ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 63: การตั้งผู้แทนรับเงินหรือทรัพย์จากศาล
ตัวบทกฎหมาย
บทบัญญัติแห่งมาตราก่อนนี้ไม่ตัดสิทธิตัวความในอันที่จะตั้งแต่งผู้แทนหรือทนายความโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลเพื่อให้รับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งได้ชำระไว้ในศาลหรือวางไว้ยังศาลเป็นเงินค่าธรรมเนียมหรืออย่างอื่นและศาลได้สั่งให้จ่ายคืน หรือส่งมอบให้แก่ตัวความฝ่ายนั้น แต่ถ้าศาลนั้นมีความสงสัยในความสามารถหรือตัวบุคคลผู้แทน หรือทนายความซึ่งได้รับตั้งแต่งดังกล่าวข้างต้น ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ตัวความหรือทนายความหรือทั้งสองคนให้มาศาลโดยตนเองได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
บทบัญญัติแห่งมาตราก่อนนี้ไม่ตัดสิทธิตัวความในอันที่จะตั้งแต่งผู้แทนหรือทนายความโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลเพื่อให้รับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งได้ชำระไว้ในศาลหรือวางไว้ยังศาลเป็นเงินค่าธรรมเนียมหรืออย่างอื่นและศาลได้สั่งให้จ่ายคืน หรือส่งมอบให้แก่ตัวความฝ่ายนั้น แต่ถ้าศาลนั้นมีความสงสัยในความสามารถหรือตัวบุคคลผู้แทน หรือทนายความซึ่งได้รับตั้งแต่งดังกล่าวข้างต้น ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ตัวความหรือทนายความหรือทั้งสองคนให้มาศาลโดยตนเองได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 63 สร้างรูปแบบการแต่งตั้งที่เฉพาะเจาะจงและจำกัด โดยรับรองสิทธิของตัวความในการตั้งผู้แทนหรือทนายความ ด้วยหนังสือยื่นต่อศาล เพียงเพื่อรับเงินหรือทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้จ่ายคืนหรือส่งมอบ เช่น ค่าธรรมเนียมที่ชำระไว้ในศาลหรือเงินที่วางไว้ ซึ่งแยกต่างหากจากการตั้งทนายในคดีตามมาตรา 60 ถึง 62 และจากใบมอบฉันทะตามมาตรา 64 โดยอำนาจจำกัดเฉพาะการรับเงินหรือทรัพย์ เพื่อป้องกันการฉ้อฉลหรือความผิดพลาด หากศาลสงสัยในความสามารถหรือตัวบุคคลผู้ได้รับแต่งตั้ง ศาลอาจสั่งให้ตัวความหรือทนายความหรือทั้งสองคนมาศาลด้วยตนเองได้ บทนี้มีแนวคำพิพากษาใน 2 ประเด็น คือ อะไรถือเป็นการรับเงินจากศาล และผู้ได้รับแต่งตั้งจะมอบอำนาจช่วงต่อได้หรือไม่
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ควรใช้การแต่งตั้งตามมาตรา 63 เมื่อท่านไม่อาจรับเงินคืนหรือเงินที่วางไว้จากศาลด้วยตนเอง แต่ต้องทำให้ชัดเจน คือ หนังสือควรระบุตัวบุคคลและเงินที่จะรับ และยื่นต่อศาล พึงทราบข้อจำกัด 2 ประการจากแนวคำพิพากษา ประการแรก ผู้ที่เพียงได้รับมอบให้รับเงินจากศาลโดยทั่วไปมอบอำนาจนั้นต่อให้ผู้อื่นไม่ได้หากท่านไม่ยินยอม ประการที่สอง เงินที่ส่งมอบแก่ทนายความนอกศาล เช่น เงินตามสัญญาประนีประนอมที่ชำระในห้องพิจารณา ไม่จำต้องอยู่ในบังคับมาตรานี้เสมอไป หากมีเงินคืนหรือเงินวางที่ท่านมีสิทธิรับและท่านจะอยู่ต่างประเทศ ควรจัดทำหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องไว้ล่วงหน้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2512 (1969)
ผู้รับมอบอำนาจให้รับเงินจากศาลตามมาตรา 63 จะมอบอำนาจนั้นต่อให้บุคคลอื่นรับเงินแทนโดยตัวการมิได้รู้เห็นยินยอมไม่ได้ เพราะเป็นการตั้งตัวแทนช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตัวการ
ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องคดีและรับเงินแทนตัวการ แต่ได้มอบอำนาจให้บุคคลอื่นรับเงินจากศาลแทนต่อไป ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่าจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับเงินแทนไม่ได้ เพราะเป็นการตั้งตัวแทนช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตัวการ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2622/2530 (1987)
การรับเงินงวดตามสัญญาประนีประนอมที่ชำระแก่ทนายความของคู่ความต่อหน้าศาล มิใช่การรับเงินจากศาลอันจะต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 63 การรับเงินเช่นนั้นย่อมผูกพันตัวความ
เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยชำระเงินงวดแรกแก่ทนายโจทก์ต่อหน้าศาล ศาลฎีกาเห็นว่ามิใช่การรับเงินจากศาลตามมาตรา 63 จึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือ และถือได้ว่าโจทก์มอบหมายให้ทนายรับเงินแทน การชำระเงินจึงผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2508 (1965)
มาตรา 63 ให้อำนาจศาลทำการสอบสวนเรื่องผู้แทนนิติบุคคลจนเป็นที่พอใจได้ และการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีในนามนิติบุคคลย่อมไม่เสียไปเพราะเหตุที่ผู้มอบอำนาจซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย
ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 63 ให้อำนาจศาลทำการสอบสวนเรื่องผู้แทนนิติบุคคลจนเป็นที่พอใจได้ และการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีในนามของนิติบุคคลไม่เสียไปแม้ผู้มอบอำนาจจะตายลง การฟ้องคดีโดยอาศัยอำนาจดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2508 ถึง 2530)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2622/2530 (1987)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1230/2508 (1965)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1271-1273/2508 (1965)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1271/2508 (1965)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1451/2512 (1969)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
เรามอบให้ผู้อื่นรับเงินที่ศาลสั่งให้จ่ายคืนแทนได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 63 ท่านอาจตั้งผู้แทนหรือทนายความเป็นหนังสือยื่นต่อศาลเพื่อรับเงินหรือทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้จ่ายคืนหรือส่งมอบ ทั้งนี้หากศาลสงสัยในความสามารถหรือตัวบุคคลผู้นั้น ศาลอาจสั่งให้มาศาลด้วยตนเองได้
ผู้ที่เราตั้งให้รับเงินจากศาลมอบหน้าที่ต่อให้ผู้อื่นได้หรือไม่
โดยทั่วไปไม่ได้ แนวคำพิพากษาตามมาตรา 63 วางไว้ว่าผู้ที่เพียงได้รับมอบให้รับเงินจากศาลจะมอบอำนาจนั้นต่อให้ผู้อื่นโดยตัวการไม่ยินยอมไม่ได้ เพราะเป็นการตั้งตัวแทนช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 63 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 63. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-63/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 63 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-63/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-63/"><p>บทบัญญัติแห่งมาตราก่อนนี้ไม่ตัดสิทธิตัวความในอันที่จะตั้งแต่งผู้แทนหรือทนายความโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลเพื่อให้รับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งได้ชำระไว้ในศาลหรือวางไว้ยังศาลเป็นเงินค่าธรรมเนียมหรืออย่างอื่นและศาลได้สั่งให้จ่ายคืน หรือส่งมอบให้แก่ตัวความฝ่ายนั้น แต่ถ้าศาลนั้นมีความสงสัยในความสามารถหรือตัวบุคคลผู้แทน หรือทนายความซึ่งได้รับตั้งแต่งดังกล่าวข้างต้น ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ตัวความหรือทนายความหรือทั้งสองคนให้มาศาลโดยตนเองได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 63 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-63/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา