A registered usufruct does not stop the owner selling, but binds the buyer คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2783/2516
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Under section 1417 the usufructuary has only the rights to possess, use, take the benefit of and manage the property, and cannot prevent the owner selling it without impairing the usufruit; the usufruct is a real right enforceable against third parties, so a buyer takes subject to it.
หามีอำนาจห้ามมิให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ขายทรัพย์สินนั้นไป โดยไม่เป็นที่เสื่อมสิทธิของตนไม่
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
A registered usufruct does not stop the owner selling, but the buyer cannot defeat it.
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
The father of six children who owned land subject to a life usufruct reserved by the donor applied for court permission to sell it, and the usufructuary objected.
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Under section 1417 the usufructuary has only the rights to possess, use, take the benefit of and manage the property, and cannot prevent the owner selling it without impairing the usufruct; the usufruct is a real right enforceable against third parties, so a buyer takes subject to it.
หามีอำนาจห้ามมิให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ขายทรัพย์สินนั้นไป โดยไม่เป็นที่เสื่อมสิทธิของตนไม่
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 2783/2516. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2783/2516 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
ผู้คัดค้านโอนที่พิพาทซึ่งมีเรือน 2 หลังปลูกอยู่บนที่พิพาทให้แก่บุตรผู้ร้องไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยมิได้ระบุแยกให้ชัดเจนว่า เรือน 2 หลังมิได้โอนยกให้ไปด้วยแล้ว ย่อมหมายความว่าผู้คัดค้านได้โอนยกให้ที่พิพาทพร้อมเรือน 2 หลังนั้นด้วย เพราะเรือนดังกล่าวเป็นส่วนควบของที่ดินนั้น
เจ้าของกรรมสิทธิ์จะขายที่ดินของตนแปลงใดก็ได้ ในเมื่อไม่ทำให้เสื่อมสิทธิแก่ผู้ทรงสิทธิเหนือที่ดินแปลงนั้น ๆ ถ้ามี การที่บุตรผู้ร้องจะขายที่ดินพิพาทโดยมีภาระสิทธิเก็บกินติดไปด้วยก็ย่อมกระทำได้ตามสิทธิของตนที่มีอยู่ จะถือว่ามีเจตนาไม่สุจริตหาได้ไม่
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและร้องเพิ่มเติมว่า นางสาวพรรัชนีบรรลุนิติภาวะแล้ว นายพงษ์ศักดิ์ นางสาวพรรณี เด็กชายอรุณ เด็กชายสุขสันต์และเด็กหญิงจิรพรรณเป็นบุตรของผู้ร้อง บุตรทั้ง 6 คนนี้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 2845 พร้อมด้วยเรือน 2 หลัง โดยนายนิง บุญชวลิต ผู้เป็นตายกให้ ขณะนี้ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ 5 คน ผู้ร้องมีรายได้น้อยไม่มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะส่งเสียเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ทั้ง 5 คนได้ ประสงค์จะขายที่ดินและเรือน 2 หลัง ให้นายระดม แสนนิลในราคา 50,000 บาท เพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายเลี้ยงดูเป็นทุนให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องทำนิติกรรมขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแทนผู้เยาว์
นายนิง บุญชวลิต ร้องคัดค้านว่า ที่ดินซึ่งผู้ร้องขอขายนั้นเป็นที่ดินซึ่งผู้คัดค้านยกให้บุตรผู้ร้องทั้ง 6 คน แต่สงวนสิทธิเก็บกินไว้ตลอดชีวิต ส่วนเรือน2 หลังปลูกอยู่ในที่ดินนี้ เป็นของผู้คัดค้าน ๆ มิได้ยกให้บุตรทั้ง 6 คนของผู้ร้องปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งของศาลจังหวัดนครพนม นอกจากนี้บุตรทั้ง 6 คนของผู้ร้องยังมีที่ดินอีก 1 แปลงที่ผู้คัดค้านยกให้ตามสัญญาดังกล่าว หากมีความจำเป็นต้องขายก็ควรจะขายที่ดินแปลงนั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายพุฒ สิงห์ศรี ทำนิติกรรมขายที่ดินพร้อมด้วยเรือน 2 หลังดังกล่าวแทนบุตรผู้เยาว์ทั้ง 5 คนได้ตามคำร้องขอ
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินเหนือที่ดินพิพาทจริงและวินิจฉัยว่าที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้คัดค้านทรงสิทธิเก็บกินในที่พิพาท แม้บุตรของผู้ร้องจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ก็หาอาจขายที่พิพาทให้บุคคลภายนอกได้ไม่ เพราะบุคคลภายนอกผู้รับโอนที่พิพาทไปแล้ว อาจเป็นเหตุแห่งความยุ่งยากลำบากเกี่ยวกับการใช้สิทธิเก็บกินของผู้คัดค้านก็ได้นั้น เห็นว่าผู้คัดค้านซึ่งทรงสิทธิเก็บกินในที่พิพาทย่อมมีอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1417 เพียงมีสิทธิครอบครองใช้ ถือเอาซึ่งประโยชน์ และมีอำนาจจัดการทรัพย์สินนั้นเท่านั้น หามีอำนาจห้ามมิให้เจ้าของกรรมสิทธิ์นั้นขายทรัพย์สินไปโดยไม่เป็นที่เสื่อมสิทธิของผู้คัดค้านไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าบุตรผู้ร้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาท จึงย่อมมีอำนาจที่จะขายทรัพย์สินนั้นได้ตามมาตรา 1336 และสิทธิเก็บกินของผู้คัดค้านในที่พิพาทเป็นทรัพย์สิทธิประเภทหนึ่ง ย่อมใช้ยันบุคคลภายนอกได้ทั่วไป บุคคลภายนอกผู้รับโอนหาอาจทำให้ผู้คัดค้านเสื่อมสิทธิที่มีอยู่ได้ไม่
ผู้คัดค้านฎีกาว่า เรือน 2 หลัง ถ้าผู้คัดค้านโอนยกให้แก่บุตรผู้ร้องไปด้วยจริงก็จะต้องระบุไว้ด้วยในเวลาโอนว่ายกที่ดินพร้อมด้วยเรือน 2 หลังนั้นด้วย เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านโอนที่พิพาทซึ่งมีเรือน 2 หลังนั้นปลูกอยู่ให้แก่บุตรผู้ร้องไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยมิได้ระบุแยกให้ชัดเจนว่าเรือน 2 หลังนั้นมิได้โอนยกให้ไปด้วยแล้ว ย่อมหมายความว่าผู้คัดค้านโอนยกให้ที่พิพาทไปพร้อมสิ่งปลูกสร้างคือเรือน 2 หลังนั้นด้วย เพราะเรือนเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท
ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า บุตรผู้ร้องมีที่ดินอีกแปลงหนึ่งซึ่งปลอดภาระและสิทธิใด ๆ เหนือที่ดินนั้น เหตุใดไม่ขาย ผู้ร้องกลับมาขอขายที่พิพาทซึ่งผู้คัดค้านมีสิทธิเก็บกินอยู่ แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องมีเจตนาไม่สุจริตนั้น เห็นว่า เจ้าของกรรมสิทธิ์จะขายที่ดินของตนแปลงใดก็ได้ ในเมื่อไม่ทำให้เสื่อมสิทธิแก่ผู้ทรงสิทธิเหนือที่ดินแปลงนั้น ๆ ถ้ามี การที่บุตรผู้ร้องจะขายที่พิพาทโดยมีภาระสิทธิเก็บกินของผู้คัดค้านติดไปด้วยนั้น ก็ย่อมกระทำได้ตามสิทธิของตนที่มีอยู่ ทั้งศาลล่างก็ได้ฟังข้อโต้แย้งและพยานหลักฐานในท้องสำนวนแล้ว เห็นสมควรให้ขายที่ดินพิพาทได้ ผู้ร้องจึงมิได้มีเจตนาไม่สุจริตแต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2783/2516
นายพุฒ สิงห์ศรี บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ผู้ร้อง
นางสาวพรรัชนี สิงห์ศรี กับพวกรวม 6 คน ผู้ร้อง
นายนิ่ง บุญชวลิต ผู้คัดค้าน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 5 , ม. 1336 , ม. 1417 , ม. 1546 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นายพุฒ สิงห์ศรี บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ผู้ร้อง นางสาวพรรัชนี สิงห์ศรี กับพวกรวม 6 คน ผู้ร้อง นายนิ่ง บุญชวลิต ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 5 , ม. 1336 , ม. 1417 , ม. 1546
องค์คณะ: (สวัสดิ์ ภู่งาม-ยงยุทธ เลอลภ-ล้วน นิลกำแหง)
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต