Vérifié ตรวจสอบแล้ว Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 8189/2551 คำพิพากษาที่ 8189/2551 2008 (BE 2551)

A public will can be made outside the district office by an acting district official คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8189/2551

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Only the district chief, or an official acting for him, may make a public testament, and it may be made outside the office on request (sections 1658 and 1659); the officer's questioning and the testator's confirmation before two witnesses satisfied section 1658 (1), and the will was valid.

ผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องเป็นกรมการอำเภออันหมายถึงนายอำเภอเท่านั้น และสามารถทำนอกที่ว่าการอำเภอได้ เมื่อมีการร้องขอ

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

It allows a public will at a hospital bedside and explains whose authority is needed.

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

At the beneficiary's request a deputy district officer acting for the district chief of Mueang Khon Kaen made a public will for the deceased in hospital, the text having been typed at the district office from what the beneficiary told him.

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Only the district chief, or an official acting for him, may make a public will, and it may be made outside the office on request (sections 1658 and 1659); the officer's questioning and the testator's confirmation before two witnesses satisfied section 1658 (1), and the will was valid.
ผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องเป็นกรมการอำเภออันหมายถึงนายอำเภอเท่านั้น และสามารถทำนอกที่ว่าการอำเภอได้ เมื่อมีการร้องขอ

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 8189/2551. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8189/2551 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องเป็นกรมการอำเภออันหมายถึงนายอำเภอเท่านั้น และสามารถทำนอกที่ว่าการอำเภอได้ เมื่อมีการร้องขอ ดังนั้น การที่ผู้ร้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองขอนแก่นขอให้ไปทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองให้แก่ผู้ตายที่โรงพยาบาล และแม้ ป. ซึ่งเป็นเพียงปลัดอำเภอเมืองขอนแก่นเป็นผู้จัดทำพินัยกรรม แต่ขณะทำพินัยกรรม ป. รักษาราชการแทนนายอำเภอ การที่ ป. ไปทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองให้แก่ผู้ตายที่โรงพยาบาลจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย และแม้ผู้ร้องจะเป็นผู้แจ้งความประสงค์ให้ ป. ทราบว่าผู้ตายมีเจตนาทำพินัยกรรมอย่างไร จนเป็นเหตุให้ ป. สามารถให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ข้อความต่างๆ ในพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองขอนแก่นจนเสร็จเรียบร้อยก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลก็เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องหอบหิ้วเครื่องพิมพ์ดีด และกระดาษไปพิมพ์ที่โรงพยาบาลเท่านั้น ยังไม่ใช่เป็นการแจ้งข้อความที่ประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรม และเมื่อไปถึงโรงพยาบาล ป. สอบถามผู้ตายว่าประสงค์จะทำพินัยกรรมตามที่ผู้ร้องบอกกล่าวในเบื้องต้นหรือไม่ ผู้ตายก็ยืนยันต่อหน้าพยานสองคนว่าเป็นความประสงค์ของผู้ตายจริง การสอบถามของ ป. และการยืนยันของผู้ตายดังกล่าวจึงเป็นความหมายเป็นการแจ้งข้อความที่ประสงค์ให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของผู้ทำพินัยกรรมแก่นายอำเภอต่อหน้าพยานสองคนตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1658 (1) หลังจากนั้น ป. อ่านข้อความให้ผู้ตายและพยานฟัง ผู้ตายเห็นว่าถูกต้องก็ลงชื่อในพินัยกรรมโดยมีพยานสองคนลงลายมือชื่อ ป. ลงชื่อรับรองว่าพินัยกรรมทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ พินัยกรรมดังกล่าวจึงสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอ ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางวิมลลักษณ์ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายไกรเพชรผู้ตาย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านให้เป็นพับ
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า เมื่อพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.3 หรือ ร.10 ไม่เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองแล้วจะสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมแบบอื่นได้หรือไม่ เห็นว่า ก่อนที่จะวินิจฉัยปัญหานี้ เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาว่า พินัยกรรมเอกสารหมาย ร.3 หรือ ร.10 เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือไม่ แม้ปัญหานี้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกา แต่แบบของพินัยกรรมตามที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ปัญหานี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 และมาตรา 1659 บัญญัติว่า ผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องเป็นกรมการอำเภออันหมายถึงนายอำเภอเท่านั้น และสามารถทำนอกที่ว่าการอำเภอได้ เมื่อมีการร้องขอ ดังนั้น การที่ผู้ร้องไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองขอนแก่นขอให้ไปทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองให้แก่ผู้ตายที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และนายประเสริฐซึ่งแม้จะเป็นเพียงปลัดอำเภอเมืองขอนแก่น แต่ผู้ร้องก็มีนายประเสริฐเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า ขณะทำพินัยกรรมดังกล่าวนายประเสริฐรักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองขอนแก่น ความข้อนี้ผู้คัดค้านก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น พยานหลักฐานผู้ร้องจึงรับฟังได้ว่า นายประเสริฐทำพินัยกรรมดังกล่าวขณะรักษาราชการแทนนายอำเภอ การที่นายประเสริฐไปทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองให้แก่ผู้ตายที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย และแม้ว่าผู้ร้องจะเป็นผู้แจ้งความประสงค์ให้นายประเสริฐทราบว่าผู้ตายมีเจตนาทำพินัยกรรมอย่างไร จนเป็นเหตุให้นายประเสริฐสามารถให้นางเพ็ญศรีพิมพ์ข้อความต่างๆ ในพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองขอนแก่นจนเสร็จเรียบร้อยก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลศรีนครินทร์ก็เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ ไม่ต้องหอบหิ้วเครื่องพิมพ์ดีด และกระดาษไปพิมพ์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์เท่านั้น ยังไม่ใช่เป็นการแจ้งข้อความที่ประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรม และผู้ร้องมีนายประเสริฐ นางเพ็ญศรี และนายสุริยาเป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า เมื่อไปถึงโรงพยาบาล นายประเสริฐสอบถามผู้ตายว่าประสงค์จะทำพินัยกรรมตามที่ผู้ร้องบอกกล่าวในเบื้องต้นหรือไม่ ผู้ตายก็ยืนยันว่าเป็นความประสงค์ของผู้ตายจริง ความข้อนี้ผู้คัดค้านก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ประกอบกับพยานผู้ร้องทั้งสามก็เป็นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ ไม่ปรากฏว่ามีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด คำเบิกความของพยานผู้ร้องทั้งสามจึงมีน้ำหนักรับฟังได้ ศาลฎีกาเห็นว่า การสอบถามของนายประเสริฐ และการยืนยันของผู้ตายดังกล่าวจึงมีความหมายเป็นการแจ้งข้อความที่ประสงค์ให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของผู้ทำพินัยกรรมแก่นายอำเภอต่อหน้าพยานสองคน คือนางเพ็ญศรีและนายสุริยาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 (1) หลังจากนั้นนายประเสริฐอ่านข้อความให้ผู้ตายและพยานคือ นางเพ็ญศรีและนายสุริยาฟัง ผู้ตายเห็นว่าถูกต้องก็ลงชื่อในพินัยกรรมโดยมีนางเพ็ญศรีและนายสุริยาลงชื่อเป็นพยาน และนายประเสริฐลงชื่อรับรองว่าพินัยกรรมทำถูกต้องตามกฎหมาย แล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ พินัยกรรมตามเอกสารหมาย ร. 10 จึงสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาลฎีกาก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นที่ผู้คัดค้านฎีกาดังกล่าวอีกต่อไป ส่วนประเด็นที่ผู้คัดค้านฎีกาต่อมาว่า ทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดเป็นประเด็นพิพาทในคดีนี้หรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้มีประเด็นแต่เพียงว่าผู้ใดเหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดก ไม่มีประเด็นว่าทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด และที่ศาลมีคำสั่งตั้งฝ่ายใดเป็นผู้จัดการมรดกก็ไม่ได้ทำให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ระบุในพินัยกรรมเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ประเด็นดังกล่าวจึงไม่ใช่ประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้ และพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ร.10 ระบุให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ศาลก็ต้องตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8189/2551
นางวิมลลักษณ์ ไกรวงษ์ ผู้ร้อง
นางบุญเลิศ ไกรวงษ์ ผู้คัดค้าน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1658 , ม. 1659 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: นางวิมลลักษณ์ ไกรวงษ์ ผู้ร้อง นางบุญเลิศ ไกรวงษ์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1658 , ม. 1659

ศาล: ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสมยศ ไขประพาย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล

องค์คณะ: (ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร)

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous