Without a registered superficies a building goes with the land on seizure คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4061/2558
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
While the building stands on the land it is a component part of it; separate ownership of the building would have required a superficies under section 1410, which was never registered, so the building belonged with the land and could be sold at auction.
การที่ผู้ร้องจะก่อตั้งกรรมสิทธิ์ในตึกแถวเลขที่ 7/170 แยกออกต่างหากจากที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 จะทำได้ก็โดยการก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดิน
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
Without a registered superficies, a building goes with the land on transfer and on seizure by creditors.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
A man built a shophouse on his co owned titled land, then gave his share of the land together with the shophouse to two relatives; when the bank seized land and building for their debt, he claimed the building was still his.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
While the building stands on the land it is a component part of it; separate ownership of the building would have required a superficies under section 1410, which was never registered, so the building belonged with the land and could be sold at auction.
การที่ผู้ร้องจะก่อตั้งกรรมสิทธิ์ในตึกแถวเลขที่ 7/170 แยกออกต่างหากจากที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 จะทำได้ก็โดยการก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดิน
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4061/2558. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4061/2558 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
English translation is being prepared and will be available soon.
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน จำนวน 13,108,843.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงิน 13,000,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่เรียกเก็บจากลูกค้าทั่วไปตามประกาศโจทก์ และดอกเบี้ยของต้นเงิน 108,843.64 บาท ในอัตราดอกเบี้ยเบิกเงินเกินบัญชีส่วนที่เกินวงเงิน ตามที่โจทก์ประกาศกำหนด นับตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยในอัตราดอกเบี้ยระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2544 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2544 ให้รับผิดในอัตรา เอ็ม.แอล.อาร์ ตามโจทก์ขอ และให้นำเงินที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 นำเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2541 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 31 สิงหาคม 2541 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2542 จำนวน 15,000 บาท และวันที่ 17 มีนาคม 2542 จำนวน 15,000 บาท มาหักชำระหนี้ โดยหักชำระดอกเบี้ยก่อนหลังจากนั้นให้หักชำระต้นเงิน หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้หรือชำระไม่ครบ ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 และที่ 3 บังคับชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วนแต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดี นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 7/170 ออกขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์ให้การขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าตึกแถวเลขที่ 7/170 เป็นส่วนควบกับที่ดินโฉนดเลขที่21664 หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องเป็นผู้ปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 7/170 จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถวดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 พร้อมตึกแถวเลขที่ 7/170 ออกขายทอดตลาด เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นผู้ปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 7/170 บนที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 ก็ตาม แต่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ทำหนังสือยกที่ดินเฉพาะส่วนของผู้ร้องทั้งหมดตามโฉนดที่ดินเลขที่ 21664 พร้อมตึกแถวสามชั้นเลขที่ 7/170 ให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือสัญญาให้ที่ดินเฉพาะส่วน ดังนี้เมื่อตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 7/170 ยังปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 ตึกแถวเลขที่ 7/170 ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 การที่ผู้ร้องจะก่อตั้งกรรมสิทธิ์ในตึกแถวเลขที่ 7/170 แยกออกต่างหากจากที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 จะทำได้ก็โดยการก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1410 เมื่อผู้ร้องไม่เคยจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินให้สมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่มีผลทำให้ตึกแถวเลขที่ 7/170 นั้นมิใช่เป็นส่วนควบของที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 ผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ตึกแถวเลขที่ 7/170 แยกต่างหากจากที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 ต้องถือว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์จึงนำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 21664 พร้อมตึกแถวเลขที่ 7/170 ออกขายทอดตลาดได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4061/2558
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์
นายอนันตชัย จันทรกลกิจ ผู้ร้อง
นายดำรงศักดิ์ จันทรกลกิจ กับพวก จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 146 , ม. 1299 , ม. 1410 แหล่งที่มา สำนักวิชาการ
คู่ความ: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายอนันตชัย จันทรกลกิจ ผู้ร้อง นายดำรงศักดิ์ จันทรกลกิจ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 146 , ม. 1299 , ม. 1410
องค์คณะ: (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต