ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 326: การขอเฉลี่ยทรัพย์
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อมีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องอย่างใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อเอาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายหนึ่งแล้ว ห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นดำเนินการให้มีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นซ้ำอีก แต่ให้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ขอให้มีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินจากการยึดหรืออายัดนั้นได้ตามส่วนแห่งจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา
ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องเช่นว่านี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ถ้าเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรหรือกฎหมายอื่นที่จะสั่งยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อบังคับชำระหนี้ที่ค้างชำระตามกฎหมายนั้น ๆ ได้เอง ได้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องตามวรรคหนึ่งไว้ก่อนแล้ว ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้โดยไม่อยู่ภายในบังคับของบทบัญญัติวรรคสอง แต่ถ้าเจ้าพนักงานดังกล่าวมิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น
ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น คำร้องเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดหรือจำหน่ายได้ในครั้งนั้น ๆ
ในกรณีที่อายัดสิทธิเรียกร้อง ให้ยื่นคำร้องเสียก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันชำระเงินหรือวันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งสิทธิเรียกร้องตามที่อายัดนั้นได้
ในกรณีที่ยึดเงิน ให้ยื่นคำร้องเช่นว่านี้ก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันยึด
เมื่อได้ส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินตามคำบังคับตั้งแต่การขาย การจำหน่าย หรือการชำระเงินตามที่ได้อายัดในครั้งที่ขอเฉลี่ยนั้น แล้วแต่กรณี ไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อศาลได้มีคำสั่งประการใดและส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบแล้ว ก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติไปตามคำสั่งเช่นว่านั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
เมื่อมีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องอย่างใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อเอาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายหนึ่งแล้ว ห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นดำเนินการให้มีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นซ้ำอีก แต่ให้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ขอให้มีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินจากการยึดหรืออายัดนั้นได้ตามส่วนแห่งจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา
ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องเช่นว่านี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ถ้าเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรหรือกฎหมายอื่นที่จะสั่งยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อบังคับชำระหนี้ที่ค้างชำระตามกฎหมายนั้น ๆ ได้เอง ได้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องตามวรรคหนึ่งไว้ก่อนแล้ว ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้โดยไม่อยู่ภายในบังคับของบทบัญญัติวรรคสอง แต่ถ้าเจ้าพนักงานดังกล่าวมิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น
ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น คำร้องเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดหรือจำหน่ายได้ในครั้งนั้น ๆ
ในกรณีที่อายัดสิทธิเรียกร้อง ให้ยื่นคำร้องเสียก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันชำระเงินหรือวันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งสิทธิเรียกร้องตามที่อายัดนั้นได้
ในกรณีที่ยึดเงิน ให้ยื่นคำร้องเช่นว่านี้ก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันยึด
เมื่อได้ส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินตามคำบังคับตั้งแต่การขาย การจำหน่าย หรือการชำระเงินตามที่ได้อายัดในครั้งที่ขอเฉลี่ยนั้น แล้วแต่กรณี ไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อศาลได้มีคำสั่งประการใดและส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบแล้ว ก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติไปตามคำสั่งเช่นว่านั้น
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 326 เป็นมาตราแรกของส่วนที่ 7 และวางหลักห้ามยึดซ้ำ ทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่อยู่ระหว่างการบังคับคดีเพื่อเจ้าหนี้รายหนึ่งแล้ว เจ้าหนี้รายอื่นจะยึดหรืออายัดซ้ำไม่ได้ แต่ให้ขอเฉลี่ยในเงินที่ได้ตามส่วนแห่งจำนวนหนี้ การเฉลี่ยไม่เป็นไปโดยอัตโนมัติ ตามวรรคสองศาลจะอนุญาตต่อเมื่อผู้ขอไม่อาจเอาชำระจากทรัพย์อื่นของลูกหนี้ เจ้าพนักงานด้านภาษีอากรหรือกฎหมายอื่นที่มีอำนาจยึดเองอาจขอเฉลี่ยได้ และพ้นจากเงื่อนไขวรรคสองเฉพาะเมื่อยึดหรืออายัดไว้ก่อน กำหนดเวลาผูกกับประเภททรัพย์ คือสิบห้าวันนับแต่การขายแต่ละครั้ง นับแต่วันชำระเงินหรือจำหน่ายสิทธิเรียกร้องที่อายัด หรือนับแต่วันยึดเงิน และเมื่อได้รับสำเนาคำร้องเจ้าพนักงานจะงดการจ่ายไว้จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง จัดเลขมาตราใหม่ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากเจ้าหนี้รายอื่นเข้าถึงทรัพย์ของลูกหนี้ก่อน ท่านจะยึดซ้ำไม่ได้ แต่ให้ยื่นขอเฉลี่ยในเงินที่ได้ และทำได้เฉพาะเมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์อื่นให้ท่านเอาชำระ กำหนดสิบห้าวันสั้นและต่างกันตามประเภททรัพย์ การพลาดกำหนดหมายถึงพลาดการแบ่งเงินทั้งหมด การมีเจ้าหนี้หลายรายไล่ตามลูกหนี้รายเดียวกันเป็นเรื่องปกติ การทราบว่าจะยื่นขอเฉลี่ยเมื่อใดและอย่างไร และคุ้มหรือไม่ จึงเป็นเหตุผลหลักที่ควรทำงานร่วมกับทนายด้านการบังคับคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3327/2566 (2023)
ตามมาตรา 326 วรรคห้า เจ้าหนี้ที่ขอเฉลี่ยในกรณีอายัดสิทธิเรียกร้องต้องยื่นคำร้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันชำระเงิน และกำหนดเวลานี้เป็นระยะเวลาที่อนุญาตให้เจ้าหนี้อื่นยื่นคำขอเฉลี่ยได้
ในการปรับใช้มาตรา 110 วรรคสอง ของกฎหมายล้มละลาย ศาลวัดเวลาที่การบังคับคดีสำเร็จบริบูรณ์โดยอ้างอิงกำหนดเวลาที่อนุญาตให้เจ้าหนี้อื่นขอเฉลี่ยตามมาตรา 326 วรรคห้า ซึ่งกรณีอายัดสิทธิเรียกร้องคือสิบห้าวันนับแต่วันชำระเงิน เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับเงินตามเช็คในวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 จึงเป็นวันเริ่มนับกำหนดเวลาดังกล่าว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 835/2566 (2023)
มาตรา 326 วรรคห้า กำหนดระยะเวลาที่เจ้าหนี้อื่นจะยื่นคำขอเฉลี่ยในสิทธิเรียกร้องที่อายัดไว้ โดยนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับชำระเงิน มาตรานี้ทำหน้าที่เพียงกำหนดกำหนดเวลาดังกล่าว ส่วนพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มิได้บัญญัตินิยามของคำว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์ไว้เป็นการเฉพาะสำหรับมาตรา 90/12 (5) ซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้ศาลไม่จำต้องงดการบังคับคดีในกรณีที่การบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ทราบว่ามีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ความหมายดังกล่าวต้องพิจารณาเทียบเคียงกับมาตรา 110 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย ซึ่งให้ถือว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่อนุญาตให้เจ้าหนี้อื่นยื่นคำขอเฉลี่ยตาม ป.วิ.พ. บทที่ก่อผลทางกฎหมายจึงเป็นมาตรา 110 วรรคสอง โดยอาศัยกำหนดเวลาตามมาตรา 326 วรรคห้า เป็นเครื่องวัด
ปัญหามีว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เมื่อใด ตามข้อยกเว้นในมาตรา 90/12 (5) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งให้ศาลไม่จำต้องงดการบังคับคดี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการมิได้บัญญัตินิยามของถ้อยคำดังกล่าวไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาเทียบเคียงกับกรณีที่ลูกหนี้ล้มละลาย และมาตรา 110 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ความหมายว่าการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลาที่อนุญาตให้เจ้าหนี้อื่นยื่นคำขอเฉลี่ยตาม ป.วิ.พ. ซึ่งกำหนดเวลานั้นเป็นไปตามมาตรา 326 วรรคห้า โดยนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับชำระเงินเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ผลทางกฎหมายจึงมาจากมาตรา 110 วรรคสอง โดยใช้กำหนดเวลาตามมาตรา 326 วรรคห้า เป็นเครื่องวัด
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2566 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3327/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1818/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 960/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 835/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8560/2568 (2025)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
เจ้าหนี้สองรายยึดทรัพย์เดียวกันได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามมาตรา 326 เมื่อเจ้าหนี้รายหนึ่งยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้องแล้ว เจ้าหนี้รายอื่นจะยึดหรืออายัดซ้ำไม่ได้ แต่ขอเฉลี่ยในเงินที่ได้ตามส่วนแห่งจำนวนหนี้ได้
ต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเมื่อใด
ภายในสิบห้าวัน กรณียึดทรัพย์นับแต่การขายแต่ละครั้ง กรณีอายัดสิทธิเรียกร้องนับแต่วันชำระเงินหรือจำหน่าย และกรณียึดเงินนับแต่วันยึด
ศาลจะอนุญาตให้เฉลี่ยเสมอหรือไม่
ไม่ ตามวรรคสองศาลจะอนุญาตให้เฉลี่ยต่อเมื่อเห็นว่าผู้ขอไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 326 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 326. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-326/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 326 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-326/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-326/"><p>เมื่อมีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องอย่างใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อเอาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายหนึ่งแล้ว ห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นดำเนินการให้มีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นซ้ำอีก แต่ให้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ขอให้มีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินจากการยึดหรืออายัดนั้นได้ตามส่วนแห่งจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องเช่นว่านี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถ้าเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรหรือกฎหมายอื่นที่จะสั่งยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อบังคับชำระหนี้ที่ค้างชำระตามกฎหมายนั้น ๆ ได้เอง ได้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องตามวรรคหนึ่งไว้ก่อนแล้ว ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้โดยไม่อยู่ภายในบังคับของบทบัญญัติวรรคสอง แต่ถ้าเจ้าพนักงานดังกล่าวมิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น คำร้องเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดหรือจำหน่ายได้ในครั้งนั้น ๆ ในกรณีที่อายัดสิทธิเรียกร้อง ให้ยื่นคำร้องเสียก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันชำระเงินหรือวันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นซึ่งสิทธิเรียกร้องตามที่อายัดนั้นได้ ในกรณีที่ยึดเงิน ให้ยื่นคำร้องเช่นว่านี้ก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันยึด เมื่อได้ส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินตามคำบังคับตั้งแต่การขาย การจำหน่าย หรือการชำระเงินตามที่ได้อายัดในครั้งที่ขอเฉลี่ยนั้น แล้วแต่กรณี ไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อศาลได้มีคำสั่งประการใดและส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบแล้ว ก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติไปตามคำสั่งเช่นว่านั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 326 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-326/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา