายใน เดิมแถวของโจทก์เป็นเวลานานและจำเลยที่ 1 ก่อสร้างตลอดเวลามีผนังแบ่งตึกแถวเป็นคูหาร่วมกัน (ผนังร่วม) มีรากและโครงสร้างหลักเป็นอันเดียวกัน จำเลยที่ 1 ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 17394 พร้อมฐานตึกแถวให้กับบริษัท ซ. และบริษัทซ. ขายที่ดินพร้อมตึกแถวในลักษณะนี้ให้กับโจทก์เป็นเวลานานสำหรับอัยการจำเลยที่ 1 และที่ 2 รื้อตึกแถวของจำเลยที่ 1 ภายนอกเพื่อก่อสร้างอาคารที่ตรวจสอบโครงการคงเหลือผนังร่วมที่กรีนทาวเวอร์แถวของโจทก์เป็นเวลานานสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และจำเลยร่วมในชั้นศาลต้นการพิจารณาคดี โจทก์พิจารณาคดีนิติธรรม, อันที่ต่อเนื่องคำรามศาลชั้นส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ศาลยุติธรรมพิพากษาให้ร่วมกันชดใช้ค่าความเสียหายแก่โจทก์ตลอดเวลาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคดีนี้ดังนั้นการพิจารณาคดีศาลยุติธรรม คดีมีปัญหาในการวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในเวลาเพียงประการเดียวว่าโจทตรวจสอบเจ้าของร่วมตึกแถวในการถอนทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือโดยโจทก์สรีฎีกาว่าศาลยุติธรรมปรับบทกฎหมายมาตรา 1415 ของการพิจารณาแพ่งและรถแทรกเตอร์กับข้อเท็จจริงในคดีนี้ เมื่อตึกแถวของจำเลยที่ 1 รื้อถอนจนหมดสิ้นถือว่าจำเลยที่ 1 สละสิทธิที่จะเห็นตึกแถวแถวของจำเลยที่ 1 กำแพงร่วมคอมพิวเตอร์แถวๆ ด้านบนรื้อถอนเพื่อตกเป็นประสบการณ์ของโจทก์สททั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้นเห็นตามคอร์กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1410 เรื่องสิทธิเหนือที่เป็นเจ้าของที่ดินที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อท่านในหลวง คดีนี้ตรวจสอบในเบื้องต้นเบื้องต้นจำเลยที่ 1 ก่อสร้างตึกแถวบนที่ดินของจำเลยที่ 1 มีส่วนแบ่งตึกแถวคูหา (ร่วม) มีฐานรากหลักเป็นอันเดียวกันที่ดินโฉนดเลขที่ 17394 พร้อมตึกแถวตกเป็นของโจทก์บางส่วนบางส่วนจำเลยที่ 1 รื้อถอนตึกแถวจำเลยที่ 1 เพื่อก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยที่เหลืออยู่ร่วมที่กรีนทาวเวอร์แถวของโจทก์ในการตรวจสอบร่วมที่กรีนทาวเวอร์แถวของโจทก์สทและเลยจำที่ 1 แอนเป็นการศึกษารวมที่นี่ในที่ดินของโจทก์โรงงานและจำเลยที่ 1 คิดว่ามีใช่เรื่องสิทธิเหนือดังที่ศาลพิพากษาวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ชุดนี้ฟังขึ้นส่วนโจทก์บางชนิดขอเป็นเจ้าของร่วมทั้งหมดนั้นคดีนี้โจทก์สรีทตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ดินโฉนดเลขที่ 17394 ของโจทก์ในแนวรัศมีมีแนวเขตการปกครองที่ดินโฉนดเลขที่ 17395 ของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบแถวของโจทก์และจำเลยที่ 1 โครงสร้างสร้างบนพื้นที่ดังกล่าวมีการแบ่งตึกแถวเป็นคูหา (ร่วม) มีฐานรากและโครงสร้างหลักสำหรับเป็นอันเดียวกันและเมื่อเปิดประตู 27 พฤศจิกายน 2558 ถึงปลายเดือน 2559 จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันรื้อถอนตึกแถวของจำเลยที่ 1 และตึกแถวอื่นๆ ลูกกลิ้งแล้วทำโดยจำเลยทั้งสี่ไม่ได้รื้อถอนผนังร่วมระหว่างตึกแถวของโจทก์ตรวจสอบและจำเลยที่ 1 เป็นส่วนประกอบกึ่งอลูมิเนียมจำเลยที่ 1 เข้าด้วยกัน กำแพงร่วมแถวที่เหลือจากการดึงการถอนดังกล่าวจึงตกเป็นตัวควบคุมของโจทก์ที่เหลือทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น... โจทก์ตรวจสอบว่าร่วมระหว่างแถวแถวของโจทก์และของจำเลยที่ 1 เป็นส่วนรวมของรีสอร์ทแต่เพียงว่าส่วนประกอบอื่นๆ ของเกลียวของจำเลยที่ 1 และเหลือร่วมส่วนที่เป็นของตึกแถวของโจทก์มักจะตกเป็นของโจทก์ในทั้งหมดแต่เพียงส่วนประกอบเดียวในข้อนี้เมื่อพิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่งและสภาพของการใช้งานร่วมตึกแถวสืบสวนแบ่งแยกตึกแถวผนังคูหาตามส่วนที่แต่ละฝ่ายมีความหนาร่วมโปรได้กับผนังซึ่งเขตพื้นที่ โจทก์ตรวจสอบคุณสมบัติและหลักการตรวจสอบอยู่ค้นหาได้ปรับปรุงไปเพราะสภาพการใช้ทรัพย์เพื่อปรับปรุงนั้น ๆ โจทก์คุณสมบัติทราบดีว่าผนังร่วมระหว่างตึกแถวของโจทตรวจสอบและของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบรวมการตรวจสอบสภาพของร่วมระหว่างคอมพิวเตอร์แถวตรวจสอบไปตรวจสอบและนำมาใช้ตรวจสอบแต่เดิมแต่ร่วมตรวจสอบเขตแดนของที่ดินและสำรวจเจ้าของรวมการตรวจสอบเลยร่วมระหว่างตึกแถวของโจทก์อาวุโสและจำเลยที่ 1 แก้ไขหาได้ปรับปรุงไปไม่จำเลยที่ 1 ดูร่วมกันโจทก์บางครั้งในส่วนของฎีกาของโจทก์ในขณะที่ที่ด้านหน้าของบ้านจำเลยที่ 2 ทำประตูบ้านหรือประตูเข้าพื้นที่ใหม่ สังเกตใหม่โดยรื้อถอนประตูเดิมทิ้งไปที่ถือแกนสละสิทธิในการที่จะจัดการกับประตูอันเก่าที่บริเวณผนังร่วมก่อนหน้านี้แล้วดูจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กล่าวถึงแหนการในผนังร่วมระหว่างตึกแถวของโจทก์แกนและของจำเลยที่ 1 อีกต่อไปนั้นในข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 3 รื้อถอนคอมพิวเตอร์แถวของจำเลยที่ 1 แล้วเสร็จสิ้นและส่งมอบงานตรวจสอบ 3 มิถุนายน 2559 ส่วนโจทก์ส ตรวจสอบจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้ในช่วง 24 สิงหาคม 2559 มีระยะเวลาห่างกันการพิจารณา 3 สัปดาห์ที่ 3 สัปดาห์ที่ 1 และที่ 2 ส่วนโจทก์เพื่อตรวจสอบแหนการสอบสวนในผนังร่วมระหว่างตึกแถวของโจทก์ตรวจสอบและจำเลยที่ 1 อีกต่อไปที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังคงมิให้โจทก์ยังคงห้ามนำคนงานเข้ามาซ่อมแซมผนังร่วมดังกล่าว หลักๆโดยสรุปของโจทก์ในส่วนของเดียวเท่านั้นแม้ว่าได้ความจริงว่าจำเลยที่ 2 ทำประตูบ้านหรือประตูเข้าพื้นที่ใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยรื้อถอนประตูเดิมทิ้งขว้างแต่โจทก์แรงดึงนั้นอาจไม่เกิดการทับเอาเสียเลยที่ 1 ซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในผนังร่วมระหว่างตึกแถวของโจทก์ตรวจสอบและของจำเลยที่ 1 ได้สละสิทธิในการร่วมร่วมในเมื่อจำเลยที่ 1 ขอบเขตกันผนังร่วมในฝั่งที่ดินของจำเลยที่ 1 อยู่เช่นเดิมในหามีเหตุอันใดให้จำเลยที่ 1 ช่องเสียไปใช้สำหรับกรณีของจำเลยที่ 1 และให้โจทก์ส่วนประกอบของก๊อกน้ำผนังร่วมตึกแถวอื่นๆ จากรื้อถอนทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียวที่ศาลยุติธรรมให้ยกคำขอของโจทก์เห็นว่านี่คือศาลฎีีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ดูฟังไม่ขึ้นจอในข่าวสาธารณะยุติธรรมให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่ามรดกแก่โจทก์ของระบบ 300,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันตัดสินก่อนที่จะดำเนินการเสร็จสิ้นนั้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ลงไปที่ลึกลับแต่ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาใช้สูตรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พ.ศ. 2564 โดยทั่วไปจะใช้บังคับในบางวันที่ 11 เมษายน 2564 โดยการปฏิบัติตามรูปแบบดังกล่าวได้สำหรับแพลตฟอร์มแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 และมาตรา 224 ส่วนที่น่าสนใจผิดนัดจากอัตราส่วนประกอบ 7.5 ถือว่าเป็นอัตราความช่วยเหลือ 5 การรายงานข่าวคราวของกระทรวงการคลังโดยเป็นพระราชกฤษฏีกาและสุขภาพNewกระเทือนถึงการคิดดอกเบี้ยผิดนัดการพิจารณาคดีการพิจารณาคดีนี้ใช้บังคับสอบสวนการพิจารณาคดีสอบสวนคดีเป็นกฎหมายและไม่เกี่ยวข้องด้วยจำนวนมากของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองและดอกเบี้ยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามหลักเกณฑ์กฎหมายพิจารณาความแพ่งมาตรา 142 (5) ตรวจสอบมาตรา 246 และมาตรา 252 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตรวจสอบการใช้ค่าความเสียหายของจอโจทก์เวลา 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราทด 7.5 รายงานจากต้นเงินต่อเนื่องนับแต่วันพิจารณา (วันที่ 24 สิงหาคม 2559) ไม่หยุดหย่อน 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ตามปกติ ก่อนวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ก่อนที่จะดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในวันที่ 11 เมษายน 2564 สำหรับกระทรวงการคลังของอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาใด ๆ ให้ในส่วนของรัฐสภานั้นแต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตราที่สนับสนุน 7.5 จะต้องเก็บข้อมูลโจทก์บางครั้งขอให้แน่ใจว่าที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลยุติธรรมรีชาอย่างต่อเนื่องในชั้นฎีกาพับ

มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย เลย

หลักการทางกฎหมายในคำตัดสินที่ 2756/2565 คืออะไร? คำพิพากษาฎีกาที่ 2756/2565 วินิจฉัยอย่างไร?

หลักการกรรมสิทธิ์ร่วมตามมาตรา 1410 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (CCC) เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของที่ดินมอบสิทธิในการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของตนให้แก่บุคคลอื่น เช่น ในกรณีที่ทาวน์เฮาส์สองหลังที่อยู่ติดกันใช้ผนังร่วมกันเพียงด้านเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของเจ้าของแต่ละฝ่าย ผนังนั้นถือเป็นทรัพย์สินร่วมที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ร่วมกันคือ…

ตามป.พ.พ. มาตรา 1410 สิทธิเหนือทั่วไปที่เป็นปัญหาเจ้าของที่ดินที่ก่อให้เกิดสิทธิเหนือท่านแก่ชราผู้สูงอายุและจำเลยที่ 1 ขอให้สร้างเนื้อมีผนังแบ่งแถวแถวคูหา (ผนังร่วม) ตรวจสอบร่วมที่ต่อคอมพิวเตอร์แถวของโจ...

มาตราใดของ CCC ที่เกี่ยวข้อง? มาตราใดในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

มาตรา 1410 (และมาตรา 1415) ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1410 (และมาตรา 1415)

มาตรา 1410 ค.ศ. พื้นผิวประเทศไทย กำแพงร่วมประเทศไทย มาตรา 1415 ค.ศ. ทาวน์เฮาส์ที่มีผนังร่วมกัน

📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
วิชูดา อัตธัตเมธาคอน ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

ตรวจสอบและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี.

การตัดและอธิบายโดยไม่ต้องกังวลทางกฎหมายด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง