Vérifié ตรวจสอบแล้ว Code de procédure civileป.วิ.พ. Décision 178/2551 คำพิพากษาที่ 178/2551 2008 (BE 2551)

A foreign defendant with no assets in Thailand can have debts owed to it frozen คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2551

Sections CPC : มาตรา ป.วิ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Although the defendant did not intend to move assets out of the court's reach (section 255(1)(a)), its lack of domicile, branch and assets in Thailand was another necessity making protection fair under section 255(1)(b); the attachment of the third party's payments under section 254(1) was upheld.

แต่การที่จำเลยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ไม่มีสำนักงานสาขาในประเทศไทยแม้เคยมีจำเลยก็ปิดสำนักงานสาขาไปแล้วเพราะใบอนุญาตประกอบกิจการของคนต่างด้าวไม่ถูกต้อง และการที่จำเลยไม่มีทรัพย์สินใดในประเทศไทย

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

A foreign defendant with nothing in Thailand can have money owed to it by Thai parties frozen before judgment.

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

A Thai coordinating agent sued an Italian company that had no domicile, branch or assets in Thailand and asked for attachment of contract money a Thai joint venture would pay to the defendant.

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Although the defendant did not intend to move assets out of the court's reach (section 255(1)(a)), its lack of domicile, branch and assets in Thailand was another necessity making protection fair under section 255(1)(b); the attachment of the third party's payments under section 254(1) was upheld.
แต่การที่จำเลยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ไม่มีสำนักงานสาขาในประเทศไทยแม้เคยมีจำเลยก็ปิดสำนักงานสาขาไปแล้วเพราะใบอนุญาตประกอบกิจการของคนต่างด้าวไม่ถูกต้อง และการที่จำเลยไม่มีทรัพย์สินใดในประเทศไทย

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 178/2551. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2551 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

จำเลยตั้งโจทก์เป็นตัวแทนประสานงานเพื่อผลประโยชน์ของจำเลยในการได้รับจ้างงานในโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อมาจำเลยได้เข้าเป็นคู่สัญญากับกิจการร่วมค้าไอทีโอโดยเป็นผลจากการดำเนินการของโจทก์ตามสัญญาตั้งตัวแทน โจทก์มีสิทธิเรียกร้องอันเป็นมูลหนี้ตามสัญญาดังกล่าวที่จะฟ้องร้องจำเลยได้ คดีของโจทก์จึงมีมูลที่จะฟ้องร้อง ส่วนปัญหาว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาตั้งตัวแทน หรือจำเลยได้รับการจ้างเหมาช่วงงานดังกล่าวโดยไม่ได้เป็นผลจากการปฏิบัติตามสัญญาของโจทก์หรือไม่ ยังเป็นที่โต้เถียงกันซึ่งต้องนำสืบพยานหลักฐานกันในชั้นพิจารณาต่อไป แม้จำเลยไม่ตั้งใจยักย้ายทรัพย์สินของตนไปให้พ้นจากอำนาจศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 255 (1) (ก) แต่การที่จำเลยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ไม่มีสำนักงานสาขาในประเทศไทยแม้เคยมีก็ปิดสำนักงานสาขาไปแล้วเพราะใบอนุญาตประกอบกิจการของคนต่างด้าวไม่ถูกต้อง และการที่จำเลยไม่มีทรัพย์สินใดในประเทศไทย ทั้งจำเลยไม่มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทยพอที่โจทก์จะบังคับคดีได้ ย่อมเป็นเหตุจำเป็นอื่นที่เป็นการยุติธรรมและสมควรที่จะคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 255 (1) (ข) จึงนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวตามที่โจทก์ขอมาใช้ในการสั่งให้อายัดเงินค่าจ้างที่กิจการร่วมค้าไอทีโอบุคคลภายนอกจะชำระให้แก่จำเลยได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนและมีภูมิลำเนาในประเทศสาธารณรัฐอิตาลี ทำสัญญาให้โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย เป็นตัวแทนประสานงานเพื่อผลประโยชน์ของจำเลยในงานก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจำเลยจะจ่ายค่าตอบแทนให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 13 ของมูลค่างานที่จำเลยเข้าเป็นคู่สัญญาจากการประสานงานของโจทก์ จากนั้นโจทก์ติดต่อประสานงานจนกลุ่มบริษัทกิจการร่วมค้าไอทีโอว่าจ้างจำเลยทำงาน 3 กลุ่มงาน คือ งานอุปกรณ์ตกแต่งอาคารและเครื่องหมายสัญลักษณ์ งานท่าเทียบเครื่องบินแอร์บัส และงานก่อสร้างสถานีรถไฟเชื่อมระหว่างสนามบินกับมักกะสันและพญาไทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 735,000,000 บาท ซึ่งจำเลยต้องจ่ายค่าตอบแทนให้แก่โจทก์รวม 95,550,000 บาท แต่จำเลยไม่ชำระและบอกเลิกสัญญากับโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าบริการและค่าตอบแทนจำนวนดังกล่าวพร้อมค่าเสียหายและดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นตัวแทนประสานงานจริง แต่โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนต่อเมื่อจำเลยได้รับค่าจ้างตามงวดงานที่จำเลยทำเสร็จและส่งมอบงานให้กิจการร่วมค้าไอทีโอ แต่จำเลยยังไม่ได้รับชำระค่างวดค่าจ้าง และโจทก์ไม่ได้ติดต่อประมานงานให้จำเลยได้งานรับจ้างดังกล่าวทั้งยังทำงานบกพร่อง ไม่รับผิดชอบ ขาดความรู้ จนทำให้จำเลยเสียหาย จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาจ้างโจทก์ ขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการที่โจทก์ทำงานบกพร่องผิดพลาดรวมเป็นเงิน 321,311,566 บาท แก่จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
ระหว่างพิจารณา (1) หลังจากยื่นฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินประกันสัญญาและเงินค่าจ้างตามสัญญาที่จำเลยจะได้รับจากกิจการร่วมค้าไอทีโอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) จำเลยยื่นคำคัดค้าน
(2) หลังจากจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 253 โจทก์ยื่นคำคัดค้าน
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้อายัดเงินที่จำเลยมีสิทธิเรียกร้องต่อกิจการร่วมค้าไอทีโอไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยห้ามมิให้กิจการร่วมค้าไอทีโอชำระเงินจำนวน 24,852,602.43 บาท แก่จำเลยและเงินในอัตราร้อยละ 13 ของเงินซึ่งกิจการร่วมค้าไอทีโอจะต้องชำระแก่จำเลยในงวดที่จะถึงกำหนดชำระต่อไปตามสัญญาซื้อขายอุปกรณ์ตกแต่งภายในสนามบิน (เอกสารหมาย ล.14 และ ล.15) กับตามสัญญาให้บริการติดตั้งทดสอบและส่งมอบอุปกรณ์ตกแต่งภายในสนามบิน (เอกหมาย ล.16 และ ล.17) (ฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2547) แต่ให้กิจการร่วมค้าไอทีโอนำเงินดังกล่าวส่งมอบแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระหนี้ โดยให้โจทก์วางเงินประกันจำนวน 3,000,000 บาท ก่อนออกหมายดังกล่าว และให้ยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า สมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอายัดเงินค่าจ้างที่กิจการร่วมค้าไอทีโอซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะชำระแก่จำเลยเมื่อถึงกำหนดชำระ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) หรือไม่ ซึ่งในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอต้องให้เป็นที่พอใจศาลว่า คำฟ้องมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่โจทก์ขอมาใช้ได้ ตามมาตรา 255 (1) (ก) หรือ (ข) เห็นว่า คดีนี้โจทก์ได้นำสืบพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองโจทก์ชั่วคราว โดยยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของนายโจเอล โบเชอร์ กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ว่า จำเลยทำสัญญาตั้งโจทก์เป็นตัวแทนประสานงานเพื่อผลประโยชน์ของจำเลยในการได้รับการจ้างงานในโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามหนังสือยืนยันการเปลี่ยนแปลงค่าตอบแทนเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งต่อมาจำเลยได้เข้าเป็นคู่สัญญากับกิจการร่วมค้าไอทีโอโดยเป็นผลจากการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพของโจทก์ตามสัญญาตั้งตัวแทน ซึ่งจำเลยก็ได้นำสืบรับในชั้นนี้ว่าจำเลยทำสัญญาตั้งโจทก์เป็นตัวแทนดำเนินการดังกล่าวจริงตามสัญญาตั้งตัวแทนเอกสารหมาย ล.12 ฉะนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบเบื้องต้นในชั้นไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวนี้รับฟังได้ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องอันเป็นมูลหนี้ตามสัญญาดังกล่าวที่จะฟ้องร้องจำเลยได้ ซึ่งโจทก์ยืนยันว่าตนปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาโดยติดต่อประสานงานกับกิจการร่วมค้าไอทีโอจนจำเลยได้รับการว่าจ้างงานช่วงตามสัญญาเอกสารหมาย จ.4 หาใช่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยโดยปราศจากมูลหนี้ที่จะเรียกร้องหรือฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งจำเลยแต่อย่างใดไม่ คดีของโจทก์จึงมีมูลที่จะฟ้องร้อง ส่วนปัญหาว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาตั้งตัวแทน หรือจำเลยได้รับการจ้างเหมาช่วงงานดังกล่าวโดยไม่ได้เป็นผลจากการปฏิบัติตามสัญญาของโจทก์หรือไม่ ยังเป็นที่โต้เถียงกันซึ่งต้องนำสืบพยานหลักฐานกันโดยละเอียดในชั้นพิจารณาสืบพยานต่อไป หาใช่ว่าจะต้องสืบพยานกันจนสิ้นกระแสความถึงขนาดรับฟังได้แล้วว่าโจทก์ในฐานะตัวแทนจำเลยได้ชี้ช่องให้จำเลยเข้าทำสัญญารับจ้างเหมาช่วงงานจากกิจการร่วมค้าไอทีโอดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ เพราะหากต้องสืบพยานจนได้ความถึงขนาดนั้นก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดที่โจทก์จะขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาเนื่องจากการพิจารณาคดีล่วงไปจนเสร็จสิ้นว่าโจทก์มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามสัญญาตั้งตัวแทนจากจำเลยผู้ว่าจ้างหรือไม่ ทั้งก็เป็นการด่วนวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทในคดีไปในชั้นขอคุ้มครองชั่วคราวเสียก่อนที่จะสืบพยานในชั้นพิจารณาของคดีด้วย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะนำสืบพยานกันต่อไปอีกแล้ว ส่วนปัญหาว่ามีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวตามที่โจทก์ขอมาใช้ได้หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยไม่ตั้งใจยักย้ายทรัพย์สินของตนไปให้พ้นจากอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 255 (1) (ก) เพราะจำเลยไม่มีทรัพย์สินอันใดในประเทศไทยที่จะยักย้ายหรือจะโอน การที่กิจการร่วมค้าไอทีโอชำระเงินค่าจ้างตามสัญญาขายเอกสารหมาย ล.14 และ ล.15 ให้จำเลยแล้ว 7 งวด โดยชำระเข้าบัญชีของจำเลยโดยตรงที่ประเทศสาธารณรัฐอิตาลีก็เป็นการปฏิบัติตามสัญญาจ้างเหมาช่วง จำเลยมิได้มีเจตนายักย้ายเงินค่าจ้างตามมาตรา 254 (1) (ก) แต่การที่จำเลยไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ไม่มีสำนักงานสาขาในประเทศไทยแม้เคยมีจำเลยก็ปิดสำนักงานสาขาไปแล้วเพราะใบอนุญาตประกอบกิจการของคนต่างด้าวไม่ถูกต้อง และการที่จำเลยไม่มีทรัพย์สินใดในประเทศไทย ทั้งมิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทยพอที่โจทก์จะบังคับคดีในประเทศไทยได้ ย่อมเป็นเหตุจำเป็นอื่นที่เป็นการยุติธรรมและสมควรที่จะคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 255 (1) (ข) ที่จำเลยนำสืบอ้างว่าจำเลยมีกิจการและฐานะทางการเงินมั่นคงในประเทศสาธารณรัฐอิตาลี กิจการดังกล่าวก็ไม่อยู่ในอำนาจบังคับคดีของศาลไทย ส่วนที่จำเลยนำสืบว่ากิจการร่วมค้าไอทีโอจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาบริการเอกสารหมาย ล.16 และ ล.17 ให้แก่จำเลยในประเทศไทย จำเลยยังมิได้ยักย้ายหรือโอนหรือจำหน่ายทรัพย์สินไปให้พ้นอำนาจศาลไม่เป็นการยากที่จะบังคับเอากับค่าจ้างจำนวนนี้หากจำเลยแพ้คดี ก็หาได้เป็นหลักประกันว่าจำเลยจะนำเงินค่าจ้างที่ได้รับจากกิจการร่วมค้าไอทีโอส่วนนี้ไปชำระให้แก่โจทก์ หากโจทก์ชนะคดีไม่ ฉะนั้น จึงเห็นว่ากรณีมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวตามที่โจทก์ขอมาใช้ในการสั่งให้อายัดเงินค่าจ้างที่กิจการร่วมค้าไอทีโอบุคคลภายนอกจะชำระให้แก่จำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) คำสั่งอายัดเงินของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการที่สองตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า สมควรที่ศาลจะสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้แก่จำเลยโดยสั่งให้โจทก์วางเงินต่อศาลหรือหาประกันมาให้เพื่อการชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 253 หรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกถ้อยคำของนางสาวโมนิกา โอแบติ กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลย ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีพฤติการณ์ใดที่จะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายแทนจำเลยหรือแก่จำเลยในคดีนี้หากโจทก์แพ้คดี แม้โจทก์จะมีทรัพย์สินเป็นของบริษัทโจทก์ไม่มาก ตามงบการเงินปี 2546 เอกสารหมาย ล.30 แต่โจทก์ยังคงประกอบธุรกิจ และยังมีทรัพย์สินอยู่คือรถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงาน และเงินสด ซึ่งแม้มีจำนวนเพียงเล็กน้อยตามบันทึกถ้อยคำของนางสาวโมนิกา โอแบติ แต่ก็น่าจะเพียงพอชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแทนจำเลยหรือแก่จำเลยในคดีส่วนที่โจทก์ฟ้องซึ่งจะมีจำนวนไม่มาก โดยไม่รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยฟ้องแย้งซึ่งถือว่าจำเลยเป็นโจทก์ ส่วนการที่โจทก์ไม่ชำระค่าภาษีอากรแก่รัฐบาลตามที่จำเลยอ้างในอุทธรณ์ก็เพราะโจทก์ประกอบกิจการขาดทุน หาใช่เพราะหลีกเลี่ยงภาษี และการไม่ชำระภาษีก็ไม่เป็นเหตุที่จะแสดงให้เชื่อว่าโจทก์จะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย นอกจากนี้การที่บริษัทโจทก์มีเพียงนายโจเอล โบเชอร์ กรรมการผู้จัดการที่บริหารงานเพียงผู้เดียวก็เป็นเรื่องปกติในการบริหารจัดการบริษัทที่นายโจเอล โบเชอร์ ไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ไม่มีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทยก็ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการหรือทรัพย์สินของบริษัทโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกรรมการผู้จัดการ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้สั่งให้โจทก์วางเงินหรือหาประกันสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจึงชอบแล้ว"
พิพากษายืน ให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2551
บริษัทเอวีเอชั่น เซอร์วิส จำกัด โจทก์
บริษัท ซีซีเอ็ม เอส. อาร์. แอล. จำกัด จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. ม. 254 แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

คู่ความ: บริษัทเอวีเอชั่น เซอร์วิส จำกัด โจทก์ บริษัท ซีซีเอ็ม เอส. อาร์. แอล. จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. ม. 254

องค์คณะ: (อร่าม เสนามนตรี-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-เอกชัย ชินณพงศ์)

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous