ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 222/39: การแจ้งคำพิพากษาและการขอรับชำระหนี้
ตัวบทกฎหมาย
ให้ศาลแจ้งคำพิพากษาให้สมาชิกกลุ่มทราบตามวิธีการเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๒๒/๑๕ วรรคหนึ่ง และให้แจ้งอธิบดีกรมบังคับคดีทราบด้วย
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินหรือชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการต่อไป รวมทั้งกำหนดวันตามที่เห็นสมควรในคำบอกกล่าวและประกาศตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้สมาชิกกลุ่มยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ถ้าเป็นกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อย่างอื่นและจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์แก่การบังคับตามคำพิพากษา โจทก์อาจยื่นคำขอต่อศาลเพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการได้
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง สมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์สินหรือเงินในการบังคับคดีตามส่วนนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย สมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลา อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลา
คำแปลภาษาอังกฤษ
ให้ศาลแจ้งคำพิพากษาให้สมาชิกกลุ่มทราบตามวิธีการเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๒๒/๑๕ วรรคหนึ่ง และให้แจ้งอธิบดีกรมบังคับคดีทราบด้วย
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินหรือชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการต่อไป รวมทั้งกำหนดวันตามที่เห็นสมควรในคำบอกกล่าวและประกาศตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้สมาชิกกลุ่มยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ถ้าเป็นกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อย่างอื่นและจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์แก่การบังคับตามคำพิพากษา โจทก์อาจยื่นคำขอต่อศาลเพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการได้
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง สมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์สินหรือเงินในการบังคับคดีตามส่วนนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย สมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลา อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลา
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตราปิดท้ายส่วนที่ 4 นี้ทำให้การได้รับชำระหนี้ของสมาชิกกลุ่มเป็นรูปธรรมหลังคำพิพากษาที่เป็นคุณ โดยเชื่อมวิธีแจ้งคำพิพากษากลับไปยังการแจ้งชั้นอนุญาตตามมาตรา 222/15 และเพิ่มการแจ้งอธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อใช้กลไกบังคับคดีของรัฐ กรณีคำพิพากษาให้ชำระเงิน กำหนดให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและกำหนดระยะเวลายื่นคำขอ เปลี่ยนการเยียวยาแบบกลุ่มเป็นการได้รับชำระรายบุคคลผ่านคำขอรับชำระหนี้ ส่วนคำพิพากษาที่มิใช่การชำระเงินซึ่งต้องดำเนินการเพิ่มให้ทำตามคำขอของโจทก์ ระยะเวลาที่เคร่งครัดในวรรคสามซึ่งทำให้สมาชิกเสียสิทธิในส่วนของตนหากยื่นล่าช้า เว้นแต่เหตุสุดวิสัยที่ขยายได้สามสิบวัน จึงเป็นภาระให้สมาชิกต้องรีบดำเนินการ และเสริมกับสูตรการแบ่งเงินตามมาตรา 222/36 (3)
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านเป็นสมาชิกกลุ่มและคดีชนะ อย่านิ่งเฉยหลังมีคำพิพากษา กรณีให้ชำระเงิน ท่านต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในกำหนดของศาล มิฉะนั้นมักเสียสิทธิในส่วนของตน มีเพียงเหตุสุดวิสัยที่แท้จริงเท่านั้นที่ขยายเวลาได้อีกสามสิบวัน จึงควรจดกำหนดเวลาทันทีที่ได้รับคำบอกกล่าว ซึ่งใช้ช่องทางเดียวกับที่เคยแจ้งในคดี เนื่องจากการพลาดขั้นตอนนี้อาจทำให้เสียสิทธิที่ชนะมาแล้ว ควรตรวจสอบวิธีการและกำหนดเวลากับทนายความ และสำนักงานสามารถช่วยเรื่องการยื่นคำขอและการบังคับคดีได้
คำถามที่พบบ่อย
สมาชิกกลุ่มรับเงินอย่างไรหลังชนะคดีแบบกลุ่ม
ตามมาตรา 222/39 จะมีการตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และศาลกำหนดวันให้สมาชิกกลุ่มยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ตามคำบอกกล่าวเรื่องคำพิพากษา
ถ้าสมาชิกพลาดกำหนดยื่นคำขอรับชำระหนี้จะเป็นอย่างไร
มาตรา 222/39 กำหนดว่าสมาชิกที่ไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดจะเสียสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ เว้นแต่กรณีเหตุสุดวิสัยที่ยื่นได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนด
กรมบังคับคดีเกี่ยวข้องกับการบังคับคดีแบบกลุ่มหรือไม่
เกี่ยวข้อง มาตรา 222/39 กำหนดให้ศาลแจ้งคำพิพากษาต่ออธิบดีกรมบังคับคดี และตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการกรณีคำพิพากษาให้ชำระเงิน
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222/39 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 222/39. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-39/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 222/39 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-39/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-39/"><p>ให้ศาลแจ้งคำพิพากษาให้สมาชิกกลุ่มทราบตามวิธีการเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๒๒/๑๕ วรรคหนึ่ง และให้แจ้งอธิบดีกรมบังคับคดีทราบด้วย ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินหรือชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการต่อไป รวมทั้งกำหนดวันตามที่เห็นสมควรในคำบอกกล่าวและประกาศตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้สมาชิกกลุ่มยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ถ้าเป็นกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อย่างอื่นและจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์แก่การบังคับตามคำพิพากษา โจทก์อาจยื่นคำขอต่อศาลเพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการได้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง สมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์สินหรือเงินในการบังคับคดีตามส่วนนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย สมาชิกกลุ่มที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลา อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลา</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222/39 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-39/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา