ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp
Verified ตรวจสอบแล้ว Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 8222/2540 คำพิพากษาที่ 8222/2540 พ.ศ. 2540 (พ.ศ. 2540)

A holographic will must carry a date and an undated will is void คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8222/2540

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The undated พินัยกรรม did not comply with section 1657 and was void under section 1705, so the wife's estate passed as on intestacy; the copy of the husband's will was inadmissible under Civil Procedure Code section 93, so it could not be found that he made a will.

ไม่ระบุวัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรมอันเป็นการทำพินัยกรรมที่ไม่ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้ใน มาตรา 1657 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

It shows the date is an essential element and that the original document must be produced.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

Heirs disputed the estates of a Thai wife and her German husband, both of whom died in 1992; the wife's handwritten will bore no date, and only a photocopy of the husband's holographic will was produced.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The undated will did not comply with section 1657 and was void under section 1705, so the wife's estate passed as on intestacy; the copy of the husband's will was inadmissible under Civil Procedure Code section 93, so it could not be found that he made a will.
ไม่ระบุวัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรมอันเป็นการทำพินัยกรรมที่ไม่ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้ใน มาตรา 1657 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 8222/2540. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8222/2540 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

พินัยกรรมฉบับพิพาทเป็นพินัยกรรมแบบทำเป็นเอกสารเขียนเอง ทั้งฉบับ แต่ไม่ระบุวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมอันเป็นการทำพินัยกรรมที่ไม่ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมจึงเป็นทรัพย์มรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และเมื่อการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก ย่อมมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1713 แม้เอกสารฉบับพิพาทพร้อมคำแปลจะมีข้อความว่า ป.เจ้ามรดกเป็นผู้ทำ และมีลักษณะเป็นพินัยกรรมแบบทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับ โดยผู้ทำลงวัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตนในเอกสารอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงสำเนาเท่านั้น ไม่ใช่ต้นฉบับเอกสาร จึงต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93กรณีไม่อาจฟังว่า ป. เจ้ามรดกทำพินัยกรรมนั้นไว้จริง เมื่อเอกสารที่ผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นเอกสารการรับเป็นบุตรบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันระหว่าง ป. เจ้ามรดกกับผู้คัดค้านเป็นเพียงสัญญารับบุตรบุญธรรมเพราะ ป.เจ้ามรดกไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอรับบุตรบุญธรรม ทั้งไม่ปรากฎว่า ป. เจ้ามรดกได้รับอนุมัติจากศาลปกครองในการรับบุตรบุญธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ดังนั้น เมื่อการรับบุตรบุญธรรมของ ป. ไม่สมบูรณ์ และ ไม่มีผลตามกฎหมาย และเมื่อ ป.เจ้ามรดก ไม่ได้จดทะเบียนรับผู้คัดค้านเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายของประเทศไทย ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ทายาทของ ป.ทั้งเมื่อไม่ปรากฎว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของ ป. ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของ ป. ได้
คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกผู้ร้องสำนวนแรกกับผู้คัดค้านสำนวนหลังว่าผู้ร้อง และเรียกผู้คัดค้านสำนวนแรกกับผู้ร้องสำนวนหลังว่าผู้คัดค้าน
คดีสำนวนแรกผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของนางเพ็ญศรีหรือนางสาวเพ็ญศรี พวงระย้า ภริยาของนายปีเตอร์ กรีน ชาวเยอรมันนางเพ็ญศรีหรือนางสาวเพ็ญศรีกับนายปีเตอร์ กรีน ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2535ผู้ตายทั้งสองมีทรัพย์มรดกแต่มิได้ทำพินัยกรรมไว้ มีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสอง
ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรของนางเพ็ญศรี และเป็นบุตรบุญธรรมของนายปีเตอร์ กรีนก่อนถึงแก่ความตายผู้ตายทั้งสองได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ผู้คัดค้าน ผู้ร้องจึงไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและผู้ร้องใช้สิทธิร้องขอคดีนี้โดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและตั้งนายวิเชียร เวชยันต์ชวลิต ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสอง
คดีสำนวนที่สอง ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรของนางเพ็ญศรีผู้ตาย ซึ่งทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้คัดค้าน ขอให้ศาลตั้งนายวิเชียร เวชยันต์ชวลิตผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกนางเพ็ญศรีหรือนางสาวเพ็ญศรี พวงระย้า ผู้ตาย
ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านว่า นางเพ็ญศรี ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ นายวิเชียร เวชยันต์ชวลิต ไม่ใช่บิดาชอบด้วยกฎหมายของนางสาวพรทิพย์ขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางเปรี่ยมหรือนางเปลี่ยน พวงระย้าและนายวิเชียร เวชยันต์ชวลิต เป็นผู้จัดการมรดกของนางเพ็ญศรีหรือนางสาวเพ็ญศรี พวงระย้า ผู้ตายร่วมกัน กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านข้อแรกว่า พินัยกรรมที่นางเพ็ญศรีหรือนางสาวเพ็ญศรี พวงระย้า ทำไว้ตามเอกสารหมาย ค.7 ตกเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า พินัยกรรมตามเอกสารหมาย ค.7 เป็นพินัยกรรมแบบทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1657 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "พินัยกรรมนั้นจะทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้กล่าวคือ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือตนเองซึ่งข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน" เมื่อพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ค.7 ไม่ระบุวัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรมอันเป็นการทำพินัยกรรมที่ไม่ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้ใน มาตรา 1657 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 ทรัพย์ของนางเพ็ญศรีหรือนางสาวเพ็ญศรีเจ้ามรดกจึงเป็นทรัพย์มรดกที่ไม่มีพินัยกรรม เมื่อการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องผู้ร้องและผู้คัดค้านในฐานะทายาทโดยธรรมของนางเพ็ญศรีหรือนางสาวเพ็ญศรีเจ้ามรดก ย่อมมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านข้อต่อไปมีว่านายปีเตอร์ กรีน ทำพินัยกรรมไว้หรือไม่ เห็นว่า แม้เอกสารหมาย ค.6 พร้อมคำแปลเอกสารหมาย ค.8 จะมีข้อความว่านายปีเตอร์ กรีน เจ้ามรดกเป็นผู้ทำและมีลักษณะเป็นพินัยกรรมแบบทำเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับ โดยผู้ทำลง วัน เดือน ปีและลายมือชื่อของตนในเอกสารอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ตามแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ผู้คัดค้านนำสืบว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงสำเนาเท่านั้น ไม่ใช่ต้นฉบับเอกสารซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 ให้ศาลรับฟังได้แต่ต้นฉบับเอกสารเท่านั้น เมื่อพินัยกรรมดังกล่าวไม่ใช่ต้นฉบับเอกสารจึงต้องห้ามมิให้รับฟัง กรณีไม่อาจฟังว่านายปีเตอร์ กรีน เจ้ามรดกทำพินัยกรรมไว้จริง ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายปีเตอร์ กรีน เจ้ามรดกไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเพราะเหตุนี้
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านในข้อสุดท้ายมีว่านายปีเตอร์ กรีน เจ้ามรดก ได้รับผู้คัดค้านเป็นบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ผู้ร้องนำสืบว่าเอกสารหมาย ค.9 และคำแปลเอกสารหมาย ค.10 ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นเอกสารการรับเป็นบุตรบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันระหว่างนายปีเตอร์ กรีนเจ้ามรดกกับผู้คัดค้านนั้นเป็นเพียงสัญญารับบุตรบุญธรรมเพราะไม่ปรากฎว่านายปีเตอร์ กรีน เจ้ามรดกได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอรับบุตรบุญธรรม ทั้งไม่ปรากฎว่านายปีเตอร์ กรีน เจ้ามรดกได้รับอนุมัติจากศาลปกครองในการรับบุตรบุญธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน การรับบุตรบุญธรรมของนายปีเตอร์ กรีน เจ้ามรดกจึงไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลตามกฎหมาย เมื่อนายปีเตอร์ กรีนเจ้ามรดกไม่ได้จดทะเบียนรับผู้คัดค้านเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายของประเทศไทย ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ทายาทของนายปีเตอร์ กรีน และเมื่อไม่ปรากฎว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนายปีเตอร์ กรีน จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8222/2540
นาง เปรี่ยมหรือเปลี่ยน พวงระย้า ผู้ร้อง
นางสาว พรทิพย์ เวชยันต์ชวลิต ผู้คัดค้าน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1657 , ม. 1711 , ม. 1713 ป.วิ.พ. ม. 93 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: นาง เปรี่ยมหรือเปลี่ยน พวงระย้า ผู้ร้อง นางสาว พรทิพย์ เวชยันต์ชวลิต ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1657 , ม. 1711 , ม. 1713 ป.วิ.พ. ม. 93

องค์คณะ: (จำลอง สุขศิริ-สมบัติ เดียวอิศเรศ-ไสว จันทะรังศรี)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthamethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง