Unregistered adverse possession cannot defeat a good faith mortgagee who registered คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5570/2533
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Ownership by prescription acquisitive is acquisition otherwise than by juristic act; being unregistered, it could not be set up against the mortgagee, which had acquired its right for value and registered in good faith, and the siblings proved no bad faith, so they could not have the property released from seizure.
ทั้งต้องห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
Family members who rely on a prête-nom's name on the title, and even on long possession, lose to a lender who registers in good faith.
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
Alien parents bought a chanote plot with a shophouse for their ten children and had it registered in one daughter's name; two siblings who had occupied it for over 15 years claimed it by adverse possession when the daughter's mortgagee seized it to enforce a judgment.
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Ownership by adverse possession is acquisition otherwise than by juristic act; being unregistered, it could not be set up against the mortgagee, which had acquired its right for value and registered in good faith, and the siblings proved no bad faith, so they could not have the property released from seizure.
ทั้งต้องห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 5570/2533. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5570/2533 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม ต่อมาจำเลยไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์ขอให้บังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดีนำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3286 และตึกแถวที่ปลูกสร้างบนที่ดิน โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่จำนองโจทก์ไว้เพื่อขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพร้อมตึกแถวดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่บิดามารดาของจำเลยและผู้ร้องซึ่งเป็นคนต่างด้าวเป็นผู้ซื้อให้กับบุตร 10 คน แต่ได้ให้จำเลยลงชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทนผู้ร้องและพี่น้องทั้งหมด จำเลยกับผู้ร้องอยู่ในที่ดินและตึกแถวดังกล่าวชั่วระยะหนึ่ง แล้วจำเลยได้แยกครอบครัวไปประกอบกิจการของตนเอง ไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินและตึกแถวอีกเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว คงมีแต่ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินและตึกแถวดังกล่าวตลอดมาโดยจำเลยและพี่น้องคนอื่นต่างได้รับทรัพย์สินอื่นจากการยกให้ของมารดาไปแล้ว มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินและตึกแถวอีกเลย ผู้ร้องครอบครองที่ดินและตึกแถวมาโดยสงบเปิดเผย โดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า 10 ปี จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวดังกล่าวโดยการครอบครองปรปักษ์จำเลยไม่มีสิทธิและอำนาจนำที่ดินและตึกแถวพิพาทไปจดทะเบียนจำนองกับโจทก์ ขอให้มีคำสั่งปล่อยที่ดินและตึกแถวที่โจทก์นำยึด
โจทก์ให้การว่า ที่ดินและตึกแถวที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยมิใช่เป็นของผู้ร้อง ที่ผู้ร้องอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ ก็เป็นการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองที่ยังไม่จดทะเบียน ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิที่จะยกขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้รับจำนองซึ่งได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริต และได้จดทะเบียนแล้วได้ ผู้ร้องไม่เคยครอบครองที่ดินและตึกแถว ขอให้ยกคำร้อง
จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 3286 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสองว่าบิดามารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวตั้งใจจะซื้อที่พิพาทให้แก่บุตรทุกคนซึ่งมีอยู่ 10 คน แต่ขณะที่ซื้อมาบุตรบางคนเป็นคนต่างด้าวบ้างกำลังศึกษาอยู่บ้าง บางคนยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงได้ใส่ชื่อจำเลยในโฉนดที่ดินแทนจำเลยอยู่ในที่พิพาทชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วแยกไปประกอบกิจการสถานที่แห่งอื่น จึงมีแต่ผู้ร้องทั้งสองที่ครอบครองที่พิพาทมาโดยสงบ โดยเปิดเผย และโดยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ และปรากฏจากทางนำสืบของผู้ร้องทั้งสองว่ายังมิได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งสิทธิดังกล่าว ส่วนโจทก์นำสืบว่าได้รับจำนองที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว เห็นว่า การได้ที่ดินและตึกแถวพิพาทมาโดยการครอบครองปรปักษ์นั้น เป็นการได้มาซึ่งสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมเมื่อผู้ร้องทั้งสองมิได้จดทะเบียนสิทธิของตนไว้ จึงไม่อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ทั้งต้องห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 วรรคสอง ส่วนปัญหาว่าโจทก์รับจำนองไว้โดยสุจริตหรือไม่นั้น ผู้ร้องทั้งสองก็นำสืบไม่ได้ว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริตอย่างไร คงมีแต่ผู้ร้องที่ 1 เพียงคนเดียวเบิกความลอย ๆว่า ทราบจากผู้ร้องที่ 2 ว่า โจทก์ฉ้อฉลเท่านั้น จึงฟังได้ว่าโจทก์รับจำนองที่ดินพิพาทโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น แม้จะฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวที่โจทก์นำยึดโดยการครอบครองปรปักษ์ตามคำร้องผู้ร้องทั้งสองก็ไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5570/2533
มูลนิธิ มหามกุฏราช วิทยาลัย ใน พระ บรมราชูปถัมภ์ โจทก์
นางสาว วัชรินทร์ กิตติรัชตสุนทร กับพวก ผู้ร้อง
นางสาว ดุษฎี กิตติรัชตสุนทร จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 702 , ม. 1299 วรรคสอง , ม. 1382 ป.วิ.พ. ม. 288 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คู่ความ: มูลนิธิ มหามกุฏราช วิทยาลัย ใน พระ บรมราชูปถัมภ์ โจทก์ นางสาว วัชรินทร์ กิตติรัชตสุนทร กับพวก ผู้ร้อง นางสาว ดุษฎี กิตติรัชตสุนทร จำเลย ป.พ.พ. ม. 702 , ม. 1299 วรรคสอง , ม. 1382 ป.วิ.พ. ม. 288
องค์คณะ: (ชุม สุกแสงเปล่ง-เสริมพงศ์ วรยิ่งยง-มนู วงศ์แสงจันทร์)
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต