Vérifié ตรวจสอบแล้ว Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 566/2556 คำพิพากษาที่ 566/2556 2013 (BE 2556)

Spouses can agree orally to divide marital property differently from the equal split คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2556

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

An agreement dividing sin somros à divorce need not be recorded by the registrar or made in writing; the spouses had agreed orally, and although the result differed from the equal shares of sections 1533 and 1535, those sections are not public order provisions, so the agreement was valid and the claim was dismissed.

แต่มิใช่บทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ป.พ.พ. มาตรา 151 ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลบังคับและไม่ตกเป็นโมฆะ

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

Spouses can contract out of the equal split at divorce, and conduct after divorce can prove an informal agreement.

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

After registering their divorce, the former spouses each kept and paid for different assets for almost five years, the husband keeping the house, land and pickup with their debts, before the wife sued for half.

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

An agreement dividing sin somros at divorce need not be recorded by the registrar or made in writing; the spouses had agreed orally, and although the result differed from the equal shares of sections 1533 and 1535, those sections are not public order provisions, so the agreement was valid and the claim was dismissed.
แต่มิใช่บทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ป.พ.พ. มาตรา 151 ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลบังคับและไม่ตกเป็นโมฆะ

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 566/2556. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2556 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาอาจกระทำในขณะจดทะเบียนหย่า โดยให้นายทะเบียนบันทึกไว้หรือไม่ก็ได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติใด ๆ กำหนดให้ความตกลงในการแบ่งสินสมรสต้องกระทำต่อหน้านายทะเบียนหรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การจะฟังว่ามีข้อตกลงแบ่งสินสมรสด้วยวาจาหรือไม่ ย่อมต้องพิจารณาจากพยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤติการณ์ของแต่ละคดีไป พฤติการณ์ที่โจทก์และจำเลยต่างครอบครองสินสมรสแต่ละรายการต่างหากจากกัน และมีภาระการผ่อนชำระหนี้ในทรัพย์สินที่ตนถือครองกรรมสิทธิ์อยู่ภายหลังการหย่าจนถึงเวลาที่โจทก์ฟ้องคดีเป็นเวลาเกือบ 5 ปี แม้ไม่มีหลักฐานข้อตกลงแบ่งสินสมรสในขณะจดทะเบียนหย่าแต่ฟังได้ว่าโจทก์และจำเลยตกลงแบ่งสินสมรสด้วยวาจาโดยให้สินสมรสทั้งสองรายการรวมทั้งหนี้สินตกแก่จำเลย การที่โจทก์และจำเลยตกลงแบ่งสินสมรสระหว่างกัน มีผลให้แต่ละฝ่ายได้รับทรัพย์สินและมีภาระหนี้ต้องชำระหนี้สินซึ่งเป็นหนี้ร่วมมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งผิดแผกแตกต่างจาก ป.พ.พ. มาตรา 1533 และมาตรา 1535 บัญญัติไว้ แต่มิใช่บทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ป.พ.พ. มาตรา 151 ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลบังคับและไม่ตกเป็นโมฆะ
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรส คือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2125 ตำบลนาดี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี พร้อมบ้านเลขที่ 186/95 ตำบลนาดี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ เลขทะเบียน บน 4949 อุดรธานี ครึ่งหนึ่งแก่โจทก์ หากไม่สามารถแบ่งได้ให้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและรถยนต์ดังกล่าวออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งฝ่ายละเท่ากัน
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งสินสมรสคือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2125 ตำบลนาดี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี พร้อมบ้านเลขที่ 186/95 ตำบลนาดี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ เลขทะเบียน บน 4949 อุดรธานี เป็นส่วนครึ่งหนึ่งแก่โจทก์ หากไม่สามารถแบ่งได้ให้นำที่ดินและรถยนต์ดังกล่าวออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งฝ่ายละเท่ากัน กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 10,000 บาท
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอแบ่งสินสมรสทั้งสองรายการตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า เมื่อตกลงหย่ากัน โจทก์ได้ทรัพย์สินเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแจส 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน สวนป่าไม้สักที่ตำบลหนองไฮ 1 แปลง มินิมาร์ทพร้อมตกแต่ง เงินประกันชีวิตพร้อมดอกผล ชุดรับแขกไม้ประดู่และชุดโต๊ะรับประทานอาหารซึ่งทั้งหมดเป็นสินสมรส เจือสมกับคำเบิกความของจำเลยประกอบกับรายการทรัพย์สิน แม้โจทก์ฎีกาว่าทรัพย์สินบางรายการไม่ใช่สินสมรสก็เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับคำเบิกความของโจทก์ จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า พยานหลักฐานตามที่จำเลยนำสืบไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงแบ่งสินสมรสเพราะไม่มีการบันทึกหรือข้อตกลงกันในการจดทะเบียนหย่า เห็นว่า ข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาอาจกระทำในขณะจดทะเบียนหย่าโดยให้นายทะเบียนบันทึกไว้หรือไม่ก็ได้ทั้งไม่มีบทบัญญัติใด ๆ กำหนดให้ความตกลงในการแบ่งสินสมรสต้องกระทำต่อหน้านายทะเบียนหรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การจะรับฟังว่ามีข้อตกลงแบ่งสินสมรสด้วยวาจาหรือไม่ย่อมต้องพิจารณาจากพยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤติการณ์ของแต่ละคดีไป ในข้อนี้โจทก์เบิกความว่าโจทก์ได้เข้าครอบครองทรัพย์อันเป็นสินสมรส โดยมีภาระผ่อนชำระค่ารถยนต์ส่วนบุคคลตลอดมา ตั้งแต่ปี 2547 จนกระทั่งหลังการหย่า ส่วนจำเลยเป็นฝ่ายผ่อนชำระหนี้จำนองที่เกิดจากการซื้อที่ดินและบ้านพิพาทมาตั้งแต่ต้นจนถึงหลังการหย่า ส่วนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยโดยโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านมาในฎีกา จึงฟังได้ว่าจำเลยซื้อรถยนต์คันดังกล่าวโดยนำที่ดินและบ้านไปจำนองไว้กับธนาคารออมสินแล้วผ่อนชำระเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2545 พฤติการณ์ที่โจทก์และจำเลยต่างครอบครองสินสมรสแต่ละรายการต่างหากจากกันและมีภาระการผ่อนชำระหนี้ในทรัพย์สินที่ตนถือครองกรรมสิทธิ์อยู่ภายหลังการหย่าจนถึงขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ปี แม้ไม่มีหลักฐานข้อตกลงการแบ่งสินสมรสในขณะจดทะเบียนหย่า แต่ตามที่จำเลยนำสืบถึงพฤติการณ์เช่นนี้ย่อมมีน้ำหนักให้ฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงแบ่งสินสมรสด้วยวาจาโดยให้สินสมรสทั้งสองรายการรวมทั้งหนี้สินตกแก่จำเลยแล้ว เมื่อพิจารณาถึงราคาที่ดินพร้อมบ้านกับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่จำเลยเป็นผู้ผ่อนชำระหนี้แต่ฝ่ายเดียวมาโดยตลอดนับว่ามีความเหมาะสมแล้ว แม้โจทก์จะนำสืบว่ายังมีข้อตกลงว่าหากจำเลยแต่งงานใหม่ก็จะขายสินสมรสทั้งสองรายการนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง แต่โจทก์มิได้ถามค้านจำเลยให้ได้ความตามที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยแต่งงานใหม่ในต้นปี 2550 แล้วโจทก์ได้ทวงถามถึงข้อตกลงในการขายบ้านและที่ดิน จำเลยยินยอมแต่ไม่มีคนซื้อเนื่องจากบ้านและที่ดินติดจำนองและมีหนี้สินจำนวนมาก เมื่อปรากฏว่าโจทก์เพิ่งนำคดีนี้มาฟ้องขอแบ่งสินสมรสจากจำเลยในเดือนพฤศจิกายน 2553 หลังจากจำเลยแต่งงานใหม่เกือบ 3 ปี ทั้งจำเลยและภริยาใหม่ยังพักอาศัยในบ้านและที่ดินดังกล่าวตลอดมา ที่โจทก์นำสืบมาในข้อนี้จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่าโจทก์และจำเลยมีข้อตกลงดังกล่าว ดังนั้น เมื่อโจทก์และจำเลยตกลงแบ่งสินสมรสระหว่างกันแล้ว แม้มีผลให้แต่ละฝ่ายได้รับทรัพย์สินและมีภาระต้องชำระหนี้สินซึ่งเป็นหนี้ร่วมมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งผิดแผกแตกต่างจากที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1533 และมาตรา 1535 บัญญัติไว้ แต่มิใช่บทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 151 ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลบังคับและไม่ตกเป็นโมฆะ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่งสินสมรสทั้งสองรายการตามฟ้องจากจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2556
นางสุภาวดี บุญแสนแผน โจทก์
นายเสนีย์ จันทรบูรณ์ จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. ม. 151 , ม. 1533 , ม. 1535 แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คู่ความ: นางสุภาวดี บุญแสนแผน โจทก์ นายเสนีย์ จันทรบูรณ์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 151 , ม. 1533 , ม. 1535

ศาล: ศาลจังหวัดอุดรธานีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายอวิน บุณยประสพ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสุทธิ จันทรสุทธิ

องค์คณะ: (ชาติชาย อัครวิบูลย์-เพลินจิต ตั้งพูลสกุล-สมชาติ ธัญญาวินิชกุล)

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous