An unregistered partner can be appointed co-administrator of the estate คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9189/2547
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Property acquired while they lived together as husband and wife was jointly earned, so the partner was an interested person entitled to apply under section 1713 paragraph one; an interested person need not be a statutory heir. As she alone knew the deceased's assets and debts, her appointment as co-administrator was upheld.
โดยคำว่า "ผู้มีส่วนได้เสีย" ในบทบัญญัตินี้หาจำต้องเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิหรือมีส่วนรับมรดกด้วยไม่
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
An unregistered partner, Thai or foreign, can ask to be appointed administrator because of her or his own share in jointly acquired property.
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
The mother of a man who died without a testament applied to have his brother appointed administrator; the deceased's partner, who had held a wedding with him but never registered the marriage, asked to be appointed co-administrator.
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Property acquired while they lived together as husband and wife was jointly earned, so the partner was an interested person entitled to apply under section 1713 paragraph one; an interested person need not be a statutory heir. As she alone knew the deceased's assets and debts, her appointment as co-administrator was upheld.
โดยคำว่า "ผู้มีส่วนได้เสีย" ในบทบัญญัตินี้หาจำต้องเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิหรือมีส่วนรับมรดกด้วยไม่
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 9189/2547. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9189/2547 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายพิชัย สุริยาอัมพร เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2541 นายพิชัยถึงแก่กรรมด้วยสาเหตุขาดอากาศหายใจ ก่อนถึงแก่กรรมผู้ตายมีทรัพย์สินเป็นเงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขานครปฐม บัญชีเลขที่ 519-1-10622-2 ผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ผู้ตายมีภริยาชื่อนางสุปราณี สนิทม่วง โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและไม่มีบุตรด้วยกัน ผู้ร้องเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ประสงค์จะให้นายนิพนธ์ สุริยาอัมพร เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง นายนิพนธ์มิได้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายนิพนธ์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นภริยาของนายพิชัย สุริยาอัมพร ผู้ตาย โดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน ผู้คัดค้านและผู้ตายมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในเงินรับไหว้เงินช่วยการสมรส เงินสินสอด และเงินที่บิดามารดาผู้ตายยกให้แก่ผู้คัดค้านและผู้ตายผู้คัดค้านมิได้เป็นบุคคลห้ามตามกฎหมายในการเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วม
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งตั้งนายนิพนธ์ สุริยาอัมพร และผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายพิชัย สุริยาอัมพร ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1711 ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย
ผู้ร้องและผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน และให้ยกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ตามที่คู่ความมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าผู้ร้องเป็นมารดาของนายพิชัย สุริยาอัมพร ผู้ตาย นายนิพนธ์ สุริยาอัมพร เป็นพี่ชายร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ตาย ผู้คัดค้านเป็นภริยาของผู้ตาย โดยมิได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีบุตรด้วยกัน ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2541 โดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ผู้ตายมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขานครปฐม และมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากร่วมกับผู้คัดค้านที่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครปฐม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ และสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับนายนิพนธ์ สุริยาอัมพร หรือไม่ ในปัญหาแรกเห็นว่าผู้คัดค้านและผู้ตายได้ทำพิธีจัดงานสมรสเป็นที่รู้กันในหมู่ญาติทั้งสองฝ่ายและบุคคลทั่วไป จากนั้นผู้ตายได้แยกจากครอบครัวมาอยู่กินฉันสามีภริยาตามลำพังกับผู้คัดค้านที่บ้านบนที่ดินราชพัสดุที่ผู้ร้องโอนให้ โดยผู้ร้องได้ยกให้ผู้ตายกับผู้คัดค้านอยู่ร่วมกัน ผู้ตายและผู้คัดค้านต่างมีอาชีพของตนเป็นกิจจะลักษณะ ได้อยู่กินร่วมกันตลอดมาจนผู้ตายถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างเป็นสามีภริยากันย่อมถือว่าเป็นทรัพย์สินทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียอยู่ในทรัพย์ของผู้ตาย และชอบที่จะร้องขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง โดยคำว่า "ผู้มีส่วนได้เสีย" ในบทบัญญัตินี้หาจำต้องเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิหรือมีส่วนรับมรดกด้วยไม่ ส่วนปัญหาต่อไปว่าสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับนายนิพนธ์ สุริยาอัมพร พี่ชายผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านและผู้ตายอยู่กินทำมาหาได้ด้วยกันตามลำพังสองคน โดยไม่มีญาติผู้ใดหรือแม้แต่ผู้ร้องหรือนายนิพนธ์เข้าเกี่ยวข้องรู้เห็นการบริหารครอบครัวของคนทั้งสอง ดังนั้น ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้เดียวที่รู้เรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตายเป็นอย่างดี จึงย่อมสามารถรวบรวมทรัพย์มรดกของผู้ตายได้ดีกว่าผู้อื่น ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งตั้งให้ผู้คัดค้านร่วมเป็นผู้จัดการมรดกด้วยนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9189/2547
นางสุนีย์ สุริยาอัมพร ผู้ร้อง
นางสาวสุปราณี สนิทม่วง ผู้คัดค้าน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 1713 แหล่งที่มา สำนักวิชาการ
คู่ความ: นางสุนีย์ สุริยาอัมพร ผู้ร้อง นางสาวสุปราณี สนิทม่วง ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1713
องค์คณะ: (ชุติมา จงสงวน-หัสดี ไกรทองสุก-กนก อินทรัมพรรย์)
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต