ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp
Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 1869/2566 คำพิพากษาที่ 1869/2566 2023 (พ.ศ. 2566) ชาวต่างชาติวิจารณ์

No Thai Divorce From a Foreign Spouse Unless Their National Law Is Proved to Allow Divorce ฟ้องหย่าคู่สมรสต่างชาติต้องนำสืบว่ากฎหมายสัญชาติของอีกฝ่ายยอมให้หย่าได้ มิฉะนั้นศาลไทยให้หย่าไม่ได้

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

A divorce between a Thai and a foreign national before a Thai court falls under the Conflict of Laws Act B.E. 2481. Under section 27 of that Act, a Thai court พินัยกรรม not grant a divorce unless the national laws of both husband and wife permit divorce; the grounds of divorce are then governed by the law of the place where the action is filed, Thai law for a case filed in Thailand. The foreign spouse's national law is a question of fact, not judicially known, so the plaintiff must prove that the foreign law allows divorce before the court can consider the grounds under the ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. The requirement is a matter of public order: an appellate court may raise it of its own motion under sections 142 (5) and 246 of the Civil Procedure Code even if the defendant never pleaded it, and without that proof the divorce claim fails. Other provisions applied: Conflict of Laws Act B.E. 2481 section 27; Civil Procedure Code section 142 (5); Civil Procedure Code section 246; Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553 section 182.

การหย่าระหว่างคนสัญชาติไทยกับคนต่างชาติที่ฟ้องต่อศาลไทยเป็นนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวพันกับกฎหมายระหว่างประเทศ ตกอยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ตามมาตรา 27 ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ ส่วนเหตุหย่าให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า คือกฎหมายไทยเมื่อฟ้องในประเทศไทย กฎหมายสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลไทยไม่อาจรับรู้ได้เอง โจทก์จึงต้องนำสืบว่ากฎหมายนั้นยอมให้หย่าได้เสียก่อน ศาลจึงจะพิจารณาเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ ข้อกำหนดนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลสูงยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182 แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ และเมื่อขาดการนำสืบดังกล่าว ฟ้องหย่าย่อมตกไป

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The wife, a Thai national, sued her husband, a British national, for divorce on the grounds of desertion for more than one year and serious hostility under ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ section 1516 (4) and (6), and for sole อำนาจปกครอง over their daughter. The trial court granted the divorce and gave the wife sole parental power. The Court of Appeal for Specialised Cases, of its own motion, dismissed the divorce claim. The wife obtained leave to appeal on one question: could the appeal court apply section 27 of the Conflict of Laws Act B.E. 2481 when the husband had never pleaded it? The Supreme Court held that a divorce between a Thai and a British national in Thailand is a private-law relationship with a foreign element governed by that Act. Section 27 provides that a Thai court will not grant a divorce unless the national laws of both spouses permit divorce, the grounds being governed by the law of the place of filing; the court must therefore first be satisfied that English law allows divorce before examining the Thai-law grounds. Foreign law is a matter of fact that the Thai court does not know of its own motion, so the plaintiff bore the burden of proving both that English law permits divorce and that a Thai ground exists. As she had led no evidence of English law, the Thai court could not grant the divorce. The point concerns public order, so the appeal court could raise it on its own under the Civil Procedure Code even though the husband had not pleaded it. The appeal was dismissed.

ภริยาสัญชาติไทยฟ้องสามีสัญชาติอังกฤษขอหย่าโดยอ้างเหตุจงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4) และ (6) กับขอให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองดูแลและให้ตนใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว สามีให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง ห้ามโจทก์กีดกันการพบบุตร และให้ส่งมอบบุตรให้ตนดูแล ศาลชั้นต้นพิพากษาให้หย่า ให้ภริยาใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียวโดยสามีเยี่ยมได้ตามสมควร และยกฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหยิบยกปัญหาขึ้นเองแล้วพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในส่วนฟ้องหย่า ภริยาได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาเดียวว่า ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 มาใช้ทั้งที่สามีมิได้ให้การต่อสู้ไว้ชอบหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การหย่าระหว่างคนสัญชาติไทยกับคนสัญชาติอังกฤษในประเทศไทยเป็นนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวพันกับกฎหมายระหว่างประเทศ ตกอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 27 บัญญัติว่าศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ ส่วนเหตุหย่าให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้อง ศาลจึงต้องได้ความก่อนว่ากฎหมายอังกฤษยอมให้คนสัญชาติอังกฤษหย่าได้ จึงจะพิจารณาเหตุหย่าตามกฎหมายไทยต่อไป กฎหมายต่างประเทศเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลไทยไม่อาจรับรู้ได้เอง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ทั้งว่ากฎหมายอังกฤษยอมให้หย่าได้และมีเหตุหย่าตามกฎหมายไทย เมื่อโจทก์มิได้นำสืบกฎหมายอังกฤษ ศาลไทยจึงพิพากษาให้หย่าไม่ได้ ปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182 ศาลฎีกาพิพากษายืน

Facts of the Case ข้อเท็จจริง

The wife is a Thai national and the husband a British national. They registered their marriage on 14 November 2557 (2014); their daughter had been born on 20 August 2556 (2013). The wife filed for divorce in the Chaiyaphum Juvenile and Family Court, alleging that the husband had abandoned her and the child without support, amounting to wilful desertion for more than one year and serious hostility, grounds under CCC section 1516 (4) and (6). She also sought sole parental power. The husband denied the claim and counterclaimed for unobstructed contact and for the child to be handed to him until the age of 20 or completion of a bachelor's degree. The trial court granted the divorce, placed the child in the wife's care under her sole parental power with reasonable visitation for the husband, and dismissed the counterclaim. On the husband's appeal, the Court of Appeal for Specialised Cases, Juvenile and Family Division, varied the judgment by dismissing the divorce claim and left the rest in place. The wife was granted leave to appeal on whether the appeal court could rely on section 27 of the Conflict of Laws Act B.E. 2481 when the husband had never raised it.

โจทก์มีสัญชาติไทย จำเลยมีสัญชาติอังกฤษ ทั้งสองจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 (ค.ศ. 2014) มีบุตร 1 คน เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 (ค.ศ. 2013) ภริยายื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิขอหย่า โดยอ้างว่าสามีทอดทิ้งตนและบุตรไปโดยไม่อุปการะเลี้ยงดู เป็นการจงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี ทำให้ได้รับความเดือดร้อนและอับอายอย่างร้ายแรง และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4) และ (6) กับขอให้บุตรอยู่ในความปกครองดูแลและให้ตนใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว สามีให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง ห้ามภริยากีดกันการพบบุตร และให้ส่งมอบบุตรให้ตนดูแลจนกว่าบุตรจะอายุครบ 20 ปีหรือจบปริญญาตรี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้หย่า ให้บุตรอยู่ในความปกครองดูแลของภริยาและให้ภริยาใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว โดยสามีพบและเยี่ยมบุตรได้ตามสมควร ให้สามีใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท และยกฟ้องแย้ง สามีอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในส่วนฟ้องหย่า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ภริยาได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาว่าศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหยิบยก พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 ขึ้นวินิจฉัยทั้งที่สามีมิได้ยกขึ้นต่อสู้ชอบหรือไม่

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A divorce between a Thai and a foreign national before a Thai court falls under the Conflict of Laws Act B.E. 2481. Under section 27 of that Act, a Thai court will not grant a divorce unless the national laws of both husband and wife permit divorce; the grounds of divorce are then governed by the law of the place where the action is filed, Thai law for a case filed in Thailand. The foreign spouse's national law is a question of fact, not judicially known, so the plaintiff must prove that the foreign law allows divorce before the court can consider the grounds under the Civil and Commercial Code. The requirement is a matter of public order: an appellate court may raise it of its own motion under sections 142 (5) and 246 of the Civil Procedure Code even if the defendant never pleaded it, and without that proof the divorce claim fails. Other provisions applied: Conflict of Laws Act B.E. 2481 section 27; Civil Procedure Code section 142 (5); Civil Procedure Code section 246; Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553 section 182.
การหย่าระหว่างคนสัญชาติไทยกับคนต่างชาติที่ฟ้องต่อศาลไทยเป็นนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวพันกับกฎหมายระหว่างประเทศ ตกอยู่ภายใต้บังคับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ตามมาตรา 27 ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ ส่วนเหตุหย่าให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า คือกฎหมายไทยเมื่อฟ้องในประเทศไทย กฎหมายสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลไทยไม่อาจรับรู้ได้เอง โจทก์จึงต้องนำสืบว่ากฎหมายนั้นยอมให้หย่าได้เสียก่อน ศาลจึงจะพิจารณาเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ ข้อกำหนดนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลสูงยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182 แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ และเมื่อขาดการนำสืบดังกล่าว ฟ้องหย่าย่อมตกไป

Legal Analysis การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

The wife argued that the husband had never pleaded that English law prohibited the divorce, so he had waived the point and section 27 of the Conflict of Laws Act B.E. 2481 could not be applied. The Supreme Court rejected this: a divorce between a Thai and a British national in Thailand is a private-law relationship with a foreign element and subject to the Act. It quoted section 27: 'A Thai court shall not grant a divorce unless the national laws of both the husband and the wife permit divorce. The grounds of divorce shall be governed by the law of the place where the action for divorce is filed.' Where one or both spouses are foreign and the divorce is sought in Thailand, the Thai court may grant it only if the law of the foreign spouse's country allows married persons to divorce. It must first be established that English law, the husband's national law, permits divorce; only then does the court consider the grounds under Thai law as the law of the forum. That is a threshold question and a fact the plaintiff must prove, because foreign law is treated as fact and is not judicially known to a Thai court. The wife bore the burden of proving both that English law permitted the divorce and that a Thai ground of divorce existed. She had led no evidence that English law allows divorce, so the trial court could not grant it. As the question is one of public order, the Court of Appeal for Specialised Cases was entitled to raise it of its own motion under section 142 (5) read with section 246 of the Civil Procedure Code and section 182 of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553, although no party had raised it and the husband had not pleaded it. The Supreme Court affirmed; the orders on parental power and visitation were not disturbed.

ภริยาฎีกาในเชิงวิธีพิจารณาว่า สามีไม่ได้ให้การต่อสู้ว่ากฎหมายอังกฤษห้ามมิให้หย่า ถือว่าสละประเด็นแล้ว จึงไม่เกิดประเด็นข้อพิพาท และไม่ต้องนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 มาใช้บังคับ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่าการหย่าระหว่างโจทก์ซึ่งมีสัญชาติไทยกับจำเลยซึ่งมีสัญชาติอังกฤษในประเทศไทยมีลักษณะเป็นนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวพันกับกฎหมายระหว่างประเทศ จึงตกอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติดังกล่าว และยกมาตรา 27 ซึ่งบัญญัติว่า "ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ เหตุหย่า ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า" ซึ่งหมายความว่า ในกรณีที่สามีภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเป็นคนสัญชาติอื่นแต่มาฟ้องหย่าในประเทศไทย ศาลไทยจะพิพากษาให้หย่าได้ต่อเมื่อกฎหมายของประเทศสามีหรือภริยาหรือทั้งสองฝ่ายยินยอมให้สามีภริยาที่สมรสกันแล้วหย่ากันได้ ดังนั้นในเบื้องต้นต้องได้ความก่อนว่ากฎหมายอังกฤษอันเป็นกฎหมายสัญชาติของจำเลยยอมให้คนสัญชาติอังกฤษหย่าหรือฟ้องหย่าได้ ศาลจึงจะพิจารณาเหตุหย่าตามกฎหมายไทยอันเป็นกฎหมายแห่งถิ่นที่ฟ้องต่อไป ข้อนี้จึงเป็นข้อสำคัญที่ศาลต้องพิจารณาเสียก่อน และเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องนำสืบ เพราะกฎหมายต่างประเทศถือเป็นข้อเท็จจริง มิใช่สิ่งที่ศาลไทยรับรู้ได้เอง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ทั้งว่ากฎหมายอังกฤษยอมให้หย่าได้ และมีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายไทยซึ่งเป็นกฎหมายสัญชาติของโจทก์และกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้อง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่ากฎหมายอังกฤษยอมให้คู่สมรสหย่ากันได้ ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลไทยจึงไม่อาจพิพากษาให้หย่าได้ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์และจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182 ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายกฟ้องในส่วนฟ้องหย่าจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน โดยคำพิพากษาในส่วนอำนาจปกครองและการเยี่ยมบุตรคงเดิม

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1869/2566. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2566 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

การหย่าระหว่างโจทก์ซึ่งมีสัญชาติไทยกับจำเลยซึ่งเป็นคนสัญชาติอังกฤษในประเทศไทยนั้นมีลักษณะเป็นนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวพันกับกฎหมายระหว่างประเทศอันตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 โดย พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 บัญญัติว่า "ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ เหตุหย่า ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า" ซึ่งมีความหมายว่า ในกรณีที่สามีภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติอื่นหรือทั้งสองฝ่ายเป็นคนสัญชาติอื่นแต่มาฟ้องหย่าในประเทศไทย ศาลไทยจะพิพากษาให้หย่ากันได้ต่อเมื่อกฎหมายของประเทศสามีหรือภริยาหรือทั้งสองฝ่ายยินยอมให้สามีภริยาที่สมรสกันตามกฎหมายแล้วสามารถหย่ากันได้ ดังนั้นข้อที่ว่ากฎหมายแห่งประเทศอังกฤษอนุญาตให้บุคคลที่มีสัญชาติอังกฤษหย่าได้หรือไม่ จึงเป็นข้อสำคัญที่ศาลต้องพิจารณาเสียก่อน และเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องนำสืบให้ปรากฏ เพราะกฎหมายของต่างประเทศถือเป็นข้อเท็จจริงและไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลไทยรับรู้ได้เอง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ว่ากฎหมายอังกฤษอันเป็นกฎหมายสัญชาติของจำเลยผู้เป็นสามียินยอมให้หย่าได้และมีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายไทยซึ่งเป็นกฎหมายสัญชาติของโจทก์ผู้เป็นภริยาและเป็นกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า เมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่ากฎหมายของประเทศอังกฤษอันเป็นกฎหมายสัญชาติของจำเลยยอมให้คู่สมรสหย่ากันได้ ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลไทยจึงไม่อาจพิพากษาให้หย่ากันได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ หรือจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก็สามารถยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองดูแลของโจทก์ และให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว
จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์มิให้กีดกันการที่จำเลยพบบุตรผู้เยาว์ และให้โจทก์ส่งมอบบุตรผู้เยาว์ให้จำเลยเป็นผู้ดูแลจนกว่าบุตรผู้เยาว์จะอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์หรือจนกว่าบุตรผู้เยาว์จะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้บุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองดูแลของโจทก์และให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียว แต่จำเลยสามารถพบและเยี่ยมเยียนบุตรผู้เยาว์ได้ตามสมควร กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนฟ้องหย่า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมตามฟ้องและฟ้องแย้งในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนสัญชาติอังกฤษ โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยาชอบด้วยกฎหมาย จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ เด็กหญิง ก. เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยขอหย่าโดยอ้างเหตุว่าจำเลยทอดทิ้งโจทก์และบุตรผู้เยาว์ไปโดยจำเลยไม่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรผู้เยาว์ การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกิน 1 ปี ทำให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนและอับอายอย่างร้ายแรง ทั้งยังเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (4) และ (6) มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า การที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหยิบยกพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 มาพิพากษายกฟ้องโจทก์ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า กฎหมายประเทศอังกฤษห้ามมิให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดกัน ถือว่าจำเลยสละประเด็นข้อต่อสู้ดังกล่าวแล้ว ย่อมไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องดังกล่าว จึงไม่ต้องนำพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 มาใช้บังคับ เห็นว่า การหย่าระหว่างโจทก์ซึ่งมีสัญชาติไทยกับจำเลยซึ่งเป็นคนสัญชาติอังกฤษในประเทศไทยนั้นมีลักษณะเป็นนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่เกี่ยวพันกับกฎหมายระหว่างประเทศอันตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 บัญญัติว่า "ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ เหตุหย่า ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า" ซึ่งมีความหมายว่า ในกรณีที่สามีภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นบุคคลสัญชาติอื่นหรือทั้งสองฝ่ายเป็นคนสัญชาติอื่นแต่มาฟ้องหย่าในประเทศไทย ศาลไทยจะพิพากษาให้หย่ากันได้ต่อเมื่อกฎหมายของประเทศสามีหรือภริยาหรือทั้งสองฝ่ายยินยอมให้สามีภริยาที่สมรสกันตามกฎหมายแล้วสามารถหย่ากันได้ ดังนั้นในเบื้องต้นต้องได้ความก่อนว่า กฎหมายของประเทศอังกฤษซึ่งเป็นสัญชาติของจำเลยมีบทบัญญัติให้บุคคลที่มีสัญชาติอังกฤษสามารถหย่าหรือฟ้องหย่ากันได้ ศาลจึงจะพิจารณาเหตุหย่าตามกฎหมายไทยอันเป็นกฎหมายแห่งถิ่นที่ฟ้องหย่าต่อไป ดังนั้นข้อที่ว่ากฎหมายแห่งประเทศอังกฤษอนุญาตให้บุคคลที่มีสัญชาติอังกฤษหย่าได้หรือไม่ จึงเป็นข้อสำคัญที่ศาลต้องพิจารณาเสียก่อน และเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องนำสืบให้ปรากฏ เพราะกฎหมายของต่างประเทศถือเป็นข้อเท็จจริงและไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลไทยรับรู้ได้เอง โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ว่ากฎหมายอังกฤษอันเป็นกฎหมายสัญชาติของจำเลยผู้เป็นสามียินยอมให้หย่าได้และมีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายไทยซึ่งเป็นกฎหมายสัญชาติของโจทก์ผู้เป็นภริยาและเป็นกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า เมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่ากฎหมายของประเทศอังกฤษอันเป็นกฎหมายสัญชาติของจำเลยยอมให้คู่สมรสหย่ากันได้ ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลไทยจึงไม่อาจพิพากษาให้หย่ากันได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ หรือจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก็สามารถยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182 ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลไทยไม่อาจพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากันได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 และพิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนฟ้องหย่ามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

💡 What This Means for You 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ

This is the most important procedural trap in a Thai divorce involving a foreigner. Whichever spouse sues, the plaintiff must prove, as a fact, that the foreign spouse's national law allows divorce; the Thai judge will not assume it, and the defendant's silence does not cure the omission, because an appellate court can raise the point on its own and dismiss the divorce years later. In practice this means obtaining the relevant provisions of the foreign law, properly translated, usually with a certificate or statement from the embassy or a qualified lawyer of that country, and putting them into evidence at trial. Once that proof is in, the grounds themselves are judged under Thai law, so the usual CCC section 1516 grounds apply. The failure here did not affect the orders on parental power, which stood.

นี่คือกับดักทางวิธีพิจารณาที่สำคัญที่สุดในคดีหย่าที่มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้อง ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ฟ้อง โจทก์ต้องพิสูจน์เป็นข้อเท็จจริงว่ากฎหมายสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติยอมให้หย่าได้ ศาลไทยจะไม่สันนิษฐานให้ และการที่จำเลยไม่ต่อสู้ก็ไม่ช่วย เพราะศาลสูงยกปัญหานี้ขึ้นเองและยกฟ้องหย่าได้แม้เวลาผ่านไปหลายปี ในทางปฏิบัติต้องจัดหาบทบัญญัติของกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้องพร้อมคำแปลที่ถูกต้อง และโดยปกติต้องมีหนังสือรับรองหรือความเห็นจากสถานเอกอัครราชทูตหรือนักกฎหมายผู้มีคุณวุฒิของประเทศนั้น แล้วนำเข้าสืบในชั้นพิจารณา ผู้ถือสองสัญชาติและคู่สมรสจากประเทศที่ใช้กฎหมายศาสนาในเรื่องการหย่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อพิสูจน์ส่วนนี้ได้แล้ว เหตุหย่าจึงพิจารณาตามกฎหมายไทย คือเหตุตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 ตามปกติ ทั้งนี้ ความบกพร่องในคดีนี้ไม่กระทบคำพิพากษาส่วนอำนาจปกครองบุตรซึ่งยังคงอยู่

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

Can a Thai court grant a divorce when one spouse is a foreigner? ศาลไทยพิพากษาให้หย่าได้หรือไม่เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ

Yes, but only within section 27 of the Conflict of Laws Act B.E. 2481. In Decision 1869/2566 the Supreme Court explained that a Thai court will not grant a divorce unless the national laws of both spouses permit divorce, and that the grounds are then judged under the law of the place of filing, that is, Thai law. The spouse who sues must first prove that the foreign spouse's national law allows divorce; in that case the Thai wife did not prove English law and her divorce claim was dismissed.

ได้ แต่ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2566 ศาลฎีกาอธิบายว่าศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่า เว้นแต่กฎหมายสัญชาติของสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ ส่วนเหตุหย่าพิจารณาตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้อง คือกฎหมายไทย ฝ่ายที่ฟ้องต้องนำสืบก่อนว่ากฎหมายสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติยอมให้หย่าได้ ในคดีนั้นภริยาไทยมิได้นำสืบกฎหมายอังกฤษ ฟ้องหย่าจึงถูกยก

Do I have to prove foreign law in a Thai divorce case? ต้องพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศในคดีหย่าที่ศาลไทยหรือไม่

Yes. Decision 1869/2566 holds that foreign law is a matter of fact that the Thai court does not know of its own motion. The plaintiff bears the burden of proving that the foreign spouse's national law permits divorce and that a ground of divorce exists under Thai law. The Thai wife had led no evidence that English law allows divorce, so the court could not grant the divorce even though her British husband had never argued the point in his defence.

ต้อง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2566 วินิจฉัยว่ากฎหมายต่างประเทศเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลไทยไม่อาจรับรู้ได้เอง โจทก์มีภาระการพิสูจน์ว่ากฎหมายสัญชาติของคู่สมรสต่างชาติยอมให้หย่าได้ และมีเหตุหย่าตามกฎหมายไทย ภริยาไทยในคดีนั้นมิได้นำสืบว่ากฎหมายอังกฤษยอมให้หย่า ศาลจึงพิพากษาให้หย่าไม่ได้ แม้สามีชาวอังกฤษไม่เคยยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ในคำให้การเลยก็ตาม

What if my spouse never raised the foreign law issue in court? หากคู่สมรสไม่เคยยกเรื่องกฎหมายต่างประเทศขึ้นต่อสู้ในศาล จะมีผลอย่างไร

It does not help. In Decision 1869/2566 the British husband had not pleaded that English law barred the divorce, and the wife argued that he had waived the point. The Supreme Court held that the requirement in section 27 of the Conflict of Laws Act B.E. 2481 is a matter of public order, so the Court of Appeal for Specialised Cases could raise it on its own under sections 142 (5) and 246 of the Civil Procedure Code and section 182 of the Juvenile and Family Court and Procedure Act B.E. 2553, and dismiss the divorce claim.

ไม่ช่วยอะไร ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2566 สามีชาวอังกฤษมิได้ให้การว่ากฎหมายอังกฤษห้ามหย่า และภริยาอ้างว่าสามีสละประเด็นแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจึงยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182 และยกฟ้องหย่าได้

Which law decides the grounds for divorce between a Thai and a foreigner? กฎหมายใดกำหนดเหตุหย่าระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ

Thai law, if the case is filed in Thailand. Decision 1869/2566 quotes the second sentence of section 27 of the Conflict of Laws Act B.E. 2481: the grounds of divorce are governed by the law of the place where the action is filed. Once it is shown that both spouses' national laws allow divorce, the court examines the grounds in CCC section 1516, such as desertion for over one year or serious hostility, which were the grounds the wife had pleaded in that case.

กฎหมายไทย หากฟ้องในประเทศไทย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2566 ยกข้อความตอนท้ายของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 ว่า เหตุหย่าให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า ดังนั้นเมื่อได้ความแล้วว่ากฎหมายสัญชาติของทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ ศาลจึงพิจารณาเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 เช่น จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นเหตุที่ภริยาอ้างในคดีนั้น

divorce foreigner Thailand conflict of laws section 27 Conflict of Laws Act divorce prove foreign law Thai divorce court divorce British husband Thailand which law governs divorce grounds Thailand Thai court divorce foreign spouse national law

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthamethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthamethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง