ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 222/14: การวางเงินค่าใช้จ่ายคดีแบบกลุ่ม
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มถึงที่สุดแล้ว ให้ศาลสั่งให้โจทก์นำเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาวางต่อศาลตามจำนวนที่เห็นสมควรภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวและไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่มและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปอย่างคดีสามัญ
หากต่อมาปรากฏว่าค่าใช้จ่ายที่วางไว้มีจำนวนไม่เพียงพอ ศาลจะสั่งให้มีการวางเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มเติมตามจำนวนที่เห็นสมควรก็ได้ ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวและไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง
คำแปลภาษาอังกฤษ
เมื่อคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มถึงที่สุดแล้ว ให้ศาลสั่งให้โจทก์นำเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาวางต่อศาลตามจำนวนที่เห็นสมควรภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวและไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่มและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปอย่างคดีสามัญ
หากต่อมาปรากฏว่าค่าใช้จ่ายที่วางไว้มีจำนวนไม่เพียงพอ ศาลจะสั่งให้มีการวางเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มเติมตามจำนวนที่เห็นสมควรก็ได้ ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวและไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้เป็นการจัดหาเงินสำหรับกลไกของคดีแบบกลุ่มเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ค่าใช้จ่ายที่มุ่งหมายคือค่าใช้จ่ายด้านธุรการที่เป็นลักษณะเฉพาะของคดีกลุ่ม โดยเฉพาะค่าบอกกล่าวและค่าประกาศหนังสือพิมพ์ตามมาตรา ๒๒๒/๑๕ มาตรานี้กำหนดผลของการไม่ปฏิบัติตามไว้สองระดับ การไม่วางเงินครั้งแรกมีผลเพียงยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ข้อพิพาทเดิมยังคงอยู่ในรูปคดีสามัญ แต่การไม่วางเงินเพิ่มตามคำสั่งภายหลังถือว่าทิ้งฟ้อง ซึ่งเป็นผลที่รุนแรงกว่าและอาจทำให้คดีสิ้นสุด ทั้งสองกรณีบทลงโทษจะใช้เฉพาะเมื่อโจทก์เพิกเฉยและไม่แจ้งเหตุ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
โจทก์ในคดีแบบกลุ่มต้องพร้อมนำเงินจริงมาวางต่อศาลในเวลาอันสั้น คือภายในเจ็ดวันนับแต่คำสั่งอนุญาตถึงที่สุด การวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนยื่นฟ้องจึงจำเป็น พึงสังเกตความต่างที่ชัดเจนของสองกรณี การไม่วางเงินครั้งแรกเพียงทำให้คดีกลายเป็นคดีสามัญ แต่การเพิกเฉยต่อคำสั่งวางเงินเพิ่มถือว่าทิ้งฟ้องและอาจแพ้คดี หากทำตามกำหนดไม่ได้ ควรยื่นคำแถลงแจ้งเหตุต่อศาลเสมอ อย่านิ่งเฉย เพราะบทลงโทษใช้เฉพาะการเพิกเฉยโดยไม่แจ้งเหตุ
คำถามที่พบบ่อย
โจทก์คดีแบบกลุ่มมีเวลาวางเงินค่าใช้จ่ายกี่วัน
ตามมาตรา ๒๒๒/๑๔ โจทก์ต้องวางเงินตามจำนวนที่ศาลกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่คำสั่งอนุญาตถึงที่สุด หากเพิกเฉยโดยไม่แจ้งเหตุ ศาลจะยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่ม
การไม่วางเงินครั้งแรกกับการไม่วางเงินเพิ่มต่างกันอย่างไร
การไม่วางเงินครั้งแรกเพียงทำให้ยกเลิกคดีแบบกลุ่มและดำเนินต่ออย่างคดีสามัญ แต่การเพิกเฉยต่อคำสั่งวางเงินเพิ่มถือว่าทิ้งฟ้อง ซึ่งอาจทำให้คดีสิ้นสุด
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222/14 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 222/14. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-14/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 222/14 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-14/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-14/"><p>เมื่อคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มถึงที่สุดแล้ว ให้ศาลสั่งให้โจทก์นำเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแบบกลุ่มมาวางต่อศาลตามจำนวนที่เห็นสมควรภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวและไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการดำเนินคดีแบบกลุ่มและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปอย่างคดีสามัญ หากต่อมาปรากฏว่าค่าใช้จ่ายที่วางไว้มีจำนวนไม่เพียงพอ ศาลจะสั่งให้มีการวางเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มเติมตามจำนวนที่เห็นสมควรก็ได้ ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวและไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้น ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222/14 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-14/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา