ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp
Verified ตรวจสอบแล้ว Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 6595/2538 คำพิพากษาที่ 6595/2538 พ.ศ. 2538 (พ.ศ. 2531)

A will with no date is void and the estate passes as if there were no will คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6595/2538

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Quoting sections 1655 and 1656, the court held that the copy พินัยกรรม bore no day, month or year and so was not in the prescribed form; it was void under section 1705, the estate passed to the statutory heirs as if there were no will, and the grandson, inheriting in place of his predeceased father, was properly appointed.

แต่ตามสำเนาพินัยกรรมท้ายคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ลงวัน เดือน ปี ในการทำพินัยกรรม พินัยกรรมฉบับนี้จึงมิได้ทำตามแบบที่กฎหมายบัญญัติไว้

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

A missing date alone voids an ordinary written will, because section 1655 admits no will outside the prescribed forms.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

A son claimed that his late father had left farmland to him alone by will and sought removal of the administrator, a grandson appointed as heir by representation.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Quoting sections 1655 and 1656, the court held that the copy will bore no day, month or year and so was not in the prescribed form; it was void under section 1705, the estate passed to the statutory heirs as if there were no will, and the grandson, inheriting in place of his predeceased father, was properly appointed.
แต่ตามสำเนาพินัยกรรมท้ายคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ลงวัน เดือน ปี ในการทำพินัยกรรม พินัยกรรมฉบับนี้จึงมิได้ทำตามแบบที่กฎหมายบัญญัติไว้

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

On section 1711: The will was not dated, so it did not follow the required form and was void under section 1705; the estate passed to the statutory heirs. The grandson inherited by representation, was an interested person entitled to apply under sections 1711 and 1713, and even on the son's version of the facts there was no ground to remove him under section 1727.

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 6595/2538. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6595/2538 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

พินัยกรรมไม่ลงวันเดือนปีในการทำพินัยกรรมจึงมิได้ทำตามแบบที่กฎหมายบัญญัติไว้ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1705ทรัพย์มรดกของผู้ตายจึงตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายเสมือนหนึ่งมิได้มีการทำพินัยกรรมไว้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าท.บิดาผู้คัดค้านที่1เป็นบุตรของผู้ตายได้ตายก่อนผู้ตายผู้คัดค้านที่1ย่อมเป็นผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกแทนที่บิดาจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1711และ1713ดังนั้นเมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้คัดค้านที่1เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้วแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าเจ้าของมรดกได้ทำพินัยกรรมทรัพย์มรดกให้แก่ผู้คัดค้านที่2แต่ผู้เดียวก็ตามก็ยังไม่มีเหตุที่ศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนผู้คัดค้านที่1จากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1727
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายแกด ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทองสวางกับนางนงเยาว์นายทองสวาทเป็นบุตรของนายแกดกับนางหลุ่มเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายแกด เมื่อนายทองสวาทถึงแก่ความตาย ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นผู้มีสิทธิเข้ารับมรดกแทนที่นายทองสวาท ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกนั้น ผู้ร้องมีเจตนาจงใจซ่อนเร้นปิดบังทายาท โดยไม่ระบุผู้คัดค้านที่ 1 และพี่น้องของผู้คัดค้านที่ 1 ในบัญชีเครือญาติ ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ทราบเรื่องที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกพฤติการณ์ของผู้ร้อง จึงไม่สมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของนายแกด ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้วตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทน
ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายสมปอง ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายแกดผู้ตาย
นายล้วน ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านที่ 2เป็นบุตรของนายแกดเจ้ามรดกกับนางหลุ่ม กรอบแก้วที่ดินนาที่ร้องขอจัดการมรดกนั้น เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 แต่ผู้เดียว ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1พ้นจากการเป็นผู้จัดการมรดก
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องมิได้กล่าวอ้างว่า นายสมปองผู้จัดการมรดกไม่ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการมรดก หรือมีเหตุอื่นใดอันจะเป็นเหตุให้ขอเพิกถอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1727 แม้จะอ้างว่าเจ้ามรดกทำพินัยกรรมให้ไว้ก่อนผู้จัดการมรดกก็จะต้องจัดการมรดกตามพินัยกรรมอยู่แล้วให้ยกคำร้อง
ผู้คัดค้าน ที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืน
ผู้คัดค้าน ที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1655บัญญัติว่า "พินัยกรรมนั้นจะทำได้ก็แต่ตามแบบใดแบบหนึ่งดังที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้" มาตรา 1656 บัญญัติว่า "พินัยกรรมนั้นจะทำตามแบบดั่งนี้ก็ได้กล่าวคือ ต้องทำเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปีในขณะที่ทำขึ้น และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น" เห็นได้ว่าตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว พินัยกรรมจะต้องทำตามแบบ แบบของพินัยกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ต้องทำเป็นหนังสือลงวัน เดือนปี ในขณะที่ทำ แต่ตามสำเนาพินัยกรรมท้ายคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ไม่ลงวัน เดือน ปี ในการทำพินัยกรรม พินัยกรรมฉบับนี้จึงมิได้ทำตามแบบที่กฎหมายบัญญัติไว้ ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1705 ทรัพย์มรดกของผู้ตายจึงตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตาย เสมือนหนึ่งมิได้มีการทำพินัยกรรมไว้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านายทองสวาทบิดาผู้คัดค้านที่ 1 เป็นบุตรของผู้ตายได้ตายก่อนผู้ตาย ผู้คัดค้านที่ 1 ย่อมเป็นผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกแทนที่บิดา จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1711 และ 1713 แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ก็ตาม ก็ยังไม่มีเหตุที่ศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนผู้คัดค้านที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6595/2538
นาย ชน กรอบแก้ว ผู้ร้อง
นาย สมปอง กรอบแก้ว กับพวก ผู้คัดค้าน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1620 , ม. 1639 , ม. 1655 , ม. 1656 , ม. 1705 , ม. 1711 , ม. 1713 , ม. 1727 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: นาย ชน กรอบแก้ว ผู้ร้อง นาย สมปอง กรอบแก้ว กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1620 , ม. 1639 , ม. 1655 , ม. 1656 , ม. 1705 , ม. 1711 , ม. 1713 , ม. 1727

องค์คณะ: (บุญศรี กอบบุญ-สมมาตร พรหมานุกูล-สละ เทศรำพรรณ)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthamethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง