A court compromise handing land to Thai owners can be a valid section 94 disposal คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2528
⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ
A court compromise need only fall within or relate to the issues and not breach the law; the transfer to the Thai parties was the alien's disposal of the land under ประมวลกฎหมายที่ดิน section 94, not a new นอมินี holding, so it did not contravene sections 86 and 113 and the consent judgment was valid. Judgment affirmed.
การจำหน่ายกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงหาได้ฝ่าฝืนหรือขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และมาตรา 113 ไม่
Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร
A negotiated exit that hands title to Thai owners can be approved by the court as a section 94 disposal.
Facts of the Case ข้อเท็จจริง
In a sequel to 62/2524, the alien sued the nominees for an auction of the property; the parties settled in court, the land passing to two Thai parties with the rent paid to the alien for life.
Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
A court compromise need only fall within or relate to the issues and not breach the law; the transfer to the Thai parties was the alien's disposal of the land under Land Code section 94, not a new nominee holding, so it did not contravene sections 86 and 113 and the consent judgment was valid. Judgment affirmed.
การจำหน่ายกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงหาได้ฝ่าฝืนหรือขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และมาตรา 113 ไม่
Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม
The full judgment of Supreme Court Decision No. 1492/2528 is published in Thai: switch this page to Thai to read it. The facts and the holding in English are at the top of this page. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2528 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
มูลกรณีสืบเนื่องมาจาก เดิมโจทก์ จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ซึ่งลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกพิพาทแทนโจทก์ตามสัญญาแบ่งทรัพย์สินและหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2และที่ 3 ศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดว่า หนังสือแบ่งทรัพย์สินเป็นสัญญาแบ่งที่ดินให้โจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าว และหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ก็เป็นการตั้งตัวแทนให้ถือกรรมสิทธิ์แทนคนต่างด้าวเป็นโมฆะ ไม่อาจบังคับตามคำขอท้ายฟ้องได้ ให้ยกฟ้องโจทก์นำสัญญาดังกล่าวมาฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้ยึดที่ดินและตึกพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่าสัญญาแบ่งทรัพย์สินทำขึ้นโดยเจตนาลวงเพื่อเอาใจโจทก์ไม่มีผลบังคับ เมื่อศาลฎีกาพิพากษาว่าสัญญาแบ่งทรัพย์สินและหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์เป็นโมฆะ คู่สัญญาจึงกลับคืนสู่ฐานะเดิม ที่ดินและตึกแถวยังคงเป็นของบริษัทตั้งฮกไถ่ จำกัด ขอให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยอมรับตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาราคาที่ดินและตึกพิพาทเป็นของตนแต่ผู้เดียวหรือไม่
ก่อนสืบพยานคู่ความตกลงกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจำเลยที่ 1 ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ภายใน 15 วัน และจำเลยที่ 2และที่ 3 จะไปจดทะเบียนการเช่าที่ดินและตึกพิพาทดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่ามีกำหนด 15 ปี นับแต่วันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โดยยอมให้ค่าเช่าเป็นของโจทก์จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะใช้สิทธิรับเงินค่าเช่าเมื่อโจทก์ถึงแก่กรรมแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกพิพาทให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนคำฟ้องโจทก์ขอให้ขายทอดตลาดที่ดินและตึกพิพาทนำเงินมาชำระให้โจทก์ แต่คู่ความกลับทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมให้โจทก์ได้ค่าเช่าจากที่ดินและตึกพิพาทแทน และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกพิพาทดังกล่าวโดยมิได้ฟ้องคดี เป็นการยอมความนอกประเด็นแห่งคดีและพิพากษาเกินคำขอ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอมนั้น มิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอย่างคดีธรรมดาที่ต้องพิจารณาสืบพยานกัน จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายที่ห้ามมิให้พิพากษาเกินคำขอหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง เพียงแต่ต้องตกลงกันในประเด็นแห่งคดีซึ่งหมายรวมถึงที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นนั้น ๆ ด้วย หากข้อตกลงนั้นมิได้ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ศาลก็ต้องพิพากษาไปตามยอม ไม่ต้องย้อนไปดูว่าเกินคำขอในฟ้องหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ยึดที่ดินและตึกแถวพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระให้โจทก์ เพราะจำเลยทั้งสามลงชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ การที่คู่ความตกลงกันให้โจทก์ได้รับเงินค่าเช่าที่ดินและตึกพิพาทตลอดชีวิตของโจทก์แทนเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวโดยโจทก์ยกกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นั้น เป็นข้อตกลงที่อยู่ในขอบเขตแห่งประเด็นในคดีหรือที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นในคดี โดยโจทก์ยินยอมรับเงินค่าเช่าแทนเงินที่ฟ้อง ทั้งคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวก็มิได้ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนและคำพิพากษาฎีกาในคดีก่อน เพราะข้อตกลงของคู่ความในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอม จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้เป็นตัวแทนถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกพิพาทแทนโจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าว หรือโจทก์ซึ่งได้ที่ดินและตึกพิพาทมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ถือหรือใช้สิทธิในที่ดินและตึกพิพาทที่ได้มาอย่างเป็นเจ้าของ หากแต่โจทก์ได้จำหน่ายที่ดินและตึกพิพาทนั้นตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 94 ด้านการจำหน่ายกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงหาได้ฝ่าฝืนหรือขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 และมาตรา 113 ไม่ เพราะการได้มาซึ่งที่ดินและตึกพิพาทของโจทก์ตามสัญญาแบ่งทรัพย์สินท้ายฟ้องแม้จะเป็นโมฆะก็ตาม แต่ภายใต้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 94 คนต่างด้าวที่ได้ที่ดิน (และตึกพิพาท) มานั้นต้องจัดการจำหน่าย หรืออธิบดีกรมที่ดินใช้อำนาจจัดการจำหน่ายสัญญาประนีประนอมยอมความชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2528
นายเจี๊ยะหนึง แซ่ตั้ง โจทก์
นายยงยุทธ ตปนียางกูร กับพวก จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 113 ป.วิ.พ. ม. 138 , ม. 142 ป.ที่ดิน ม. 86 , ม. 94 , ม. 113 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นายเจี๊ยะหนึง แซ่ตั้ง โจทก์ นายยงยุทธ ตปนียางกูร กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 113 ป.วิ.พ. ม. 138 , ม. 142 ป.ที่ดิน ม. 86 , ม. 94 , ม. 113
องค์คณะ: (สมประสงค์ พานิชอัตรา-ยนต์ พิรวินิจ-สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์)
Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง
Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.
Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต