A note placing a child with relatives does not waive the mother's parental power คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3484/2542
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
The mother held อำนาจปกครอง alone under section 1546; the note only fixed the child's residence and was not an effective appointment of a ผู้ปกครอง or a waiver of parental power, so the father had to return the child and had no standing to counterclaim.
ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1546 เช่นนี้โจทก์จึงเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพรตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
An unmarried father cannot ask the court for parental power before he has legitimated the child, even if the mother is shown to be unsuitable.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
The unmarried mother had signed a note placing the child with the father's sister; the father kept the child and counterclaimed for sole parental power.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The mother held parental power alone under section 1546; the note only fixed the child's residence and was not an effective appointment of a guardian or a waiver of parental power, so the father had to return the child and had no standing to counterclaim.
ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1546 เช่นนี้โจทก์จึงเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพรตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3484/2542. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3484/2542 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
เมื่อจำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่มีอำนาจปกครองผู้เยาว์ ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกโจทก์ผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์โต้แย้งสิทธิ จำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้เยาว์แต่ผู้เดียว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือเด็กหญิงธัญพร อายุ 1 ปีเศษ ต่อมาโจทก์จำเลยสมัครใจแยกทางกันโดยตกลงให้โจทก์เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ครั้งสุดท้ายจำเลยมารับผู้เยาว์ไปแล้วไม่นำมาคืนแก่โจทก์ โจทก์ติดตามทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยมอบผู้เยาว์คืน แก่โจทก์
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยตกลงให้โจทก์เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ โจทก์เองเป็นฝ่ายทำบันทึกมอบบุตรผู้เยาว์ให้อยู่ในความปกครองของนางสาวอมรรัตน์ พี่จำเลยโดยจำเลยเป็นผู้เลี้ยงดูมาตลอดโจทก์ไม่มี ที่อยู่แน่นอน ไม่มีรายได้ ทั้งประพฤติตนไม่เหมาะสม ส่วนจำเลยมีรายได้ประจำสามารถส่งเสียบุตรผู้เยาว์ให้ได้รับ การศึกษา จึงเหมาะสมที่จะอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ขอให้พิพากษาให้ผู้เยาว์อยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยแต่ผู้เดียวห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้ง และคำให้การแก้ฟ้องแย้งแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงชดชี้สองสถานและงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้มีอำนาจ ปกครองผู้เยาว์แต่ผู้เดียว บันทึกมอบผู้เยาว์ให้อยู่ในความครอบครองและอุปการะเลี้ยงดูของนางสาวอมรรัตน์ เป็นเพียงการกำหนดที่อยู่ของผู้เยาว์ โจทก์จึงสามารถเรียกผู้เยาว์คืนจากนางสาวอมรรัตน์เพื่อกำหนดที่อยู่ใหม่ จำเลยมิใช่บิดาชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ ไม่มีอำนาจปกครองผู้เยาว์ จึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งให้ศาลพิพากษาให้ผู้เยาว์อยู่ในอำนาจปกครองของจำเลย พิพากษาให้จำเลยมอบผู้เยาว์คืนแก่โจทก์ ยกฟ้องแย้งจำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องส่งเด็กหญิงธัญพร บุตรผู้เยาว์ให้แก่โจทก์หรือไม่ และจำเลยมีอำนาจฟ้องแย้งให้ศาลมีคำพิพากษาให้เด็กหญิง ธัญพรอยู่ในอำนาจปกครองของจำเลยแต่เพียงผู้เดียวได้หรือไม่ คดีฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นภริยาจำเลยโดยมิได้จดทะเบียนสมรสมีบุตรผู้เยาว์ด้วยกัน 1 คน คือเด็กหญิงธัญพร ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1546 เช่นนี้โจทก์จึงเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพรตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนจำเลยเป็นบิดามิชอบด้วยกฎหมายจึงไม่มีอำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพร แม้โจทก์เป็นผู้ทำบันทึกระบุข้อความมอบเด็กหญิง ธัญพรให้อยู่ในความปกครองของนางสาวอมรรัตน์พี่จำเลยซึ่งเป็นการตั้งผู้ปกครองกันเองย่อมไม่มีผลแต่ประการใด เพราะการตั้งผู้ปกครองตามกฎหมายจะมีได้เฉพาะด้วยคำสั่งศาลหรือบิดามารดาตกลงกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (6) เท่านั้น ข้อความตามบันทึกดังกล่าวจึงเป็นเพียงการกำหนดที่อยู่ของบุตรผู้เยาว์ให้อยู่กับนางสาวอมรรัตน์และถือไม่ได้ว่าโจทก์ผู้เป็นมารดาได้สละการใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพรบุตรผู้เยาว์ของตนเพราะไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติให้บิดาหรือมารดาสามารถสละการใช้อำนาจปกครองให้แก่บุคคลอื่นได้ ทั้งมิใช่กรณีที่บิดาและมารดาตกลงกันตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ตกลงกันได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (6) เมื่อโจทก์ยังเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพร จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องส่งเด็กหญิงธัญพรให้แก่โจทก์ แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ตามฟ้องแย้งของจำเลยว่า โจทก์ไม่มีที่อยู่ แน่นอน ไม่มีรายได้ ทั้งประพฤติตนไม่เหมาะสม ส่วนจำเลยมีรายได้ประจำสามารถส่งเสียเด็กหญิงธัญพรให้ได้รับ การศึกษา จึงเหมาะสมที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพรก็ตาม เมื่อจำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กหญิงธัญพรและไม่มีอำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพรย่อมถือไม่ได้ว่า จำเลยถูกโต้แย้งสิทธิอันจะมีอำนาจฟ้องแย้งให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงธัญพรแต่ผู้เดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3484/2542
นางสาวรังสิยา มีห่วง โจทก์
นายธนกรหรือวงกต ตระการกิจวิชิต จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1546 , ม. 1566 ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 177 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นางสาวรังสิยา มีห่วง โจทก์ นายธนกรหรือวงกต ตระการกิจวิชิต จำเลย ป.พ.พ. ม. 1546 , ม. 1566 ป.วิ.พ. ม. 55 , ม. 177
ศาล: ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายธีรพงศ์ ฟักเงิน ศาลอุทธรณ์ - นางอรพินท์ เศรษฐมานิต
องค์คณะ: (สุวัตร์ สุขเกษม-อธิราช มณีภาค-ชวลิต ธรรมฤาชุ)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต