A registrar cannot refuse a marriage because the foreign partner lacks immigration papers คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3740/2525
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Under the Family Registration Act B.E. 2478 the registrar must register unless the conditions of marriage (now sections 1448-1454) are not met; the ministry order had no legal basis and was only an internal rule, so the court order to register stood.
จึงเป็นเพียงระเบียบภายในระหว่างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยด้วยกันเท่านั้น จะใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไปเช่นกฎหมายหาได้ไม่
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
A foreign partner's immigration paperwork is not itself a condition of marriage that allows a registrar to refuse.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A Thai national asked the Ubon Ratchathani district registrar to register his marriage to a Vietnamese woman born in Thailand who held only a refugee card, and the registrar refused under a Ministry of Interior order.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Under the Family Registration Act B.E. 2478 the registrar must register unless the conditions of marriage (now sections 1448-1454) are not met; the ministry order had no legal basis and was only an internal rule, so the court order to register stood.
จึงเป็นเพียงระเบียบภายในระหว่างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยด้วยกันเท่านั้น จะใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไปเช่นกฎหมายหาได้ไม่
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3740/2525. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3740/2525 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องกับนางสาวดาวได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อนายอำเภอเมืองอุบลราชธานี แล้วได้รับการปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า นางสาวดาวเป็นคนต่างด้าวจึงขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งให้นายอำเภอเมืองอุบลราชธานีทำการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับนางสาวดาว ต่อไป
นายอำเภอเมืองอุบลราชธานียื่นคำคัดค้านว่า นางสาวดาวเป็นบุคคลสัญชาติญวนและไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ผู้คัดค้านจึงไม่สามารถจดทะเบียนสมรสให้ได้ ทั้งนี้เพราะกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้นายทะเบียนอำเภอถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ในเรื่องการจดทะเบียนสมรสของหญิงต่างด้าวกับคนไทยโดยสั่งว่า ในกรณีที่หญิงต่างด้าวยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสกับคนไทย ฝ่ายหญิงต้องมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวเรียบร้อยเสียก่อน ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้นายทะเบียนครอบครัวประจำสำนักทะเบียนอำเภอเมืองอุบลราชธานีรับจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องกับนางสาวดาว
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า อำนาจและหน้าที่ของนายทะเบียนในการรับจดทะเบียนสมรสนั้น พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พุทธศักราช 2478 มาตรา 10 วรรคแรกบัญญัติว่า "เมื่อมีการร้องขอให้จดทะเบียนสมรสแล้ว ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนสมรสให้"
มาตรา 13 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้นายทะเบียนจดทะเบียนสมรส เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าการมิได้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งมาตรา 1445, 1446 และ 1447 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปัจจุบัน มาตรา 1448 ถึง มาตรา 1454)
และมาตรา 15 บัญญัติว่า "ถ้านายทะเบียนไม่ยอมรับจดทะเบียนสมรสผู้มีส่วนได้เสียจะยื่นคำร้องต่อศาลก็ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล
เมื่อศาลไต่สวนได้ความว่า การได้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายครบถ้วนแล้ว ก็ให้ศาลมีคำสั่งไปให้รับจดทะเบียน"
ส่วนคำสั่งตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ 649/2496 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2496 มีความว่า ในกรณีหญิงต่างด้าวมาร้องขอจดทะเบียนสมรสกับคนไทยให้นายทะเบียนตรวจสอบใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและสำมะโนครัวของหญิงต่างด้าวทุกรายนั้น แต่ถ้าแสดงหลักฐานไม่ได้ ก็ให้นายทะเบียนยับยั้งการจดทะเบียนไว้พลางก่อนฯ และคำสั่งตามหนังสือของกระทรวงมหาดไทยที่ 20695/2501 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2501 มีความว่า ในกรณีหญิงต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวโดยยังไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสกับคนไทย ให้นายทะเบียนบอกปัดไม่ยอมรับจดทะเบียนให้โดยไม่ต้องหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยนั้น คำสั่งดังกล่าวนี้มิได้อาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับใด จึงเป็นเพียงระเบียบภายในระหว่างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยด้วยกันเท่านั้น จะใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไปเช่นกฎหมายหาได้ไม่ ถึงแม้ผู้คัดค้านอยู่ในฐานะต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว แต่เมื่อคำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมาย ศาลก็จำต้องให้บังคับคดีไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสั่งตามหนังสือของกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวนี้เคยเป็นปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้ว่า คำสั่งตามหนังสือของกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับเช่นกฎหมายไม่ได้ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 720/2505 นายเป้งเฮียง ทวีโภคา กับพวก โจทก์ นายสอาด ศิริพัฒน์ จำเลย ดังนั้น ที่ผู้คัดค้านยกเหตุความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติขึ้นมาอ้างในฎีกาจึงฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3740/2525
นายเกียรติศักดิ์ แซ่จิว ผู้ร้อง
ร้อยเอกอรุณ พันธุ์ภักดี ผู้คัดค้าน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1448 , ม. 1457 พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 ม. 10 , ม. 13 , ม. 15 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นายเกียรติศักดิ์ แซ่จิว ผู้ร้อง ร้อยเอกอรุณ พันธุ์ภักดี ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1448 , ม. 1457 พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2478 ม. 10 , ม. 13 , ม. 15
องค์คณะ: (สุทิน เลิศวิรุฬห์-บัญญัติ สุชีวะ-เริ่ม ธรรมดุษฎี)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต