ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp
Verified ตรวจสอบแล้ว Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 12502/2558 คำพิพากษาที่ 12502/2558 2015 (พ.ศ. 2558)

A father who legitimates his child shares parental power and residence follows best interests คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12502/2558

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Once the father had legitimated the child, she was the legitimate child of both parents under sections 1546 and 1547; both had อำนาจปกครอง, so the Supreme Court decided residence on the child's best interests and left her with the father, with reasonable contact for the mother.

ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งโจทก์และจำเลย ตามมาตรา 1546 และ 1547

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

Legitimation turns an unmarried father from a stranger into an equal parent, and the court then decides on the child's interests rather than on the mother's sole right.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

An unmarried mother sued the father to hand over their daughter; while the appeal was pending the father obtained a judgment that the child was his and registered her under section 1548.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Once the father had legitimated the child, she was the legitimate child of both parents under sections 1546 and 1547; both had parental power, so the Supreme Court decided residence on the child's best interests and left her with the father, with reasonable contact for the mother.
ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งโจทก์และจำเลย ตามมาตรา 1546 และ 1547

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

On section 1547: After the judgment and registration the child was the legitimate child of both parents under sections 1546 and 1547; both held parental power and the Supreme Court decided residence on the child's best interests, in the father's favour.

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 12502/2558. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12502/2558 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1548 แล้ว ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งโจทก์และจำเลย ตามมาตรา 1546 และ 1547
ศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาว่าผู้เยาว์สมควรจะอยู่กับโจทก์หรือจำเลย เพราะข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์เพิ่งจะปรากฏขึ้นในชั้นฎีกา แต่เมื่อคดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัวไม่ต้องห้ามอุทธรณ์และฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 และ 248 ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนเพียงพอที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยไปได้โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนลงไปให้ศาลล่างวินิจฉัยก่อน ศาลฎีกาสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ไปเลย
โจทก์และจำเลยต่างเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ มีอำนาจปกครองและเลี้ยงดูผู้เยาว์ด้วยกัน แต่เมื่อโจทก์และจำเลยมิได้อยู่ด้วยกัน กรณีจึงพิจารณาความเหมาะสมว่าผู้เยาว์อยู่กับผู้ใดจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์สูงสุด เมื่อโจทก์เพิ่งจะประกอบอาชีพค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนจำเลยทำงานมีความมั่นคง ทั้งผู้เยาว์อยู่อาศัยกับจำเลยมาโดยตลอด ผู้เยาว์เข้ารับการศึกษาในโรงเรียน มีเพื่อน มีความอบอุ่นอยู่แล้ว ทั้งไม่มีข้อบกพร่องในการดูแลของจำเลย การจะให้ผู้เยาว์ไปอยู่กับโจทก์ เป็นการให้ผู้เยาว์ไปเผชิญสภาพแวดล้อมใหม่ หาโรงเรียนใหม่ เข้าสู่สังคมใหม่ ที่ไม่ปรากฏว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์หรือผู้เยาว์จะได้รับประโยชน์หรือไม่ กรณีไม่มีความเหมาะสมที่จะให้ผู้เยาว์ไปอยู่กับโจทก์ การที่ผู้เยาว์อยู่อาศัยกับจำเลยจึงมีความเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ ให้จำเลยเปิดโอกาสให้โจทก์ได้พบผู้เยาว์ได้ตามสมควร
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบผู้เยาว์แก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอเพิกถอนอำนาจปกครองของโจทก์ ให้จำเลยมีอำนาจปกครองผู้เยาว์เพียงผู้เดียว และให้โจทก์ไปให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับรองบุตร
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นผู้ไม่มีศีลธรรม ประพฤติผิดในกามไม่สมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์ และไม่สมควรเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์แต่อย่างใด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบเด็กหญิง ก. ผู้เยาว์แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ให้ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องแย้งให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อปี 2549 โจทก์และจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากัน หลังจากนั้นโจทก์พานางสาว จ. น้องสาวมาพักอยู่ด้วย และจำเลยได้นางสาว จ. เป็นภริยาอีกคน ในปี 2549 โจทก์ตั้งครรภ์ก่อน แล้วนางสาว จ. ตั้งครรภ์ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2550 โจทก์คลอดเด็กหญิง ก. ผู้เยาว์ โดยจำเลยเป็นผู้แจ้งการเกิดระบุว่า จำเลยเป็นบิดาตามแบบรับรองรายการคนเกิด ต่อมาจำเลยจดทะเบียนสมรสกับนางสาว จ. ในเดือนสิงหาคม 2554 จำเลย นาง จ. และบุตรจำเลยกับนาง จ. อีก 2 คน และผู้เยาว์ไปจังหวัดอุบลราชธานี แล้วไปอยู่ที่จังหวัดระยอง โจทก์ทำงานที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดชลบุรี ต่อมาในระหว่างฎีกา โจทก์ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบอาชีพค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ และปลูกผักสวนครัวขาย ส่วนจำเลยประกอบอาชีพหัวหน้าช่างอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่บริษัทหลายแห่ง มีรายได้เดือนละ 20,000 บาท มีหุ้นมูลค่า 200,000 บาท และได้ความตามรายงานแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีเยาวชนของผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดระยองว่า จำเลยให้การอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์เป็นส่วนใหญ่ตลอดมา ในชั้นพิจารณาผู้เยาว์เบิกความตอบศาลว่า ประสงค์จะอยู่กับจำเลย และเบิกความตอบโจทก์ว่า อยากอยู่กับโจทก์ แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า จำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จะอุปการะแสดงออกต่อบุคคลทั่วไปว่าเป็นบุตร เป็นผู้แจ้งการเกิดของผู้เยาว์ ให้ใช้ชื่อสกุล ก็เป็นการรับรองบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 มีผลให้ผู้เยาว์เป็นผู้สืบสันดานมีสิทธิรับมรดกของจำเลยเท่านั้น แต่เมื่อจำเลยมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษาให้จำเลยส่งผู้เยาว์ให้แก่โจทก์ แต่เมื่อคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นขอให้พิพากษาว่า ผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีหมายเลขแดงที่ 143/2557 ให้ผู้เยาว์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย โดยโจทก์ระบุในคำแก้ฎีกาของโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาดังกล่าวจริงและไม่คัดค้านการจดทะเบียนรับรองบุตรของจำเลย ต่อมาจำเลยได้จดทะเบียนว่าผู้เยาว์เป็นบุตรของจำเลย คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า โจทก์หรือจำเลยควรดูแลผู้เยาว์ ซึ่งเมื่อจำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1548 แล้ว จำเลยซึ่งเป็นบิดาของผู้เยาว์ที่บิดามารดามิได้สมรสกัน แต่ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์เป็นบุตรจำเลย และจำเลยจดทะเบียนว่าผู้เยาว์เป็นบุตรจำเลยแล้ว ผู้เยาว์จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งโจทก์และจำเลย
คดีจึงมีประเด็นวินิจฉัยว่า ผู้เยาว์สมควรจะอยู่กับโจทก์หรือจำเลย ปัญหาข้อนี้ศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัยไว้ เพราะข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์เพิ่งจะปรากฏขึ้นในชั้นฎีกา แต่เมื่อคดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัวไม่ต้องห้ามอุทธรณ์และฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 และ 248 ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนเพียงพอที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยไปได้โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนลงไปให้ศาลล่างวินิจฉัยก่อน ศาลฎีกาสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ไปได้ เห็นว่า โจทก์และจำเลยต่างเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ มีอำนาจปกครองและเลี้ยงดูผู้เยาว์ด้วยกัน แต่เมื่อโจทก์และจำเลยมิได้อยู่ด้วยกัน กรณีจึงพิจารณาความเหมาะสมว่าผู้เยาว์อยู่กับผู้ใดจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์สูงสุด เมื่อโจทก์เพิ่งจะประกอบอาชีพค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนจำเลยทำงานมีความมั่นคง ทั้งผู้เยาว์อยู่อาศัยกับจำเลยมาโดยตลอด ผู้เยาว์เข้ารับการศึกษาในโรงเรียน มีเพื่อน มีความอบอุ่นอยู่แล้ว ทั้งไม่มีข้อบกพร่องในการดูแลของจำเลย การจะให้ผู้เยาว์ไปอยู่กับโจทก์ เป็นการให้ผู้เยาว์ไปเผชิญสภาพแวดล้อมใหม่ หาโรงเรียนใหม่ เข้าสู่สังคมใหม่ ที่ไม่ปรากฏว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์หรือผู้เยาว์จะได้รับประโยชน์หรือไม่ กรณีไม่มีความเหมาะสมที่จะให้ผู้เยาว์ไปอยู่กับโจทก์ การที่ผู้เยาว์อยู่อาศัยกับจำเลยจึงมีความเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ ให้จำเลยเปิดโอกาสให้โจทก์ได้พบผู้เยาว์ได้ตามสมควร ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12502/2558

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1546 , ม. 1547 , ม. 1548 ป.วิ.พ. ม. 224 , ม. 248 แหล่งที่มา สำนักวิชาการ

คู่ความ: นางสาว พ. โจทก์ นาย ส. จำเลย ป.พ.พ. ม. 1546 , ม. 1547 , ม. 1548 ป.วิ.พ. ม. 224 , ม. 248

องค์คณะ: (นพพร โพธิรังสิยากร-พฤษภา พนมยันตร์-วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthamethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง