Vérifié ตรวจสอบแล้ว Code pénalป.อ. Decision 7211/2568 คำพิพากษาที่ 7211/2568 2025 (BE 2568)

Settling a compoundable fraud case works only before the judgment is final คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7211/2568

Articles du Code pénal : มาตรา ป.อ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The trial judgment had become final, so a withdrawal of the complaint made afterwards had no legal effect and did not extinguish the right to prosecute; the lower courts were wrong to strike the case out and the three-month sentence was to be enforced.

ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ แต่ก็เป็นการถอนคำร้องทุกข์เมื่อคดีถึงที่สุดไปแล้วจึงไม่มีผลตามกฎหมาย

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

Settling a compoundable fraude case works only before the judgment becomes final.

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

After a guilty plea to fraud and a deferred sentence conditional on instalment repayments, the defendant defaulted, was sentenced, then paid and the victim withdrew the complaint.

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The trial judgment had become final, so a withdrawal of the complaint made afterwards had no legal effect and did not extinguish the right to prosecute; the lower courts were wrong to strike the case out and the three-month sentence was to be enforced.
ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ แต่ก็เป็นการถอนคำร้องทุกข์เมื่อคดีถึงที่สุดไปแล้วจึงไม่มีผลตามกฎหมาย

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The full judgment of Supreme Court Decision No. 7211/2568 is published in Thai: switch this page to Thai to read it. The facts and the holding in English are at the top of this page. Source: deka.in.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7211/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.in.th

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7211/2568
คำพิพากษาย่อยาว (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และให้จำเลยคืนเงินที่ยังไม่ได้คืน 200,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 แต่เมื่อพิเคราะห์คำแถลงของจำเลยและผู้เสียหายแล้วเห็นว่า จำเลยชำระค่าเสียหายแล้ว 50,000 บาท และประสงค์จะผ่อนชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความอีกเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท จนครบ 100,000 บาท ภายใน 20 เดือน เมื่อจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยได้ปรับปรุงตัวเป็นพลเมืองดีโดยรอการกำหนดโทษจำเลยไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ทั้งให้จำเลยผ่อนชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท จนครบจำนวนเงินตามที่แถลงต่อศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 200,000 บาท นั้น เมื่อจำเลยกับผู้เสียหายทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในส่วนแพ่งแล้วถือว่าผู้เสียหายไม่ติดใจตามคำขอส่วนแพ่งอีกต่อไป ให้ยกคำขอส่วนนี้
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้เสียหายยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษา จำเลยชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายเพียง 3 งวด คืองวดเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และเดือนกรกฎาคม 2565 เป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดโทษแก่จำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อมวันที่ 21 สิงหาคม 2566
วันที่ 21 สิงหาคม 2566 จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในคำพิพากษา จึงเพิกถอนเงื่อนไขการคุมประพฤติ และกำหนดการลงโทษที่ยังไม่ได้กำหนด โดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบและออกหมายจับจำเลย
วันที่ 13 ธันวาคม 2566 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยส่งศาลชั้นต้น และในวันดังกล่าวจำเลยและผู้เสียหายแถลงร่วมกันว่า จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย 80,000 บาท ผู้เสียหายจึงไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับจำเลยอีกต่อไป และแถลงขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อผู้เสียหายแถลงขอถอนคำร้องทุกข์และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จึงอนุญาตให้ถอนคำร้องทุกข์ และถือว่าสิทธิในการดำเนินคดีอาญามาฟ้องระงับไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 พิเคราะห์คำแถลงของจำเลยและผู้เสียหายแล้วเห็นว่า จำเลยชำระค่าเสียหายแล้ว 50,000 บาท และประสงค์จะผ่อนชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความอีกเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท จนครบ 100,000 บาท ภายใน 20 เดือน เมื่อจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยได้ปรับปรุงตัวเป็นพลเมืองดีโดยรอการกำหนดโทษจำเลยไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ทั้งให้จำเลยผ่อนชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท จนครบจำนวนเงินตามที่แถลงต่อศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เมื่อไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คดีจึงถึงที่สุดไปแล้ว แม้ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติจนศาลชั้นต้นเพิกถอนการคุมประพฤติและกำหนดโทษให้จำคุกจำเลย 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน และออกหมายจับจำเลย ซึ่งจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นในส่วนของการกำหนดโทษแก่จำเลยนี้ได้ หรืออุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษสถานเบากว่านี้ หรือรอการลงโทษได้ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดโทษให้น้อยลงอีกหรือพิจารณาลงโทษจำคุกจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. 2559 มาตรา 34 แต่เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์คำสั่ง จนต่อมาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยมาส่งศาลชั้นต้น จำเลยและผู้เสียหายแถลงร่วมกันว่าจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย 80,000 บาท ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ แต่ก็เป็นการถอนคำร้องทุกข์เมื่อคดีถึงที่สุดไปแล้วจึงไม่มีผลตามกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่า คดีกลับมาอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น อนุญาตให้ถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับว่า ไม่จำหน่ายคดีจากสารบบความ กับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 เดือน

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous