Vérifié ตรวจสอบแล้ว Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 4043/2534 คำพิพากษาที่ 4043/2534 1991 (B.E. 2534)

A handwritten note stating who gets the property after death can be a valid will คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2534

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

The note was a testament under sections 1646 and 1647, not a mere record of feelings, and because she wrote it wholly by hand it was valid under section 1657 without witnesses.

จึงเข้าลักษณะพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646, 1647 แล้วไม่ใช่เป็นบันทึกบรรยายความคิด ความรู้สึกในใจเท่านั้น

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

Informal wording can still be a will if it disposes of property on death and meets section 1657.

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

The deceased left a handwritten note saying that if she died her property should go to a named young relative and expressly excluding her mother and half siblings, ending with a statement that she was of sound mind, and signed it.

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The note was a will under sections 1646 and 1647, not a mere record of feelings, and because she wrote it wholly by hand it was valid under section 1657 without witnesses.
จึงเข้าลักษณะพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646, 1647 แล้วไม่ใช่เป็นบันทึกบรรยายความคิด ความรู้สึกในใจเท่านั้น

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4043/2534. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2534 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ผู้ตายเป็นผู้เขียนพินัยกรรมด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับพินัยกรรมจึงสมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1657 โดยหาจำต้องมีพยานพินัยกรรมไม่ ข้อความในบันทึกของผู้ตายมีว่า "ถ้าหากช่วงต่อไปฉันมีอันที่จะต้องตายจากไป ฉันมีทรัพย์สินทั้งหมดที่เห็น ๆ อยู่นี้ ฯลฯในใจจริงนั้นคิดจะยกให้กับต่าย ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวของน้าสาวคนเล็กซึ่งฉันเห็นว่าเขาเป็นผู้มีสติปัญญาที่ดี ฉันเพียงแต่คิดว่าฉันจะควรที่ฉันจะยกข้าวของซึ่งเป็นของฉันให้ต่าย ฯลฯ ส่วนข้าวของอย่างอื่นก็แล้วแต่บรรดาญาติจะเห็นสมควรจะให้อะไรแก่เด็กเหล่า บ้างฯลฯ (ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ ขอยกเว้นไม่มีการแบ่งให้กับแม่และลูก ๆของแม่ทุกคนโดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น) ในข้อความทั้งหมดที่เขียนมานี้ ฉันมีสติดีทุกประการ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากฉันเองก็ขอให้ถือว่านี้คือการสั่งเสีย ฯลฯ แล้วลงชื่อ น.ส.ยุพินฉัตรพงศ์เจริญ(พิน)" ซึ่งตามบันทึกดังกล่าวมีข้อความว่าเมื่อผู้เขียนตายไปทรัพย์สินของตนให้แก่ใครบ้าง มีใครบ้างที่ไม่ยอมให้และลงท้ายด้วยว่ามีสติดี จึงเข้าลักษณะพินัยกรรมตามมาตรา 1646,1647 แล้ว หาใช่บันทึกบรรยายความคิดความรู้สึกในใจเท่านั้นไม่ ผู้คัดค้านฎีกาในข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีเพราะไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยให้.
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรผู้เยาว์ของนางเสาวรีย์และเป็นทายาทผู้รับพินัยกรรมของนางสาวยุพินผู้ตาย ผู้ตายมีทายาทคือมารดาและพี่น้องร่วมมารดาของผู้ตายซึ่งถูกตัดออกจากกองมรดกตามพินัยกรรมดังกล่าวแล้ว กับน้าคือนางเสาวรีย์มารดาผู้ร้องผู้ตายมีทรัพย์มรดกแต่มีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมมิได้เป็นบุคคลผู้ต้องห้ามตามกฎหมายมิให้เป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ตั้งผู้ร้อง (ที่ถูกควรเป็นมารดาผู้ร้อง) เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นมารดาและเป็นทายาทโดยธรรมเพียงผู้เดียวของผู้ตาย จึงเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวของผู้ตาย ผู้ร้องไม่ได้เป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกจึงไม่มีสิทธิรับทรัพย์มรดก ผู้ร้องมิได้มีส่วนได้เสีย ไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก บันทึกของผู้ตายที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นพินัยกรรม ผู้ร้องทำปลอมขึ้น ข้อความที่เขียนและลายมือชื่อไม่ใช่ของผู้ตาย ข้อความในบันทึกทั้งหมดไม่ปรากฏข้อความตอนใดระบุว่าเป็นพินัยกรรมที่ได้ทำไว้เผื่อตายในเรื่องทรัพย์มรดกให้ผู้ใด จึงไม่มีผลบังคับใด ๆ ตามกฎหมาย ขอให้ยกคำร้องและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางเสาวรีย์ จิตรแสวงทรัพย์ เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่านางสาวยุพินผู้ตายเป็นผู้เขียนพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.2 ด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับ ดังนั้น พินัยกรรมจึงสมบูรณ์โดยหาจำต้องมีพยานรับรองพินัยกรรมไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657ที่ผู้คัดค้านฎีกาในประเด็นข้อแรกว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความว่าผู้ตายมิได้ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย ร.2 ต่อหน้าพยานสองคนพร้อมกัน และพยานสองคนนั้นมิได้ลงลายมือชื่อไว้พร้อมกันในขณะนั้น เอกสารหมาย ร.2 จึงเป็นพินัยกรรมที่ทำขึ้นขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705 เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นในระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ซึ่งมีบันทึกอยู่ในท้องสำนวนของศาลชั้นต้นอย่างชัดเจน จึงถือได้ว่าเป็นข้อที่ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และการทำพินัยกรรมผิดแบบเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ผู้คัดค้านนั้น เห็นว่าเป็นฎีกาในข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีเพราะไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยส่วนที่ฎีกาว่า บันทึกตามเอกสารหมาย ร.2 เป็นเรื่องที่ผู้ตายบรรยายความคิดความรู้สึกไว้จึงไม่เป็นพินัยกรรมนั้น เอกสารหมาย ร.2 มีข้อความว่า "ฯลฯ ถ้าหากช่วงต่อไปฉันมีอันที่จะต้องตายจากไป ฯลฯ ฉันมีทรัพย์สินทั้งหมดที่เห็น ๆ อยู่นี้รวมทั้งเงินสดในธนาคาร ที่ดินพร้อมบ้านที่ดอนเมืองพัฒนา ในใจจริงนั้นคิดจะยก ให้กับต่ายหรืออรวรรณ จิตรแสวงทรัพย์ ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวของน้าสาวคนเล็กซึ่งฉันเห็นว่าเขาเป็นผู้มีสติปัญญาที่ดี ฉันเพียงแต่คิดว่าฉันจะควรที่ฉันจะยกข้าวของซึ่งเป็นสมบัติของฉันให้ต่าย ก็ขอเพียงว่าให้ต่ายช่วยจัดการให้ที่พักอาศัยแก่เด็ก ฯลฯ ส่วนข้าวของอย่างอื่นก็แล้วแต่บรรดาญาติจะเห็นสมควรจะให้อะไรแก่เด็กเหล่านั้นบ้าง ฯลฯ(ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ขอยกเว้นไม่มีการแบ่งให้กับแม่และลูก ๆ ของแม่ทุกคนโดยเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น) ส่วนเงินในธนาคารมีสมุดด้วยในหลายเล่ม บางเล่มจะเขียนหน้าปกว่า ลพ-ตุ่ม-หรือนกนั่นก็คือของเด็ดเหล่านั้น ช่วยจัดการโอนให้ ฯลฯ ในข้อความทั้งหมดที่เขียนมานี้ ฉันมีสติดีทุกประการ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากฉันเองก็ขอให้ถือว่า นี่คือการสั่งเสีย ฯลฯ แล้วลงชื่อ น.ส.ยุพินฉัตรพงศ์เจริญ (พิน)" ตรงข้อความในเอกสารหมาย ร.2 นี้ มีข้อความว่า เมื่อผู้เขียนตายไปทรัพย์สินของตนให้แก่ใครบ้าง มีใครบ้างที่ไม่ยอมให้ และลงท้ายด้วยว่ามีสติดี จึงเข้าลักษณะพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646, 1647 แล้วไม่ใช่เป็นบันทึกบรรยายความคิด ความรู้สึกในใจเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2534
นางสาว อรวรรณ จิตร แสวง ทรัพย์ โดย ผู้ร้อง
นางสาว เสา วรีย์ จิตร แสวง ทรัพย์ มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง
นาง พิมไล้ หรือ กิมไล้ แซ่ ตัน ผู้คัดค้าน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1646 , ม. 1647 , ม. 1656 , ม. 1657 ป.วิ.พ. ม. 249 วรรคแรก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: นางสาว อรวรรณ จิตร แสวง ทรัพย์ โดย ผู้ร้อง นางสาว เสา วรีย์ จิตร แสวง ทรัพย์ มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง นาง พิมไล้ หรือ กิมไล้ แซ่ ตัน ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1646 , ม. 1647 , ม. 1656 , ม. 1657

องค์คณะ: (ไมตรี กลั่นนุรักษ์-จรัส อุดมวรชาติ-อุไร คังคะเกตุ)

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous