ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp
Verified ตรวจสอบแล้ว Criminal Codeป.อ. Decision 4096/2557 คำพิพากษาที่ 4096/2557 2014 (พ.ศ. 2557)

A caretaker holding keys and paying utilities commits theft, not misappropriation คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4096/2557

Criminal Code Sections: มาตรา ป.อ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Keeping the keys and paying utilities was temporary acting on the owner's behalf; possession was never delivered to her, so taking the unit was การลักทรัพย์ ตาม section 334, not misappropriation, and the court corrected the provision applied under Criminal Procedure Code section 192 without increasing the penalty.

เงินที่ได้จากการขายห้องชุดเป็นผลสืบเนื่องจากการแย่งกรรมสิทธิ์และการครอบครองของจำเลยเพราะนายเฮนดริกหรือโจทก์ร่วมไม่ได้ส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

Whether a นอมินี or caretaker commits misappropriation or theft depends on whether possession was handed over, and theft is not compoundable.

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

A Thai woman holding title to a Dutch national's อาคารชุด unit for him falsely reported the title deed lost after his death, obtained a new one, changed the locks and sold the unit and contents.

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Keeping the keys and paying utilities was temporary acting on the owner's behalf; possession was never delivered to her, so taking the unit was theft under section 334, not misappropriation, and the court corrected the provision applied under Criminal Procedure Code section 192 without increasing the penalty.
เงินที่ได้จากการขายห้องชุดเป็นผลสืบเนื่องจากการแย่งกรรมสิทธิ์และการครอบครองของจำเลยเพราะนายเฮนดริกหรือโจทก์ร่วมไม่ได้ส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4096/2557. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4096/2557 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

ฮ. เป็นบุคคลสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ฮ. และโจทก์ร่วมเป็นสามีภริยาตามกฎหมายของราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ฮ. ซื้อห้องชุด แต่ให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์แทน โดยจำเลยเป็นผู้ถือกุญแจและชำระค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า อันเป็นการกระทำแทน ฮ. ชั่วครั้งชั่วคราวตามที่ได้รับมอบหมาย กรรมสิทธิ์ที่แท้จริงยังอยู่ที่ ฮ. และโจทก์ร่วม การที่จำเลยแจ้งเท็จว่าหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับเดิมสูญหายเพื่อขอออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดใหม่ เปลี่ยนกุญแจและเข้าครอบครองห้องชุดและทรัพย์ต่าง ๆ ในห้องชุดแล้วนำไปขายแก่บุคคลอื่นโดย ฮ. และโจทก์ร่วมไม่รู้เห็นยินยอม เป็นการแย่งกรรมสิทธิ์ห้องชุดของ ฮ. และโจทก์ร่วมโดยใช้อุบายแย่งการครอบครอง ต่อมาเมื่อจำเลยนำห้องชุดของโจทก์ร่วมไปขาย เงินที่ได้จากการขายห้องชุดเป็นผลสืบเนื่องจากการแย่งกรรมสิทธิ์และการครอบครองของจำเลย เพราะ ฮ. หรือโจทก์ร่วมไม่ได้ส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
แม้โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษในความผิดฐานยักยอก แต่ทางพิจารณาได้ความว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง แต่เป็นข้อแตกต่างในรายละเอียด มิใช่แตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ เมื่อจำเลยไม่ได้หลงต่อสู้ ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสองและวรรคสาม แม้โจทก์และโจทก์ร่วมไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้ แต่ไม่เพิ่มเติมโทษจำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 4,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นางมาร์ลินเด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 3,500,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานยักยอก เนื่องจากหลังจากนายเฮนดริกซื้อห้องชุดแล้ว ประมาณเดือนเมษายน 2536 นายเฮนดริกเห็นว่าห้องชุดที่ซื้อมามีขนาดเล็กไป ต้องการจะซื้อห้องชุดใหม่ นายเฮนดริกเสนอขายห้องชุดให้แก่จำเลยในราคา 1,800,000 บาท จำเลยชำระเงินมัดจำ 300,000 บาท นายเฮนดริกมอบสัญญา สำเนาหนังสือเดินทาง กับกุญแจห้องชุดให้แก่จำเลย เดือนตุลาคม 2537 นายเฮนดริกเดินทางมาประเทศไทยจำเลยมอบเงินส่วนที่เหลือให้แก่นายเฮนดริกแล้ว กรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นของจำเลยนั้น เห็นว่า เมื่อนายเฮนดริกมอบหมายให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดแทนนายเฮนดริกมีการทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง นายเฮนดริกกับจำเลย เป็นหนังสือทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยไว้เป็นหลักฐาน โดยนายสุวิทย์ ทนายความผู้ทำบันทึกข้อตกลงมาเบิกความรับรองว่า เมื่อทำบันทึกข้อตกลงแล้ว มอบเอกสารเกี่ยวกับอาคารชุดทั้งหมด เช่น สัญญาโฉนดที่ดินให้นายเฮนดริกเป็นผู้เก็บรักษา นายสุวิทย์รู้จักจำเลย ไม่เคยรู้จักนายเฮนดริกมาก่อน นายสุวิทย์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า จำเลยเป็นผู้พานายเฮนดริกมาทำสัญญา ดังนั้น ในการทำบันทึกซึ่งจำเลยเป็นผู้มีส่วนได้ประโยชน์ นายเฮนดริกให้จำเลยทำบันทึกเป็นหลักฐาน แต่เมื่อจำเลยซื้อห้องชุดจากนายเฮนดริกกลับไม่มีหลักฐาน มีเฉพาะพยานบุคคลส่วนที่เป็นพยานเอกสาร คือ สำเนาหนังสือเดินทาง รายการบัญชีเงินฝากของจำเลยและเช็คไม่มีข้อความชี้ชัดหรือสามารถสื่อแสดงว่าเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับการซื้อขายห้องชุดระหว่างนายเฮนดริกกับจำเลยได้ นอกจากนี้ เมื่อนายเฮนดริกและโจทก์ร่วมเดินทางมาประเทศไทยเข้าพักที่ห้องชุดตลอดมา ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจว่าเล็กหรือต้องการไปหาซื้อห้องชุดแห่งใหม่ตามข้ออ้างของจำเลย แม้จำเลยอ้างว่าเป็นการเข้าพักโดยต้องขออนุญาตจากจำเลยเป็นเรื่องที่ยกขึ้นต่อสู้ได้โดยง่าย ข้อเท็จจริงได้ความว่าหลังจากนายเฮนดริกถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยขอออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดใหม่อ้างว่า หนังสือชุดฉบับเดิมสูญหายยิ่งทำให้ข้อนำสืบของจำเลยไม่น่าเชื่อถือ พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่านายเฮนดริกขายห้องชุดให้แก่จำเลย ส่วนปัญหาว่า การที่จำเลยไปแจ้งขอออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดใหม่แทนฉบับเดิมและนำไปขายแก่บุคคลอื่นและเอาเงินที่ขายได้เป็นของจำเลยเองนั้น เป็นการกระทำความผิดฐานใด ได้ความว่า นายเฮนดริกเพียงแต่ให้จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดไว้แทน เนื่องจากนายเฮนดริกเป็นบุคคลต่างด้าวไม่อาจมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต อันมิใช่เป็นข้อห้ามโดยเด็ดขาดและยังได้ความจากนางสาวโสมอุสา พยานโจทก์และจำเลยเบิกความว่า นายเฮนดริกมาพักที่ห้องชุดพิพาทบ่อยครั้ง ครั้งละนาน ๆ เป็นเดือน เมื่อกลับจะฝากกุญแจไว้ที่ประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้โจทก์ร่วมก็เดินทางมาพักที่ห้องชุดด้วย แต่มาพักไม่พร้อมกัน นายปีเตอร์ ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ร่วมเบิกความว่า สาเหตุที่โจทก์ร่วมทราบว่า จำเลยนำห้องชุดไปขายเพราะเพื่อนของโจทก์ร่วมต้องย้ายจากจังหวัดภูเก็ตมาพักที่พัทยา โจทก์ร่วมให้เพื่อนมาพักที่ห้องชุด แต่ไม่สามารถไขกุญแจประตูได้ อันแสดงให้เห็นถึงความเป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองห้องชุดของนายเฮนดริกและโจทก์ร่วม ส่วนจำเลยไม่เคยเข้าพัก แม้อาจเคยให้ญาติหรือบุคคลอื่นมาพักบ้าง ก็เป็นการถือวิสาสะ ไม่ส่งผลให้จำเลยมีสิทธิครอบครองห้องชุดพิพาท เอกสารสิทธิเกี่ยวกับห้องชุดน่าเชื่อว่านายเฮนดริกเป็นผู้เก็บรักษาไว้ตามบันทึกข้อตกลงที่ทำขึ้น แม้ได้ความว่า จำเลยเป็นผู้ถือกุญแจหรือเป็นผู้ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ก็เป็นการกระทำการแทนนายเฮนดริกชั่วครั้งชั่วคราวตามที่ได้รับมอบหมาย กรรมสิทธิ์ที่แท้จริงยังอยู่ที่นายเฮนดริกและโจทก์ร่วม การที่จำเลยแจ้งเท็จเพื่อทำหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุดใหม่แทนฉบับเดิม เปลี่ยนกุญแจและเข้าครอบครองห้องชุดและทรัพย์ต่าง ๆ ในห้องชุดแล้วนำไปขายแก่บุคคลอื่นโดยนายเฮนดริกและโจทก์ร่วมไม่รู้เห็นยินยอม เป็นการแย่งกรรมสิทธิ์ห้องชุดของนายเฮนดริกและโจทก์ร่วมโดยใช้อุบายและแย่งการครอบครองห้องชุด ต่อมาเมื่อจำเลยนำห้องชุดของโจทก์ร่วมไปขายเงินที่ได้จากการขายห้องชุดเป็นผลสืบเนื่องจากการแย่งกรรมสิทธิ์และการครอบครองของจำเลยเพราะนายเฮนดริกหรือโจทก์ร่วมไม่ได้ส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แม้โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษในความผิดฐานยักยอกเงินที่ได้จากการขายห้องชุด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เป็นกรณีที่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง แต่เป็นข้อแตกต่างในรายละเอียด มิใช่แตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ เมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสองและวรรคสาม และแม้โจทก์และโจทก์ร่วมไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องได้ แต่ไม่เพิ่มเติมโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225
สำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์และเข้าเป็นโจทก์ร่วม การที่นายเฮนดริกให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแทนเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยเป็นสัญญาที่ขัดกฎหมาย เป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 นั้น เห็นว่า เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์มิใช่ความผิดอันยอมความได้ ฎีกาของจำเลยข้อดังกล่าวไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4096/2557
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์
นางมาร์ลินเด กรอลลิทสซ โจทก์ร่วม
นางฐิติมา จันทรมงคล จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. ม. 352 วรรคแรก ป.วิ.อ. ม. 192 , ม. 212 , ม. 225 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ นางมาร์ลินเด กรอลลิทสซ โจทก์ร่วม นางฐิติมา จันทรมงคล จำเลย ป.อ. ม. 352 วรรคแรก ป.วิ.อ. ม. 192 , ม. 212 , ม. 225

ศาล: ศาลจังหวัดพัทยา - นายสยมพร วงศ์พยัคฆ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธวัชชัย รัตนเหลี่ยม

องค์คณะ: (จรูญ ชีวิตโสภณ-อภิรัตน์ ลัดพลี-บุญไชย ธนาพันธ์สิน)

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthamethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง