ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 222/13: การรวมคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่ม
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มเกี่ยวกับสิทธิอย่างเดียวกันหลายรายในศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ให้ศาลรวมการพิจารณาคำร้องขอเหล่านั้นเข้าด้วยกัน และมีคำสั่งให้ผู้ร้องรายหนึ่งรายใดเป็นโจทก์ในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตามมาตรา ๒๒๒/๒ คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด เว้นแต่จะเป็นกรณีตามมาตรา ๒๒๒/๑๒ วรรคสาม
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มเกี่ยวกับสิทธิอย่างเดียวกันหลายรายในศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ให้ศาลรวมการพิจารณาคำร้องขอเหล่านั้นเข้าด้วยกัน และมีคำสั่งให้ผู้ร้องรายหนึ่งรายใดเป็นโจทก์ในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตามมาตรา ๒๒๒/๒ คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด เว้นแต่จะเป็นกรณีตามมาตรา ๒๒๒/๑๒ วรรคสาม
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้ป้องกันการดำเนินคดีแบบกลุ่มที่ซ้ำซ้อนและแข่งขันกันในเรื่องสิทธิอย่างเดียวกัน โดยกำหนดให้ศาลต้องรวมคำร้องที่ยื่นคู่ขนานเข้าด้วยกันและเลือกโจทก์ผู้ดำเนินคดีเพียงรายเดียว ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาที่ออกตามมาตรา ๒๒๒/๒ การกำหนดให้คำสั่งรวมและเลือกโจทก์เป็นที่สุด ช่วยลดการชิงความได้เปรียบเชิงกระบวนพิจารณาระหว่างผู้ที่อยากเป็นตัวแทนกลุ่ม ส่วนข้อยกเว้นยังคงสิทธิอุทธรณ์คำสั่งอนุญาตตามมาตรา ๒๒๒/๑๒ วรรคสามไว้ คู่ความจึงไม่เสียสิทธิในการทบทวนคำสั่งนั้น
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านเป็นหนึ่งในหลายกลุ่มหรือบุคคลที่ต่างจะยื่นฟ้องแบบกลุ่มในเรื่องเดียวกัน พึงเข้าใจว่าจะแยกดำเนินคดีคู่ขนานกันไม่ได้ ศาลจะรวมเข้าด้วยกันและเลือกโจทก์เพียงรายเดียว การจัดเตรียมตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยตัวแทนที่น่าเชื่อถือและคำฟ้องที่หนักแน่น ช่วยเพิ่มโอกาสที่ศาลจะเลือกผู้ร้องของท่านให้นำคดี เนื่องจากคำสั่งเลือกเป็นที่สุด จึงแทบไม่มีช่องรื้อฟื้นภายหลัง บทเรียนในทางปฏิบัติคือควรประสานผู้เสียหายก่อนยื่นฟ้อง ไม่ใช่หลังยื่น
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ามีสองกลุ่มยื่นฟ้องแบบกลุ่มในเรื่องเดียวกันจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา ๒๒๒/๑๓ ศาลต้องรวมคำร้องที่แข่งกัน แม้ยื่นต่างศาล เข้าด้วยกัน และเลือกผู้ร้องรายหนึ่งเป็นโจทก์ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา
คำสั่งเลือกโจทก์ผู้ดำเนินคดีแบบกลุ่มอุทธรณ์ได้หรือไม่
คำสั่งรวมและเลือกโจทก์ตามมาตรา ๒๒๒/๑๓ เป็นที่สุด เว้นแต่สิทธิอุทธรณ์คำสั่งอนุญาตที่คงไว้ตามมาตรา ๒๒๒/๑๒ วรรคสาม
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222/13 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 222/13. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-13/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 222/13 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-13/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-13/"><p>ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มเกี่ยวกับสิทธิอย่างเดียวกันหลายรายในศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ให้ศาลรวมการพิจารณาคำร้องขอเหล่านั้นเข้าด้วยกัน และมีคำสั่งให้ผู้ร้องรายหนึ่งรายใดเป็นโจทก์ในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาตามมาตรา ๒๒๒/๒ คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด เว้นแต่จะเป็นกรณีตามมาตรา ๒๒๒/๑๒ วรรคสาม</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222/13 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-13/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา