ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 202: กระทำการในตำแหน่งโดยเห็นแก่ประโยชน์ที่รับไว้ก่อนได้รับแต่งตั้ง

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 202 ปิดช่องว่างของมาตรา 201 ในเรื่องเวลา มาตรา 201 ใช้เมื่อการเรียกหรือรับประโยชน์เกิดขึ้นในขณะที่ผู้กระทำดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว ส่วนมาตรานี้ใช้เมื่อประโยชน์นั้นถูกเรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ผู้กระทำจะได้รับแต่งตั้งในตำแหน่ง แล้วต่อมาจึงกระทำการหรือไม่กระทำการในตำแหน่งโดยเห็นแก่ประโยชน์นั้น องค์ประกอบสำคัญจึงอยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างประโยชน์ที่รับไว้ล่วงหน้ากับการกระทำในตำแหน่งภายหลัง ตัวผู้กระทำจำกัดเฉพาะตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี และพนักงานสอบสวน เช่นเดียวกับมาตรา 201 และโทษเท่ากัน คือ จำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต อัตราโทษปัจจุบันแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ความต่างที่ชี้ขาดระหว่างมาตรานี้กับมาตรา 201 คือเวลาที่รับประโยชน์ ถ้ารับหรือเรียกไว้ขณะดำรงตำแหน่งแล้ว เป็นมาตรา 201 ถ้ารับหรือเรียกไว้ก่อนได้รับแต่งตั้ง แล้วมากระทำการในตำแหน่งภายหลังโดยเห็นแก่ประโยชน์นั้น เป็นมาตรานี้ ในทางพยานหลักฐาน ประเด็นยากคือการเชื่อมโยงประโยชน์ที่รับไว้ล่วงหน้ากับการกระทำในตำแหน่งซึ่งอาจเกิดขึ้นภายหลังเป็นเวลานาน โทษของทั้งสองมาตราเท่ากันและหนักที่สุดในกลุ่มความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ความผิดนี้ยอมความไม่ได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 202
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 202. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-202/ (accessed 23 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 202
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-202/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-202/"><p>ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งตนได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 202 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-202/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง