มาตรา 537: เช่าทรัพย์, บทนิยาม
ตัวบทกฎหมาย
อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A hire of property is a contract whereby a person, called the letter, agrees to let another person, called the hirer, have the use or benefit of a property for a limited period of time and the hirer agrees to pay rent therefore.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 537 เป็นบทเริ่มต้นของกฎหมายเช่าทรัพย์ทุกประเภทในไทย ทั้งที่อยู่อาศัย พาณิชย์ เกษตร และเครื่องจักร สัญญาเช่าก่อให้เกิดสิทธิส่วนบุคคล (sit-in-personam) ไม่ใช่ทรัพยสิทธิที่ผูกพันบุคคลภายนอก หมายความว่าถ้าเจ้าของขายที่ดิน ผู้ซื้อไม่ผูกพันตามสัญญาเช่าโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะได้จดทะเบียน (มาตรา 538) ลูกค้าต่างชาติที่ต้องการระยะยาวเชิงพาณิชย์ ควรพิจารณา (ก) สัญญาเช่า 30 ปีจดทะเบียนพร้อมสิทธิต่ออายุ หรือ (ข) ทรัพยสิทธิทางเลือกเช่น สิทธิเก็บกินตามมาตรา 1417 หรือสิทธิเหนือพื้นดินตามมาตรา 1410
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
ทนายความ: ศาลพิจารณาเนื้อหาของสัญญา หากสัญญาที่เรียกว่าเช่าแต่โอนกรรมสิทธิ์จริง จะถูกปรับเป็นสัญญาซื้อขายตามมาตรา 453 ประชาชนทั่วไป: ผู้เช่าไม่ใช่เจ้าของ ใช้ทรัพย์ได้แต่ขายหรือจำนองไม่ได้ และต้องคืนทรัพย์เมื่อสิ้นสัญญา
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17923/2557 (2014) ★ คดีนำ
ศาลจะปรับสัญญาที่เรียกว่าเช่าให้เป็นซื้อขายเมื่อเนื้อหาที่แท้จริงคือการโอนกรรมสิทธิ์
สัญญาที่เรียกว่าเช่าถูกปรับเป็นสัญญาซื้อขายตามมาตรา 453 เพราะวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือการโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่การให้ใช้ทรัพย์ชั่วคราวตามมาตรา 537
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6229/2541 (1998)
สัญญาเช่าย่อมผูกพันเฉพาะคู่สัญญา สัญญาเช่าที่ทำขึ้นก่อนบริษัทจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลย่อมไม่มีผลถึงบริษัทนั้น และข้อนำสืบว่าผู้เช่าตามสัญญาลงชื่อแทนบริษัทย่อมขัดกับข้อสัญญาที่ห้ามโอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วง และข้อสัญญาที่ว่าคู่สัญญาผูกพันกันเฉพาะข้อตกลงที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร จึงยกขึ้นยันผู้ให้เช่าไม่ได้ ส่วนการวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อสัญญา เงินมัดจำที่ระบุให้ถือเป็นค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือนย่อมเป็นค่าเช่า มิใช่ค่าตอบแทน งานที่ผู้เช่าทำเพื่อประโยชน์ในกิจการของตนเองก็มิใช่ค่าตอบแทน และข้อสัญญาที่ให้อาคารตกเป็นของผู้ให้เช่าย่อมไม่เด็ดขาดเมื่อมีข้อสัญญาอีกข้อหนึ่งให้ผู้เช่ารื้อถอนไปได้ทั้งหมดเมื่อเลิกสัญญา เมื่อไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ก็เป็นสัญญาเช่าธรรมดาตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ และเมื่อผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาภายหลังครบกำหนดแล้ว ผู้เช่าย่อมไม่มีสิทธิอยู่ต่อไป การอยู่ต่อมาจึงเป็นการละเมิด
เจ้าของที่ดินมอบอำนาจให้มารดาทำสัญญาเช่าที่ดินสองฉบับ ฉบับแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2526 มีกำหนด 3 ปี โดยมี พ. เป็นผู้เช่า ฉบับที่สองเมื่อเดือนกันยายน 2531 มีกำหนด 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 100,000 บาท โดยมีจำเลยเป็นผู้เช่า จำเลยอ้างว่าสัญญาฉบับแรกเป็นของตนและทั้งสองฉบับเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาฉบับแรกผูกพันเฉพาะโจทก์กับ พ. เพราะจำเลยเพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อเดือนธันวาคม 2526 ข้อนำสืบว่า พ. ลงชื่อแทนจำเลยขัดกับข้อสัญญาที่ห้ามโอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วง และข้อสัญญาที่ให้ผูกพันเฉพาะข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งสองฉบับมิใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา เพราะเงินมัดจำ 180,000 บาท เป็นค่าเช่าล่วงหน้า การถมที่ดินเป็นไปเพื่อประโยชน์ในกิจการของผู้เช่าเอง และข้อสัญญาที่ให้อาคารตกเป็นของผู้ให้เช่ามีข้อสัญญาอีกข้อหนึ่งให้ผู้เช่ารื้อถอนไปได้ทั้งหมดเมื่อเลิกสัญญา สัญญาทั้งสองฉบับทำห่างกันกว่าสองปี คู่สัญญาและสาระสำคัญต่างกัน ฉบับที่สองจึงเป็นสัญญาเช่าธรรมดามีกำหนด 3 ปี เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิอยู่ต่อไป การอยู่ต่อมาเป็นการละเมิด ต้องชำระค่าเช่าค้าง 200,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 250,000 บาท
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 61 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6834/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3836/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 11044/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 17923/2557 (2014) สัญญาเช่าที่แท้จริงเป็นสัญญาซื้อขาย ผู้ซื้อชาวต่างชาติบังคับให้โอนที่ดินแก่บริษัทผู้ถือแทนไม่ได้
- คำพิพากษาฎีกาที่ 752/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3745/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7722/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4970/2549 (2006)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
การเช่าและการซื้อขายแตกต่างกันอย่างไรตามกฎหมายไทย?
ในการซื้อขาย (มาตรา 453) กรรมสิทธิ์โอนจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ แต่ในการเช่า (มาตรา 537) กรรมสิทธิ์ยังคงอยู่กับผู้ให้เช่า ผู้เช่าได้เพียงสิทธิใช้ทรัพย์ชั่วคราวเพื่อแลกกับค่าเช่า ศาลไทยพิจารณาเนื้อหาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ชื่อสัญญา
ผู้เช่าสามารถให้เช่าช่วงแก่ผู้อื่นได้หรือไม่?
ไม่ได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า การเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมถือเป็นการผิดสัญญา สัญญาเช่าช่วงยังต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา 538 และระยะเวลาต้องไม่เกินสัญญาเช่าเดิม
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 537 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 537. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-537/ (accessed 17 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 537 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-537/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-537/"><p>อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 537 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-537/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา