Land bought by a Thai spouse is not caught by the foreign ownership bar คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2538
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
The plaintiff was Thai, so article 86 did not apply and the sale was not void; as principal she could recover the land from her agent. Lower courts affirmed.
โจทก์เป็นคนไทยจึงไม่อยู่ในบังคับมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินสัญญาซื้อขายที่ดินไม่เป็นโมฆะ
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
Land bought by a Thai spouse is not caught by section 86 merely because the spouse lives with a foreigner.
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
A Thai woman bought land in a relative's name; the prête-nom argued that her foreign former husband, with whom she still lived, made the purchase unlawful.
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The plaintiff was Thai, so section 86 did not apply and the sale was not void; as principal she could recover the land from her agent. Lower courts affirmed.
โจทก์เป็นคนไทยจึงไม่อยู่ในบังคับมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินสัญญาซื้อขายที่ดินไม่เป็นโมฆะ
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
The full judgment of Supreme Court Decision No. 128/2538 is published in Thai: switch this page to Thai to read it. The facts and the holding in English are at the top of this page. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2538 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 7147 และเลขที่2125 แล้วให้ลงชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดไว้แทนโดยตกลงกันว่าเมื่อใดโจทก์ประสงค์จะทำนิติกรรมเปลี่ยนแปลงในโฉนดดังกล่าว จำเลยก็จะจัดการให้ตามที่โจทก์ประสงค์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2531 โจทก์ตกลงขายที่ดินทั้ง 2 แปลงให้ผู้มีชื่อและได้แจ้งให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนโอนให้ผู้มีชื่อแต่จำเลยเพิกเฉยและอ้างว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินทั้ง 2 แปลงเองโจทก์จึงไม่ประสงค์ให้จำเลยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแทนโจทก์อีกต่อไป ขอบังคับให้จำเลยจัดการถอนชื่อจำเลยออกและใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 2 แปลง ดังกล่าวหากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน
จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลงจำเลยได้ยอมให้โจทก์เก็บผลประโยชน์ในที่ดินพิพาทเพื่อเป็นการอุปการะแก่โจทก์แต่โจทก์กลับนำที่ดินไปขานให้แก่ผู้มีชื่อเมื่อจำเลยไม่ยินยอมโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 840/2531 ของศาลชั้นต้นซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องไปแล้วฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว และเป็นฟ้องเคลือบคลุมขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 14598 และเลขที่ 14596 ให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามที่จำเลยฎีกาประการแรกว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทแล้วให้จำเลยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแทน ต่อมาโจทก์ตกลงขายที่ดินพิพาทให้ผู้มีชื่อและได้แจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนให้ผู้มีชื่อ แต่จำเลยเพิกเฉยและอ้างว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท โจทก์จึงไม่ประสงค์ให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนโจทก์ต่อไป ขอบังคับให้จำเลยถอนชื่อจำเลยออกและใส่ชื่อโจทก์ เป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นเป็นฟ้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ ไม่เคลือบคลุม
ฎีกาของจำเลยประการต่อมาที่ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 840/2531 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่าคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า รูปเรื่องที่โจทก์ตั้งรูปคดีมาโจทก์ควรจะฟ้องเรียกให้จำเลยส่งมอบทรัพย์คืนให้โจทก์หรือเปลี่ยนแปลงเพิกถอนการจดทะเบียนที่ดินในกรณีเช่นที่โจทก์ฟ้องนี้ไม่มีบทกฎหมายใดให้สิทธิโจทก์ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยขายที่ดินได้ คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จึงไม่มีข้อที่ศาลจะพิจารณาพิพากษาได้แม้คดีนี้กับคดีก่อนคู่ความจะเป็นคู่ความเดียวกัน แต่คดีก่อนศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อพิพาทที่เป็นเนื้อหาแห่งคดีว่า จำเลยเป็นตัวแทนโจทก์หรือไม่ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยลงชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน ที่จำเลยฎีกาว่า สามีโจทก์เป็นคนต่างด้าวขณะซื้อที่ดินพิพาทแม้จะหย่ากับสามีแล้วก็ยังอยู่ด้วยกันโจทก์ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยนั้นเห็นว่า โจทก์เป็นคนไทยจึงไม่อยู่ในบังคับมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินสัญญาซื้อขายที่ดินไม่เป็นโมฆะตามที่จำเลยฎีกา
คดีนี้เป็นเรื่องระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นตัวการกับจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน แม้การตั้งจำเลยเป็นตัวแทนไปทำการซื้อที่ดินพิพาทแทนโจทก์จะมิได้ทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือจำเลยก็จะอ้างมาตรา 798 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ได้ เพราะบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงกิจการใดที่ตัวแทนจะไปทำกับบุคคลภายนอกแทนตัวการ กฎหมายบังคับไว้ว่าต้องทำเป็นหนังสือ หรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนไปทำกิจการนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วยมิฉะนั้นกิจการที่ตัวแทนกระทำไปกับบุคคลภายนอกจะไม่สมบูรณ์แต่ในระหว่างตัวแทนกับตัวการด้วยกัน ตัวแทนจะอ้างมาตรา 798 มาใช้บังคับไม่ได้
เมื่อที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่จำเลยลงชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในฐานะตัวแทน โจทก์ซึ่งเป็นตัวการเรียกร้องเอาคืนจำเลยมีหน้าที่ต้องคืนแก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2538
นาง สอ ภาณุดุลกิตติ โจทก์
นาย เวียงชัย ภาณุดุลกิตติ จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 798 , ม. 810 ป.วิ.พ. ม. 148 , ม. 172 วรรคสอง ป.ที่ดิน ม. 86 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นาง สอ ภาณุดุลกิตติ โจทก์ นาย เวียงชัย ภาณุดุลกิตติ จำเลย ป.พ.พ. ม. 798 , ม. 810 ป.วิ.พ. ม. 148 , ม. 172 วรรคสอง ป.ที่ดิน ม. 86
องค์คณะ: (เสริม บุญทรงสันติกุล-อุระ หวังอ้อมกลาง-ปราโมทย์ ชพานนท์)
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต