Vérifié ตรวจสอบแล้ว Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 2497/2552 คำพิพากษาที่ 2497/2552 2009 (BE 2552)

A note added after marriage registration is not a prenup and can be avoided คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2552

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Because the marriage was complete when the first register sheet was finished, the later note was not entered together with the registration and so was not a contrat prénuptial under section 1466; it was a contract between spouses under section 1469, which the husband validly avoided by his counterclaim, so he could recover the land. Judgment affirmed.

บันทึกครั้งหลังนี้ก็มิใช่สัญญาก่อนสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1466 แต่เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภริยาทำไว้ต่อกันตามมาตรา 1469

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

An agreement added after the registration, even on the same day, is not a prenup and can be undone by either spouse.

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

At registration the spouses told the registrar they wanted no note about property; about half an hour after the registration was complete they had a second note added that the husband would give the wife a plot of land, which he later transferred to her.

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Because the marriage was complete when the first register sheet was finished, the later note was not entered together with the registration and so was not a prenuptial agreement under section 1466; it was a contract between spouses under section 1469, which the husband validly avoided by his counterclaim, so he could recover the land. Judgment affirmed.
บันทึกครั้งหลังนี้ก็มิใช่สัญญาก่อนสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1466 แต่เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภริยาทำไว้ต่อกันตามมาตรา 1469

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 2497/2552. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2552 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันในขณะจดทะเบียนสมรสว่า ไม่ประสงค์จะให้บันทึกเกี่ยวกับทรัพย์สิน แม้ภายหลังในวันเดียวกันทั้งสองฝ่ายจะมาขอบันทึกเพิ่มเติ่มว่าจำเลยมีที่ดิน 1 แปลงจะยกให้โจทก์ บันทึกครั้งหลังนี้ก็มิใช่สัญญาก่อนสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1466 แต่เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภริยาทำไว้ต่อกันตามมาตรา 1469 ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีสิทธิตามกฎหมายที่จะบอกล้างได้ในขณะที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้ แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการสุจริต การที่จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งขอเลิกสัญญาถือเป็นการแสดงเจตนาบอกล้างในขณะยังเป็นสามีภริยากันอยู่แล้ว จำเลยมีสิทธิเรียกร้องที่ดินคืนได้
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน ต่อมาจำเลยทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขายหน้า ทั้งไม่ส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ และขู่ฆ่าโจทก์กับบิดามารดาโจทก์ ขอให้พิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย
จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย และให้โจทก์ไปจดทะเบียนเพิกถอนสัญญาให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกลับคืนมาเป็นของจำเลยภายใน 7 วัน นับแต่วันพิพากษา หากไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
ระหว่างพิจารณา โจทก์และจำเลยตกลงยินยอมหย่าขาดจากกันตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2548 คงมีประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิเรียกคืนที่ดินโฉนดเลขที่ 1030 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์หรือไม่
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท ยกฟ้องแย้งจำเลยในส่วนขอเรียกทรัพย์คืน
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่าให้โจทก์จดทะเบียนคืนที่ดินโฉนดเลขที่ 1030 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลย หากไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์จำเลยแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภริยาเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2547 ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2547 จึงจดทะเบียนสมรสกัน โดยมีการทำบันทึกต่อท้ายทะเบียนสมรสไว้ 2 ครั้ง ครั้งแรกระบุว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่ายไม่เคยอยู่กินกันมาก่อนจดทะเบียนสมรสและไม่ประสงค์ให้มีการบันทึกเกี่ยวกับทรัพย์สิน แล้วโจทก์ จำเลย พยานบุคคลสองคนและนายทะเบียนลงลายมือชื่อไว้ ในวันเดียวกันนั้นเองมีการทำบันทึกเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 ระบุว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่ายอยู่กินกันมาก่อนจดทะเบียนสมรสประมาณ 7 เดือน ไม่มีบุตรด้วยกัน ทรัพย์สินก่อนสมรสมีที่ดิน 1 แปลง ตาม น.ส. 4 จ. เลขที่ 1030 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เนื้อที่ 2 งาน 43 ตารางวา กรรมสิทธิ์ของจำเลยยินยอมยกให้โจทก์แล้วโจทก์ จำเลยและนายทะเบียนลงลายมือชื่อไว้ตามทะเบียนสมรส วันที่ 6 กันยายน 2547 จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวพร้อมบ้าน 1 หลัง ให้โจทก์ตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินและโฉนดที่ดิน
คดีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีสิทธิเรียกคืนที่ดินโฉนดเลขที่ 1030 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์หรือไม่ โจทก์อ้างว่า เดิมจำเลยตกลงจะยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้เป็นค่าสินสอดในการมาสู่ขอแต่งงานกับโจทก์แต่ก็ไม่ยกให้ ต่อมาจำเลยตกลงยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างนี้ให้โจทก์อีกก่อนจดทะเบียนสมรสเพื่อเป็นหลักประกันว่าจำเลยจะปรับปรุงตัวเกี่ยวกับความประพฤติของจำเลยจึงได้ทำบันทึกว่าจำเลยยอมยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ในวันจดทะเบียนเป็นสัญญาก่อนสมรสซึ่งหากข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์กล่าวอ้างโจทก์จำเลยก็น่าจะแจ้งให้นายทะเบียนทำบันทึกข้อความยกทรัพย์สินดังกล่าวให้กันแต่แรกที่มีการจดทะเบียน แต่ตามบันทึกครั้งแรกในทะเบียนสมรสแผ่นที่ 1 กลับมีข้อความระบุว่า เกี่ยวกับทรัพย์สินทั้งสองฝ่ายไม่ประสงค์ให้มีการบันทึก แสดงว่าขณะจดทะเบียนสมรสโจทก์ไม่ได้ขอให้บันทึกเรื่องที่อ้างว่าจำเลยตกลงยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้นางวัชราภรณ์หัวหน้างานทะเบียนทั่วไป ที่ว่าการอำเภอเมืองอำนาจเจริญซึ่งเป็นผู้จัดทำบันทึกและลงลายมือชื่อในฐานะนายทะเบียนผู้จดทะเบียนสมรสดังกล่าวเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าบันทึกท้ายทะเบียนสมรสครั้งแรกและบันทึกเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตามทะเบียนสมรสแผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2 ไม่ได้ทำในเวลาเดียวกัน การจดทะเบียนสมรสเป็นอันสมบูรณ์ตั้งแต่มีการทำบันทึกครั้งแรกเสร็จเรียบร้อย โจทก์เบิกความว่า หลังจากทำบันทึกแผ่นแรกเสร็จแล้วต่อมาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงจึงทำบันทึกเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ว่าจำเลยยินยอมยกที่ดิน 1 แปลง ให้โจทก์ตามทะเบียนสมรสแผ่นที่ 2 ซึ่งมิได้ระบุถึงเรื่องบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด จนต่อมาหลังจากจดทะเบียนสมรสกันแล้วประมาณ 1 เดือน จำเลยจึงจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินและโฉนดที่ดิน กรณีจึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยตกลงยกที่ดินให้โจทก์ก่อนจดทะเบียนสมรส เนื่องจากโจทก์จำเลยเพิ่งมาแจ้งให้บันทึกเพิ่มเติมไว้ในภายหลังตามทะเบียนสมรสแผ่นที่ 2 การที่มาแจ้งว่ามีการตกลงกันภายหลังจากจดทะเบียนสมรสโดยให้บันทึกเพิ่มเติมว่าจำเลยมีที่ดิน 1 แปลงยินยอมยกให้โจทก์เช่นนี้จึงฟังไม่ได้ว่าเป็นการตกลงกันไว้แล้วก่อนจดทะเบียนสมรส แต่การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเสร็จสมบูรณ์เมื่อจัดทำทะเบียนสมรสแผ่นที่ 1 แล้วเสร็จโดยไม่มีการจดแจ้งข้อตกลงกันเป็นสัญญาก่อนสมรสไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส เพราะโจทก์จำเลยแจ้งในขณะจดทะเบียนสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สินว่าทั้งสองฝ่ายไม่ประสงค์ให้มีการบันทึก ดังนั้น เมื่อมีการตกลงกันหลังจากนั้นว่าจำเลยตกลงจะยกที่ดินให้โจทก์แล้วโจทก์จำเลยมาแจ้งนายทะเบียนให้ทำบันทึกเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ว่าจำเลยมีที่ดิน 1 แปลง ยินยอมยกให้โจทก์ตามทะเบียนสมรสแผ่นที่ 2 จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการจดแจ้งข้อตกลงไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส บันทึกเพิ่มเติมดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาก่อนสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1466 ข้อที่โจทก์อ้างว่า ในวันจดทะเบียนสมรสจำเลยไปติดต่อนายทะเบียนจัดเตรียมการยื่นเอกสารและให้ปากคำเพื่อขอจดทะเบียนสมรสเองโดยลำพังฝ่ายเดียวแล้วไปรับโจทก์ซึ่งกำลังสอบอยู่ที่โรงเรียนโปลีเทคนิคอำนาจเจริญพาไปที่สำนักทะเบียนอำนาจเจริญ โจทก์ลงลายมือชื่อในทะเบียนสมรสโดยยังไม่ทันได้อ่านข้อความในเอกสารดังกล่าว ก็ปรากฏตามทะเบียนสมรสแผ่นที่ 1 นั้นเองว่า โจทก์เคยจดทะเบียนสมรสและจดทะเบียนหย่ามาก่อนแล้ว โจทก์ย่อมมีประสบการณ์และทราบถึงเรื่องการจดแจ้งข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินของคู่สมรสไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสเป็นอย่างดีข้ออ้างของโจทก์จึงไม่น่าเชื่อ บันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตามทะเบียนสมรสแผ่นที่ 2 จึงเป็นเพียงสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภริยาได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 เมื่อจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งบอกเลิกข้อตกลงเข้ามาแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาบอกล้างในขณะที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ สัญญาจึงไม่มีผลบังคับอีกต่อไป จำเลยมีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์จดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนแก่จำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2552
นางชนากานต์ กาญจนะทิศ โจทก์
นายสมชาย แก้วศรีนวน จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1466 , ม. 1469 แหล่งที่มา สำนักวิชาการ

คู่ความ: นางชนากานต์ กาญจนะทิศ โจทก์ หรือแก้วศรีนวน นายสมชาย แก้วศรีนวน จำเลย ป.พ.พ. ม. 1466 , ม. 1469

องค์คณะ: (สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-สิริรัตน์ จันทรา)

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous