ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 216: การไต่สวนของอนุญาโตตุลาการก่อนชี้ขาด
ตัวบทกฎหมาย
ก่อนที่จะทำคำชี้ขาด ให้อนุญาโตตุลาการฟังคู่ความทั้งปวงและอาจทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควรในข้อพิพาทอันเสนอมาให้พิจารณานั้นอนุญาโตตุลาการ อาจตรวจเอกสารทั้งปวงที่ยื่นขึ้นมาและฟังพยาน หรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งเต็มใจมาให้การ ถ้าอนุญาโตตุลาการขอให้ศาลส่งคำคู่ความ หรือบรรดาเอกสารอื่น ๆ ในสำนวนเช่นว่านี้มาให้ตรวจดู ให้ศาลจัดการให้ตามคำร้องขอนั้นถ้าอนุญาโตตุลาการเห็นว่าจำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใด ที่ต้องดำเนินทางศาล (เช่น หมายเรียกพยานหรือให้พยานสาบานตน หรือให้ส่งเอกสาร) อนุญาโตตุลาการอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นว่านั้น ถ้าศาลเห็นว่ากระบวนพิจารณานั้นอยู่ในอำนาจศาลและพึงรับทำให้ได้แล้ว ให้ศาลจัดการให้ตามคำขอเช่นว่านี้ โดยเรียกค่าธรรมเนียมศาลตามอัตราที่กำหนดไว้สำหรับกระบวนพิจารณาที่ขอให้จัดการนั้นจากอนุญาโตตุลาการภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๒๑๕ และมาตรานี้ อนุญาโตตุลาการมีอำนาจที่จะดำเนินตามวิธีพิจารณาใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ เว้นแต่ในข้อตกลงจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
คำแปลภาษาอังกฤษ
ก่อนที่จะทำคำชี้ขาด ให้อนุญาโตตุลาการฟังคู่ความทั้งปวงและอาจทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควรในข้อพิพาทอันเสนอมาให้พิจารณานั้นอนุญาโตตุลาการ อาจตรวจเอกสารทั้งปวงที่ยื่นขึ้นมาและฟังพยาน หรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งเต็มใจมาให้การ ถ้าอนุญาโตตุลาการขอให้ศาลส่งคำคู่ความ หรือบรรดาเอกสารอื่น ๆ ในสำนวนเช่นว่านี้มาให้ตรวจดู ให้ศาลจัดการให้ตามคำร้องขอนั้นถ้าอนุญาโตตุลาการเห็นว่าจำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใด ที่ต้องดำเนินทางศาล (เช่น หมายเรียกพยานหรือให้พยานสาบานตน หรือให้ส่งเอกสาร) อนุญาโตตุลาการอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นว่านั้น ถ้าศาลเห็นว่ากระบวนพิจารณานั้นอยู่ในอำนาจศาลและพึงรับทำให้ได้แล้ว ให้ศาลจัดการให้ตามคำขอเช่นว่านี้ โดยเรียกค่าธรรมเนียมศาลตามอัตราที่กำหนดไว้สำหรับกระบวนพิจารณาที่ขอให้จัดการนั้นจากอนุญาโตตุลาการภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๒๑๕ และมาตรานี้ อนุญาโตตุลาการมีอำนาจที่จะดำเนินตามวิธีพิจารณาใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ เว้นแต่ในข้อตกลงจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 216 กำหนดวิธีที่อนุญาโตตุลาการในศาลดำเนินกระบวนพิจารณาและประกันการพิจารณาที่เป็นธรรมก่อนทำคำชี้ขาด บทนี้ยึดหลักความเป็นธรรมโดยให้อนุญาโตตุลาการต้องฟังคู่ความทุกฝ่าย ขณะเดียวกันให้ความยืดหยุ่นในการไต่สวน ตรวจเอกสาร และฟังพยานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เต็มใจ ที่สำคัญคือส่งความต้องการอำนาจบังคับกลับไปที่ศาลที่กำกับดูแล อนุญาโตตุลาการบังคับพยานหรือให้สาบานตนเองไม่ได้ แต่ยื่นคำร้องให้ศาลทำได้ โดยเสียค่าธรรมเนียมศาลตามอัตรา ภายใต้มาตรา 215 และมาตรานี้ อนุญาโตตุลาการมีอิสระในวิธีพิจารณา เว้นแต่ข้อตกลงกำหนดเป็นอย่างอื่น
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ในทางปฏิบัติ พึงจำว่าอำนาจของอนุญาโตตุลาการมีขอบเขต ฟังพยานที่เต็มใจได้แต่บังคับพยานที่ไม่เต็มใจหรือให้สาบานตนเองไม่ได้ หากต้องการพยานที่ไม่ยินยอมหรือเอกสารจากบุคคลภายนอก ต้องยื่นคำร้องให้ศาลดำเนินการ และควรเตรียมค่าธรรมเนียมศาลที่ตามมา หน้าที่ต้องฟังคู่ความทุกฝ่ายก็สำคัญ คำชี้ขาดที่ทำโดยไม่ให้คู่ความได้ชี้แจงอาจถูกโต้แย้งเมื่อศาลตรวจสอบ
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 4 คดี (พ.ศ. 2509 ถึง 2553)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6788/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1888/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 111/2509 (1966)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1540/2530 (1987)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
อนุญาโตตุลาการต้องฟังทั้งสองฝ่ายก่อนชี้ขาดหรือไม่
ต้อง มาตรา 216 ให้อนุญาโตตุลาการฟังคู่ความทุกฝ่ายก่อนทำคำชี้ขาด และอาจไต่สวนข้อพิพาท ตรวจเอกสาร และฟังพยานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เต็มใจมาให้การ
อนุญาโตตุลาการหมายเรียกพยานที่ไม่ยอมมาได้ไหม
ไม่ได้โดยตรง ตามมาตรา 216 อนุญาโตตุลาการฟังได้เฉพาะพยานที่เต็มใจ แต่ยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกพยานหรือให้สาบานตนได้ โดยเสียค่าธรรมเนียมศาลสำหรับการนั้น
อนุญาโตตุลาการกำหนดวิธีพิจารณาเองได้หรือไม่
ได้เป็นส่วนใหญ่ ภายใต้มาตรา 215 และมาตรา 216 และหากข้อตกลงไม่กำหนดเป็นอย่างอื่น อนุญาโตตุลาการดำเนินวิธีพิจารณาตามที่เห็นสมควรได้ แต่การบังคับต้องดำเนินผ่านศาล
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 216 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 216. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-216/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 216 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-216/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-216/"><p>ก่อนที่จะทำคำชี้ขาด ให้อนุญาโตตุลาการฟังคู่ความทั้งปวงและอาจทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควรในข้อพิพาทอันเสนอมาให้พิจารณานั้นอนุญาโตตุลาการ อาจตรวจเอกสารทั้งปวงที่ยื่นขึ้นมาและฟังพยาน หรือผู้เชี่ยวชาญซึ่งเต็มใจมาให้การ ถ้าอนุญาโตตุลาการขอให้ศาลส่งคำคู่ความ หรือบรรดาเอกสารอื่น ๆ ในสำนวนเช่นว่านี้มาให้ตรวจดู ให้ศาลจัดการให้ตามคำร้องขอนั้นถ้าอนุญาโตตุลาการเห็นว่าจำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใด ที่ต้องดำเนินทางศาล (เช่น หมายเรียกพยานหรือให้พยานสาบานตน หรือให้ส่งเอกสาร) อนุญาโตตุลาการอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาล ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นว่านั้น ถ้าศาลเห็นว่ากระบวนพิจารณานั้นอยู่ในอำนาจศาลและพึงรับทำให้ได้แล้ว ให้ศาลจัดการให้ตามคำขอเช่นว่านี้ โดยเรียกค่าธรรมเนียมศาลตามอัตราที่กำหนดไว้สำหรับกระบวนพิจารณาที่ขอให้จัดการนั้นจากอนุญาโตตุลาการภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๒๑๕ และมาตรานี้ อนุญาโตตุลาการมีอำนาจที่จะดำเนินตามวิธีพิจารณาใด ๆ ตามที่เห็นสมควรก็ได้ เว้นแต่ในข้อตกลงจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น</p><footer>Civil Procedure Code, s. 216 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-216/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา