Vérifié ตรวจสอบแล้ว Code de procédure civileป.วิ.พ. Décision 5336/2551 คำพิพากษาที่ 5336/2551 2008 (BE 2551)

A claimant who does nothing within fifteen days can be struck out without a hearing คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5336/2551

Sections CPC : มาตรา ป.วิ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The creditor's answer was due on 17 October B.E. 2544 (2001) and the fifteen days ended on 1 November B.E. 2544; with no application by then, striking the claim out under section 198 paragraph 2 was lawful. A later order setting aside one irregular hearing did not restart the answer period. Affirmed, with excess fees refunded.

เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความตามมาตรา 198 วรรคสอง

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

An applicant who does nothing within fifteen days risks losing the case without a hearing.

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

A third party claimed that office equipment seized in execution was its own; the judgment creditor, served by posting, did not answer, and the claimant made no default application within fifteen days.

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The creditor's answer was due on 17 October B.E. 2544 (2001) and the fifteen days ended on 1 November B.E. 2544; with no application by then, striking the claim out under section 198 paragraph 2 was lawful. A later order setting aside one irregular hearing did not restart the answer period. Affirmed, with excess fees refunded.
เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความตามมาตรา 198 วรรคสอง

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 5336/2551. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5336/2551 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2544 เจ้าพนักงานศาลได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องขัดทรัพย์ให้โจทก์แก้คดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันรับหมาย ณ บ้านของโจทก์โดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาลโดยชอบแล้ว โจทก์ต้องยื่นคำให้การแก้คดีภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2544 แต่โจทก์มิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ดังกล่าวถือว่าโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 และผู้ร้องต้องมีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้โจทก์ยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด โดยนับตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2544 ครบกำหนดสิบห้าวันคือวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 วรรคสอง จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเครื่องไฟฟ้าและเครื่องใช้สำนักงาน โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่ได้ยื่นคำให้การและผู้ร้องไม่ได้ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 วรรคสอง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่โดยผู้ร้องฎีกาว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการไต่สวนคำร้องในวันที่ 10 ตุลาคม 2544 ที่ผิดระเบียบทั้งหมดและนัดไต่สวนคำร้องใหม่วันที่ 27 ธันวาคม 2544 เวลา 9 นาฬิกา ให้ผู้ร้องนำส่งหมายนัดให้โจทก์ จำเลยและเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดหมาย สำหรับหมายนัดที่ส่งให้โจทก์นั้น นอกจากส่งไปตามภูมิลำเนาที่เคยส่งเดิมแล้ว ให้ส่งไปยังภูมิลำเนาของโจทก์ที่บ้านเลขที่ 1/215 ซอยหมู่บ้านสุภาวรรณ ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ อีกแห่งหนึ่งด้วย การดำเนินกระบวนพิจารณาจึงต้องเริ่มต้นใหม่เพื่อให้โจทก์แก้คดีอีกครั้ง ซึ่งการส่งหมายนัดดังกล่าวปรากฏตามรายงานการเดินหมายของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2544 ว่า ได้ส่งหมายนัดให้โจทก์ ณ ภูมิลำเนาที่เคยส่งเดิมบ้านเลขที่ 12/25 หมู่ที่ 12 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 โดยวิธีปิดหมายซึ่งครบกำหนดยื่นคำให้การในวันที่ 12 ธันวาคม 2544 และปรากฏตามรายงานการเดินหมายของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2544 ว่าได้ส่งหมายนัดให้โจทก์ ณ บ้านเลขที่ 1/215 ซอยหมู่บ้านสุภาวรรณ ถนนเทพรักษ์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2544 โดยวิธีปิดหมาย ซึ่งครบกำหนดยื่นคำให้การในวันที่ 15 ธันวาคม 2544 ดังนี้ จะเห็นได้ว่าทั้งสองกรณีก็ยังอยู่ในระยะเวลาสิบห้าวันตามที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ร้องมีคำขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามรายงานการเดินหมายลงวันที่ 18 กันยายน 2544 ของศาลชั้นต้นได้ความว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2544 เจ้าพนักงานศาลได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องขัดทรัพย์ให้โจทก์แก้คดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันรับหมาย ณ บ้านเลขที่ 12/25 หมู่ที่ 12 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ของโจทก์โดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาลโดยชอบแล้ว โจทก์ต้องยื่นคำให้การแก้คดีภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2544 แต่โจทก์มิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ดังกล่าว ถือว่าโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 และผู้ร้องต้องมีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้โจทก์ยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลงเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด โดยนับตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2544 ครบกำหนดสิบห้าวันคือวันที่ 1 พฤศจิกายน 2544 เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องเสียจากสารบบความตามมาตรา 198 วรรคสอง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2544 จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว กรณีหาใช่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีโดยที่ยังอยู่ในระยะเวลาสิบห้าวันตามที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ร้องมีคำขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีไม่ เพราะที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการไต่สวนคำร้องในวันที่ 10 ตุลาคม 2544 ที่ผิดระเบียบทั้งหมดนั้นหมายความเฉพาะกระบวนพิจารณาที่ศาลได้ทำการไต่สวนคำร้องในวันดังกล่าวเท่านั้นจึงไม่กระทบถึงกระบวนพิจารณาที่ศาลได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนหน้านั้นแต่อย่างใด ส่วนที่ศาลชั้นต้นให้ส่งหมายนัดแก่โจทก์ทั้งสองแห่งนั้นก็เพื่อแจ้งวันนัดไต่สวนคำร้องใหม่ให้โจทก์ทราบนั่นเอง หาใช่กระบวนพิจารณาต้องเริ่มต้นใหม่โดยให้โจทก์ยื่นคำให้การแก้คดีใหม่อีกครั้งหนึ่งดังที่ผู้ร้องฎีกาไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง ผู้ร้องฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องใหม่ เป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเพียง 200 บาท แต่ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลมาในชั้นฎีกาทุนทรัพย์ 88,100 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินแก่ผู้ร้อง"
พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5336/2551
นางจันทร์เพ็ญ เชี่ยวชาญ โจทก์
บริษัทบี. พี. การ์เด้น จำกัด ผู้ร้อง
นายบุญเกิด บุญธรรมติระวุฒิ จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. ม. 197 , ม. 198 วรรคสอง แหล่งที่มา สำนักวิชาการ

คู่ความ: นางจันทร์เพ็ญ เชี่ยวชาญ โจทก์ บริษัทบี. พี. การ์เด้น จำกัด ผู้ร้อง นายบุญเกิด บุญธรรมติระวุฒิ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 197 , ม. 198 วรรคสอง

องค์คณะ: (วีระวัฒน์ ปวราจารย์-มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-บุญส่ง กุลบุปผา)

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous