ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 258 ทวิ: การฝ่าฝืนคำสั่งห้ามใช้ยันโจทก์ไม่ได้

ตัวบทกฎหมาย

การที่จำเลยได้ก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่พิพาท หรือทรัพย์สินของจำเลยภายหลังที่คำสั่งของศาลที่ห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่าย ซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔
(๒) มีผลใช้บังคับแล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ ถึงแม้ว่าราคาแห่งทรัพย์สินนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี และจำเลยได้จำหน่ายทรัพย์สินเพียงส่วนที่เกินจำนวนนั้นก็ตามการที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายรับจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยภายหลังที่คำสั่งของศาลซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔
(๓) มีผลใช้บังคับแล้วนั้นหาอาจใช้ยันแก่โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ เว้นแต่ผู้รับโอนจะพิสูจน์ได้ว่าได้รับโอนโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนก่อนที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจะได้รับแจ้งคำสั่งการที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายรับจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้องภายหลังที่บุคคลดังกล่าวได้รับแจ้งคำสั่งของศาลซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔
(๓) แล้วนั้น ยังไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมายในระหว่างใช้วิธีชั่วคราวก่อนพิพากษา

คำแปลภาษาอังกฤษ

การที่จำเลยได้ก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่พิพาท หรือทรัพย์สินของจำเลยภายหลังที่คำสั่งของศาลที่ห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่าย ซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔ (๒) มีผลใช้บังคับแล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ ถึงแม้ว่าราคาแห่งทรัพย์สินนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี และจำเลยได้จำหน่ายทรัพย์สินเพียงส่วนที่เกินจำนวนนั้นก็ตามการที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายรับจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยภายหลังที่คำสั่งของศาลซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔ (๓) มีผลใช้บังคับแล้วนั้นหาอาจใช้ยันแก่โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ เว้นแต่ผู้รับโอนจะพิสูจน์ได้ว่าได้รับโอนโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนก่อนที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจะได้รับแจ้งคำสั่งการที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายรับจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้องภายหลังที่บุคคลดังกล่าวได้รับแจ้งคำสั่งของศาลซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔ (๓) แล้วนั้น ยังไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมายในระหว่างใช้วิธีชั่วคราวก่อนพิพากษา

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 258 ทวิ ทำให้คำสั่งห้ามซึ่งกำหนดเวลาไว้ตามมาตรา 258 มีผลบังคับได้จริง โดยกำหนดว่าการที่จำเลยดำเนินการกับทรัพย์หลังคำสั่งมีผลใช้ยันโจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ และปิดช่องโหว่โดยใช้บังคับแม้ทรัพย์มีราคาเกินหนี้และจำเลยจำหน่ายเพียงส่วนที่เกิน สำหรับทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา 254 (3) คุ้มครองผู้รับโอนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนนายทะเบียนได้รับแจ้ง ส่วนการทางทะเบียนเกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องไม่มีผลตามกฎหมายระหว่างใช้วิธีการชั่วคราว บทนี้เป็นแกนบังคับของการอายัดตามมาตรา 254 ถึง 258

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับโจทก์ มาตรานี้คือสิ่งที่ทำให้การขออายัดหรือห้ามโอนชั่วคราวมีคุณค่า จำเลยที่ขายหรือโอนทรัพย์ที่ถูกห้ามหลังคำสั่งมีผลจะใช้ยันโจทก์ไม่ได้ แม้เป็นส่วนที่เกินจำนวนหนี้ ทางออกที่แคบคือผู้รับโอนที่สุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนนายทะเบียนได้รับแจ้งจริง ๆ การกำหนดวันที่ได้รับแจ้งจึงชี้ขาด การคุ้มครองนี้มักเป็นหัวใจของการบังคับชำระหนี้เมื่อลูกหนี้พยายามยักย้ายทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6475/2551 (2008)

    ตามมาตรา 258 ทวิ วรรคสอง การที่จำเลยโอนที่ดินหลังคำสั่งห้ามมีผลแล้วใช้ยันโจทก์ไม่ได้ และผู้รับโอนที่รับโอนหลังคำสั่งมีผลจะอ้างสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้ เพราะข้อยกเว้นต้องเป็นการรับโอนก่อนนายทะเบียนได้รับแจ้ง

    คำสั่งห้ามมีผลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ที่เจ้าพนักงานที่ดินได้รับแจ้ง จำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2545 ซึ่งหลังคำสั่งมีผลแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ว่าจำเลยที่ 2 จะสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ ก็ใช้ยันโจทก์ไม่ได้ตามมาตรา 258 ทวิ วรรคสอง เพราะข้อยกเว้นคุ้มครองเฉพาะการรับโอนก่อนนายทะเบียนได้รับแจ้ง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2551 ถึง 2551)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6475/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

จำเลยขายทรัพย์เพื่อหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามได้หรือไม่?

ไม่ได้ ตามมาตรา 258 ทวิ การโอนหรือการดำเนินการหลังคำสั่งห้ามมีผลแล้ว ใช้ยันโจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ แม้เป็นส่วนของทรัพย์ที่เกินจำนวนหนี้

ผู้ซื้อทรัพย์ที่ถูกห้ามได้รับความคุ้มครองบ้างหรือไม่?

ได้ในกรณีที่แคบ สำหรับทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนตามมาตรา 254 (3) ผู้รับโอนได้รับความคุ้มครองหากพิสูจน์ได้ว่ารับโอนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 ทวิ (ประเทศไทย)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 258 bis. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-258-2/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 258 ทวิ
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-258-2/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-258-2/"><p>การที่จำเลยได้ก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่พิพาท หรือทรัพย์สินของจำเลยภายหลังที่คำสั่งของศาลที่ห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจำหน่าย ซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔ (๒) มีผลใช้บังคับแล้วนั้น หาอาจใช้ยันแก่โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ ถึงแม้ว่าราคาแห่งทรัพย์สินนั้นจะเกินกว่าจำนวนหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดี และจำเลยได้จำหน่ายทรัพย์สินเพียงส่วนที่เกินจำนวนนั้นก็ตามการที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายรับจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทหรือทรัพย์สินของจำเลยภายหลังที่คำสั่งของศาลซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔ (๓) มีผลใช้บังคับแล้วนั้นหาอาจใช้ยันแก่โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ เว้นแต่ผู้รับโอนจะพิสูจน์ได้ว่าได้รับโอนโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนก่อนที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจะได้รับแจ้งคำสั่งการที่นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายรับจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้องภายหลังที่บุคคลดังกล่าวได้รับแจ้งคำสั่งของศาลซึ่งออกตามคำขอที่ได้ยื่นตามมาตรา ๒๕๔ (๓) แล้วนั้น ยังไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมายในระหว่างใช้วิธีชั่วคราวก่อนพิพากษา</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 ทวิ (ไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-258-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง