A defendant's business address can be a second domicile for choosing the court คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
The second defendant kept her Nonthaburi domicile under CCC section 41, but as an authorised director of a company based in Samut Sakhon she also had a domicile there under section 37, so she had several domiciles; because she was domiciled in the court's district and both defendants were sued as jointly liable, the plaint against both could be filed there under sections 4(1) and 5. The refusal was reversed and the court ordered to accept the plaint.
จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาหลายแห่ง โจทก์จึงสามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
A defendant's place of business can be a domicile for venue purposes, and one co-defendant's domicile can bring the others to the same court.
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
A creditor sued two defendants jointly in Samut Sakhon; the lower courts refused the plaint because one defendant lived in Bangkok and the other had moved out of a house in Nonthaburi without registering a new address.
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The second defendant kept her Nonthaburi domicile under CCC section 41, but as an authorised director of a company based in Samut Sakhon she also had a domicile there under section 37, so she had several domiciles; because she was domiciled in the court's district and both defendants were sued as jointly liable, the plaint against both could be filed there under sections 4(1) and 5. The refusal was reversed and the court ordered to accept the plaint.
จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาหลายแห่ง โจทก์จึงสามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 527/2561. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 1,075,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ทั้งมูลคดีก็ไม่ปรากฏว่าเกิดที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) จึงไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาล
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ชอบที่จะเสนอคำฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นได้นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 41 ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทธนกร ไทยฟู้ด จำกัด ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น ที่ทำการบริษัทดังกล่าวจึงเป็นสำนักทำการงานที่สำคัญอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37 อีกทั้งยังปรากฏตามบันทึกการส่งหมายให้จำเลยที่ 2 ไปยังที่ทำการบริษัทดังกล่าวส่งได้โดยวิธีปิดหมาย เนื่องจากคนในบ้านแจ้งว่า จำเลยที่ 2 ออกไปธุระไม่ทราบว่าจะกลับเวลาใด ตามบันทึกการส่งหมายลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาหลายแห่ง โจทก์จึงสามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2560 ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้มีภูมิลำเนาและมูลคดีไม่ได้เกิดในเขตอำนาจศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์และขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ยังศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561
นางสาวศรีวิไล ฉัตรจุฑามาศ โจทก์
นางธัญญรัตน์ หว่างพันธ์ กับพวก จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 37 , ม. 41 ป.วิ.พ. ม. 4 (1) , ม. 5 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: นางสาวศรีวิไล ฉัตรจุฑามาศ โจทก์ นางธัญญรัตน์ หว่างพันธ์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 37 , ม. 41 ป.วิ.พ. ม. 4 (1) , ม. 5
ศาล: ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมศักดิ์ ฎาราณุท ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสถาพร วงศ์ตระกูลรักษา
องค์คณะ: (น้ำเพชร ปานะถึก-วาสนา หงส์เจริญ-อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ)
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต