ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 124: ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานอื่น
ตัวบทกฎหมาย
ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวน และเป็นผู้ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายก็ได้เมื่อมีหนังสือร้องทุกข์ยื่นต่อเจ้าพนักงานเช่นกล่าวแล้ว ให้รีบจัดการส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้เมื่อมีคำร้องทุกข์ด้วยปากให้รีบจัดการให้ผู้เสียหายไปพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อจดบันทึกคำร้องทุกข์นั้นดังบัญญัติในมาตราก่อน ในกรณีเร่งร้อนเจ้าพนักงานนั้นจะจดบันทึกเสียเองก็ได้ แต่แล้วให้รีบส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้วรรคสี่ (ยกเลิก)
คำแปลภาษาอังกฤษ
ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวน และเป็นผู้ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายก็ได้เมื่อมีหนังสือร้องทุกข์ยื่นต่อเจ้าพนักงานเช่นกล่าวแล้ว ให้รีบจัดการส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้เมื่อมีคำร้องทุกข์ด้วยปากให้รีบจัดการให้ผู้เสียหายไปพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อจดบันทึกคำร้องทุกข์นั้นดังบัญญัติในมาตราก่อน ในกรณีเร่งร้อนเจ้าพนักงานนั้นจะจดบันทึกเสียเองก็ได้ แต่แล้วให้รีบส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้วรรคสี่ (ยกเลิก)
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัติในหมวดหลักทั่วไปนี้ขยายช่องทางการร้องทุกข์ให้กว้างกว่าการร้องต่อพนักงานสอบสวน คือผู้เสียหายอาจร้องต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่มีตำแหน่งรองหรือเหนือพนักงานสอบสวนและมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยได้ เจ้าพนักงานนั้นทำหน้าที่ส่งต่อคำร้องทุกข์โดยเร็ว และในกรณีเร่งด่วนอาจจดบันทึกคำร้องทุกข์ด้วยปากเองตามวิธีในมาตรา 123 ส่วนวรรคสี่ถูกยกเลิกแล้ว บทนี้ต้องอ่านร่วมกับมาตรา 123 และมาตรา 125
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ในทางปฏิบัติหมายความว่าท่านไม่จำเป็นต้องหาตัวพนักงานสอบสวนโดยตรงเพื่อแจ้งความ ท่านร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือฝ่ายปกครองอื่นที่มีหน้าที่ได้ และเจ้าพนักงานนั้นต้องส่งต่อไป แต่สำหรับความผิดต่อส่วนตัว หลักเดิมยังใช้ คือคำร้องทุกข์ต้องทำโดยผู้เสียหายที่แท้จริง มิฉะนั้นย่อมไม่ชอบและการฟ้องอาจเสียไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8080/2538 (1995)
ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามมาตรา 124 ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 121 และไม่มีอำนาจขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 30
เมื่อหนี้ตามเช็คเป็นโมฆะ โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่ใช่ผู้เสียหายตามมาตรา 28 จึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ในความผิดต่อส่วนตัวตามมาตรา 124 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 121 และโจทก์ร่วมขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 30 ไม่ได้ ศาลชอบที่จะยกฟ้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2176/2534 (1991)
สำหรับความผิดที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนได้แม้ไม่มีคำร้องทุกข์ตามมาตรา 121 วรรคหนึ่ง หากต่อมาไม่จัดให้มีการร้องทุกข์ตามระเบียบตามมาตรา 123, 124, 125 ก็ไม่มีกฎหมายให้การสอบสวนที่ชอบแล้วเสียไป อัยการยังคงมีอำนาจฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว การสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแม้ไม่มีคำร้องทุกข์ตามมาตรา 121 วรรคหนึ่ง การไม่จัดให้มีการร้องทุกข์ตามระเบียบตามมาตรา 123, 124, 125 ไม่ทำให้การสอบสวนที่ชอบแล้วเสียไป พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องคดีได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2499 ถึง 2557)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5603/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8080/2538 (1995)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2974/2516 (1973)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1226/2503 (1960)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2176/2534 (1991)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 11858/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6539/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1534/2503 (1960)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยตรงเท่านั้นหรือไม่
ไม่ ตามมาตรา 124 ท่านร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่มีตำแหน่งรองหรือเหนือพนักงานสอบสวนและมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยได้ และเจ้าพนักงานต้องส่งต่อคำร้องทุกข์
เจ้าพนักงานจดบันทึกคำร้องทุกข์ด้วยปากให้ทันทีได้หรือไม่
ในกรณีเร่งด่วนได้ ตามมาตรา 124 เจ้าพนักงานนั้นอาจจดบันทึกคำร้องทุกข์ด้วยปากเอง แล้วรีบส่งต่อไปยังพนักงานสอบสวน
วรรคสี่ของมาตรา 124 ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่
ไม่ วรรคสี่ของมาตรา 124 ถูกยกเลิกแล้วและไม่มีผลบังคับ
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 124 (ประเทศไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 124. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-124/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 124 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-124/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-124/"><p>ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวน และเป็นผู้ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายก็ได้เมื่อมีหนังสือร้องทุกข์ยื่นต่อเจ้าพนักงานเช่นกล่าวแล้ว ให้รีบจัดการส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้เมื่อมีคำร้องทุกข์ด้วยปากให้รีบจัดการให้ผู้เสียหายไปพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อจดบันทึกคำร้องทุกข์นั้นดังบัญญัติในมาตราก่อน ในกรณีเร่งร้อนเจ้าพนักงานนั้นจะจดบันทึกเสียเองก็ได้ แต่แล้วให้รีบส่งไปยังพนักงานสอบสวน และจะจดหมายเหตุอะไรไปบ้างเพื่อประโยชน์ของพนักงานสอบสวนก็ได้วรรคสี่ (ยกเลิก)</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 124 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-124/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา