บรรพ 5 — ครอบครัว

มาตรา 1448 — อายุขั้นต่ำในการสมรส — 18 ปี

ยกอายุขั้นต่ำจาก 17 เป็น 18 และเปลี่ยนถ้อยคำเป็นกลางทางเพศ สมรสเพศเดียวกันได้ การสมรสกระทำได้ระหว่างบุคคลสองคนไม่ว่าเพศใด (เดิม 'ชายและหญิง') และปรับอายุขั้นต่ำจาก 17 เป็น 18 ปี

ตัวบทกฎหมาย

การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

A marriage can take place only when both persons have completed their eighteenth year of age. However, the court may, in case of having appropriate reason, allow them to marry before attaining such age.

คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1448 ได้รับการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (มีผลบังคับ 23 มกราคม 2568) ซึ่ง: (ก) ยกอายุขั้นต่ำจาก 17 เป็น 18 ปี แก้ปัญหาความไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก (ข) เปลี่ยน 'ชายและหญิง' เป็น 'บุคคลทั้งสองฝ่าย' ทำให้สมรสได้โดยไม่จำกัดเพศ ข้อยกเว้นเรื่องการอนุญาตจากศาลยังคงเดิม การสมรสก่อนวันที่กฎหมายใหม่บังคับใช้ยังคงมีผลสมบูรณ์ การจดทะเบียนหลังจากนั้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่

มาตราหลัก

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: ตรวจสอบบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันอายุก่อนให้คำแนะนำเรื่องการจดทะเบียน ผู้เยาว์ต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อน สำหรับประชาชน: หากอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสที่อำเภอได้โดยตรง ต้องมีคำสั่งศาลก่อน คู่รักเพศเดียวกันมีสิทธิจดทะเบียนสมรสได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568

ความเป็นมาทางกฎหมาย

มาตรา 1448 เดิมกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่สิบเจ็ดปีและใช้ถ้อยคำว่า 'ชายและหญิง' ต่อมาได้รับการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 โดยเพิ่มอายุขั้นต่ำเป็นสิบแปดปีและเปลี่ยนถ้อยคำเพื่อให้เป็นกลางทางเพศ เปิดทางให้บุคคลทุกเพศสมรสกันได้

  • อายุขั้นต่ำ
  • การสมรส
  • สมรสเพศเดียวกัน
  • พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม
  • คำสั่งศาล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1832/2527 (1984)

    นายทะเบียนจะปฏิเสธการจดทะเบียนสมรสได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุตามกฎหมายเท่านั้น

    นายทะเบียนมีหน้าที่รับจดทะเบียนสมรสเมื่อมีการร้องขอ จะปฏิเสธได้เฉพาะเมื่อไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรา 1448 ถึง 1454 และ 1458 หากปฏิเสธ ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องศาลโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยได้หรือไม่?

ได้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 ได้แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้การสมรสเปิดกว้างสำหรับบุคคลทุกเพศ คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตหรืออำเภอได้ในเงื่อนไขเดียวกันกับคู่รักต่างเพศทุกประการ

คู่สมรสเพศเดียวกันมีสิทธิอะไรบ้างภายใต้กฎหมายไทย?

นับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมีสิทธิเท่าเทียมในเรื่องทรัพย์สิน (ระบบสินสมรส) มรดก ค่าอุปการะเลี้ยงดู การเยี่ยมในโรงพยาบาล การให้ความยินยอมทางการแพทย์ และการรับบุตรบุญธรรม รวมทั้งมีหน้าที่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันและอยู่กินร่วมกันเช่นเดียวกับคู่สมรสทั่วไป

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น