Divorce Agreement on Sale Proceeds Binds Former Spouse Even When the Sale Is a Court Auction ข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าเรื่องเงินจากการขายบ้าน ผูกพันอดีตคู่สมรสแม้เป็นการขายทอดตลาดบังคับคดี
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
1. Land and a house purchased during the marriage, paid for partly by one spouse and partly with a bank loan taken jointly by both spouses and secured by a hypothèque on the property, are sin somros to be divided on divorce Selon le CCC section 1532. 2. An agreement annexed to a divorce registration dividing such property is a contract for the division of sin somros, enforceable between the former spouses. 3. Where the agreement provides that the property is to be sold, a fixed sum returned to one spouse and the balance paid to the other, and contains no words confining the sale to a private sale by the spouses, the sale includes a public auction held to enforce a court judgment. Absent an express condition that the price exceed the fixed sum, a lower price is not a failure of condition; if the proceeds do not exceed the fixed sum, the other spouse receives nothing. Other provisions applied: Civil Procedure Code section 324 (4).
1. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ซื้อมาระหว่างสมรส โดยคู่สมรสฝ่ายหนึ่งชำระราคาบางส่วนและคู่สมรสทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงินจากธนาคารโดยจดทะเบียนจำนองทรัพย์นั้นเป็นประกัน ย่อมเป็นสินสมรสที่ต้องจัดการแบ่งกันเมื่อหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 2. บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าที่ตกลงแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสัญญาแบ่งสินสมรสและมีผลบังคับระหว่างอดีตคู่สมรสตามข้อความในบันทึก 3. เมื่อบันทึกระบุให้ขายทรัพย์แล้วคืนเงินจำนวนแน่นอนแก่คู่สมรสฝ่ายหนึ่ง ส่วนที่เหลือตกเป็นของอีกฝ่าย โดยไม่มีข้อความใดจำกัดว่าการขายต้องเป็นการที่คู่สมรสนำทรัพย์ออกขายกันเอง การขายย่อมหมายความรวมถึงการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลด้วย และเมื่อไม่มีเงื่อนไขว่าต้องขายได้ราคาเกินจำนวนที่กำหนด การขายได้ราคาต่ำกว่าไม่ถือว่ามิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและไม่ก่อสิทธิแก่อีกฝ่ายที่จะได้รับเงินกึ่งหนึ่ง หากเงินที่ขายได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนด อีกฝ่ายย่อมไม่ได้รับส่วนแบ่ง
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
The plaintiff, father of the first defendant, held a final judgment against his son for a loan of 2,970,000 THB; the claim against the son's former wife, the second defendant, had been dismissed on appeal. In execution he had the land and house bought by the couple during their marriage seized and auctioned for 2,590,000 THB. The second defendant petitioned to have half of the proceeds, 1,295,000 THB, set aside for her as a co-owner who was not a judgment debtor. The Min Buri Civil Court dismissed the petition; the Court of Appeal reversed and ordered half set aside. The plaintiff and first defendant obtained leave to appeal. The Supreme Court held that the house and land, bought on 28 February 2555 (2012) with a part payment by the husband and a joint bank loan secured by a mortgage, were sin somros to be divided on divorce under CCC section 1532. The agreement annexed to the divorce registration of 30 June 2559 (2016) provided that the house would be sold, 2,800,000 THB returned to the husband and the balance paid to the wife. The wife had admitted that this reflected the husband's use of money given by his father to redeem the mortgage. Nothing confined the sale to a private sale by the spouses, so it covered a court-ordered auction, and nothing made it a condition that the price exceed 2,800,000 THB. As the auction fetched less, there was no surplus to set aside for the wife. The Supreme Court reversed and dismissed the petition.
โจทก์ซึ่งเป็นบิดาของจำเลยที่ 1 มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้เงินกู้ 2,970,000 บาท ส่วนฟ้องของโจทก์ต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นอดีตภริยาของจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ในชั้นบังคับคดี โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งสองซื้อมาระหว่างสมรสออกขายทอดตลาดได้เงิน 2,590,000 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอกันส่วนเงินกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 1,295,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมและมิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ศาลแพ่งมีนบุรีมีคำสั่งยกคำร้องขอ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้กันส่วนเงินกึ่งหนึ่งแก่จำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งซื้อมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 โดยจำเลยที่ 1 ชำระราคาบางส่วนและจำเลยทั้งสองร่วมกันกู้เงินธนาคารโดยจดทะเบียนจำนองเป็นประกัน เป็นสินสมรสที่ต้องแบ่งกันเมื่อหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ระบุว่าตกลงขายบ้านพร้อมที่ดิน เมื่อขายได้จะคืนเงิน 2,800,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 ส่วนที่เหลือเป็นของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 ยอมรับว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 นำเงินที่ได้รับจากบิดาไปไถ่ถอนจำนอง บันทึกไม่มีข้อความจำกัดว่าการขายต้องเป็นการที่คู่สมรสนำออกขายกันเอง จึงหมายความรวมถึงการขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีด้วย และไม่มีเงื่อนไขว่าต้องขายได้ราคาเกิน 2,800,000 บาท เมื่อขายได้เงินไม่ถึงจำนวนดังกล่าว จึงไม่มีเงินส่วนเกินที่จะกันให้จำเลยที่ 2 พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอ
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
The first and second defendants married on 14 October 2554 (2011). On 28 February 2555 (2012) they bought land with a building for 3,150,000 THB. The husband paid 170,000 THB received from his father, and the couple jointly borrowed 2,990,000 THB from bank T., mortgaging the property. On 7 September 2557 (2014) the husband received a further 2,800,000 THB from his father, signed a note acknowledging loans of 2,970,000 THB in total, and on 24 October 2557 repaid the bank and redeemed the mortgage. On 30 June 2559 (2016) the couple registered their divorce with an agreement that the house and land would be sold, 2,800,000 THB returned to the husband and the remainder kept by the wife. The father sued both for 2,970,000 THB. The trial court gave judgment against both; the Court of Appeal dismissed the claim against the wife; the Supreme Court refused leave, so the judgment stood only against the husband. The father had the property auctioned by the executing officer for 2,590,000 THB. The wife petitioned to have half, 1,295,000 THB, set aside for her. The trial court dismissed the petition; the Court of Appeal reversed; the father and husband obtained leave to appeal.
จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ได้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัท อ. ราคา 3,150,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 นำเงินที่ได้รับจากโจทก์ซึ่งเป็นบิดา 170,000 บาท ชำระราคาบางส่วน และจำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงิน 2,990,000 บาท จากธนาคาร ท. โดยจดทะเบียนจำนองทรัพย์ดังกล่าวเป็นประกัน วันที่ 7 กันยายน 2557 จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากโจทก์อีก 2,800,000 บาท และทำบันทึกรับว่ากู้ยืมเงินโจทก์รวม 2,970,000 บาท แล้วนำเงินไปชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2557 วันที่ 30 มิถุนายน 2559 จำเลยทั้งสองจดทะเบียนหย่าและทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าว่า ตกลงขายบ้านพร้อมที่ดิน หลังจากขายได้จะคืนเงิน 2,800,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 ส่วนที่เหลือตกเป็นของจำเลยที่ 2 ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ 2,970,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา คดีจึงถึงที่สุดเฉพาะจำเลยที่ 1 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ออกขายทอดตลาดได้เงิน 2,590,000 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอกันส่วนกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 1,295,000 บาท ศาลแพ่งมีนบุรีมีคำสั่งยกคำร้องขอ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้กันส่วนพร้อมค่าฤชาธรรมเนียม โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ฎีกา
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
1. Land and a house purchased during the marriage, paid for partly by one spouse and partly with a bank loan taken jointly by both spouses and secured by a mortgage on the property, are sin somros to be divided on divorce under CCC section 1532. 2. An agreement annexed to a divorce registration dividing such property is a contract for the division of sin somros, enforceable between the former spouses. 3. Where the agreement provides that the property is to be sold, a fixed sum returned to one spouse and the balance paid to the other, and contains no words confining the sale to a private sale by the spouses, the sale includes a public auction held to enforce a court judgment. Absent an express condition that the price exceed the fixed sum, a lower price is not a failure of condition; if the proceeds do not exceed the fixed sum, the other spouse receives nothing. Other provisions applied: Civil Procedure Code section 324 (4).
1. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ซื้อมาระหว่างสมรส โดยคู่สมรสฝ่ายหนึ่งชำระราคาบางส่วนและคู่สมรสทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงินจากธนาคารโดยจดทะเบียนจำนองทรัพย์นั้นเป็นประกัน ย่อมเป็นสินสมรสที่ต้องจัดการแบ่งกันเมื่อหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 2. บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าที่ตกลงแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสัญญาแบ่งสินสมรสและมีผลบังคับระหว่างอดีตคู่สมรสตามข้อความในบันทึก 3. เมื่อบันทึกระบุให้ขายทรัพย์แล้วคืนเงินจำนวนแน่นอนแก่คู่สมรสฝ่ายหนึ่ง ส่วนที่เหลือตกเป็นของอีกฝ่าย โดยไม่มีข้อความใดจำกัดว่าการขายต้องเป็นการที่คู่สมรสนำทรัพย์ออกขายกันเอง การขายย่อมหมายความรวมถึงการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลด้วย และเมื่อไม่มีเงื่อนไขว่าต้องขายได้ราคาเกินจำนวนที่กำหนด การขายได้ราคาต่ำกว่าไม่ถือว่ามิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและไม่ก่อสิทธิแก่อีกฝ่ายที่จะได้รับเงินกึ่งหนึ่ง หากเงินที่ขายได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนด อีกฝ่ายย่อมไม่ได้รับส่วนแบ่ง
Analyse juridique การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
The Supreme Court first characterised the property. The land and house had been bought during the marriage with a part payment from the husband and a loan taken jointly by both spouses, secured by a mortgage over the same property. On those facts it was sin somros, property of the husband and wife to be divided on divorce under CCC section 1532. The next step was to give effect to how the spouses had in fact divided it. Their divorce registration agreement said the house and land would be sold, 2,800,000 THB returned to the husband and the rest paid to the wife. The Court of Appeal in the loan case had found that the husband used 2,800,000 THB received from his father to redeem the mortgage. The wife accepted those facts under cross-examination, and in the loan case she had pleaded that she signed because that money was not hers, so she wanted only what remained. The Court read this as an admission that the husband had applied personal property, received by gift from his father, to clear the mortgage, and that the wife had agreed to take only the proceeds above 2,800,000 THB. As a contract dividing sin somros, the agreement bound them on those terms. The wife's argument that sale meant a private sale by the spouses failed: nothing in the agreement said so, so sale included an auction held to enforce a judgment. The Court of Appeal had treated the 2,800,000 THB figure as a condition that had become impossible; the Supreme Court held that no such condition existed, so a lower price breached nothing. Since the executing officer sold the property for 2,590,000 THB, below the fixed sum, there was no surplus to set aside for the wife. The Court reversed and dismissed the petition.
ศาลฎีกาเริ่มจากการวินิจฉัยลักษณะของทรัพย์สิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซื้อมาระหว่างสมรส โดยจำเลยที่ 1 ชำระราคาบางส่วนและจำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงินจากธนาคารโดยจดทะเบียนจำนองทรัพย์นั้นเป็นประกัน ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวทรัพย์พิพาทย่อมเป็นสินสมรส จึงเป็นทรัพย์สินของสามีภริยาที่ต้องจัดการแบ่งกันเมื่อหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 ขั้นต่อไปคือการบังคับตามวิธีที่คู่สมรสได้ตกลงแบ่งกันไว้จริง บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระบุว่าจะขายบ้านพร้อมที่ดิน เมื่อขายได้จะคืนเงิน 2,800,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 ส่วนที่เหลือเป็นของจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาพิเคราะห์ถึงเหตุที่เขียนข้อตกลงเช่นนั้น ศาลอุทธรณ์ในสำนวนคดีหลักฟังว่าจำเลยที่ 1 นำเงิน 2,800,000 บาท ที่ได้รับจากบิดาไปไถ่ถอนจำนอง ในชั้นไต่สวนคำร้องขอ จำเลยที่ 2 เบิกความตอบคำถามค้านยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าว สอดคล้องกับคำให้การในคดีหลักว่าตนทำบันทึกเพราะเงินจำนวนนั้นมิใช่เงินของตน จึงประสงค์รับเฉพาะส่วนที่เหลือจากการขายซึ่งเป็นส่วนที่ตนผ่อนชำระเอง ศาลฎีกาถือว่าเป็นการยอมรับว่าจำเลยที่ 1 นำสินส่วนตัวที่ได้รับให้โดยเสน่หาจากบิดาไปไถ่จำนอง และจำเลยที่ 2 ตกลงรับเฉพาะเงินส่วนที่ขายได้เกิน 2,800,000 บาท เท่านั้น บันทึกข้อตกลงซึ่งเป็นสัญญาแบ่งสินสมรสจึงมีผลบังคับระหว่างกันตามนั้น จากนั้นศาลฎีกาปฏิเสธข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 สองประการ ประการแรก ที่อ้างว่าการขายต้องเป็นการที่คู่สมรสนำทรัพย์ออกขายกันเอง มิใช่การถูกบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีข้อความใดในบันทึกที่แปลความได้เช่นนั้น การขายจึงต้องหมายความรวมถึงการขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาด้วย ประการที่สอง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าราคา 2,800,000 บาท เป็นเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิบัติได้ ศาลฎีกาเห็นว่าบันทึกไม่มีเงื่อนไขให้ต้องขายได้ราคาเกินจำนวนดังกล่าว การขายได้ราคาต่ำกว่าจึงไม่ใช่กรณีมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดได้เงิน 2,590,000 บาท ซึ่งไม่ถึง 2,800,000 บาท จึงไม่มีเงินส่วนเกินที่จะกันให้จำเลยที่ 2 ฎีกาข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอ
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1319/2568. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดได้เงิน 2,590,000 บาท เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์พิพาท และจำเลยที่ 2 มิได้เป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ทั้งไม่รู้เห็นเรื่องหนี้สินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 โจทก์จะบังคับคดีให้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ ขอให้มีคำสั่งกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่งเป็นเงิน 1,295,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2
โจทก์และจำเลยที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งเป็นจำนวน 1,295,000 บาท ให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แทนจำเลยที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 30,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีรวม 10,000 บาท
โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์และนางนิตย์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 เดิมจำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากันโดยจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ในระหว่างสมรสเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัท อ. ในราคา 3,150,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 นำเงินที่ได้รับจากโจทก์ 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 170,000 บาท ไปชำระราคาบางส่วนและจำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงิน 2,990,000 บาท จากธนาคาร ท. นำไปชำระราคาส่วนที่เหลือ และจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทไว้กับธนาคารดังกล่าวเป็นประกันเงินกู้ วันที่ 7 กันยายน 2557 จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากโจทก์ 2,800,000 บาท นำไปชำระหนี้เงินกู้และไถ่ถอนจำนองทรัพย์พิพาทจากธนาคาร ท. เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2557 โดยจำเลยที่ 1 ทำบันทึกข้อความลงวันที่ 7 กันยายน 2557 มอบให้แก่โจทก์ระบุว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์ 2 ครั้ง ตามจำนวนเงินที่ได้รับจากโจทก์ดังกล่าวข้างต้นรวมเป็นเงิน 2,970,000 บาท และลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 จำเลยทั้งสองจดทะเบียนหย่าและทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าว่า เรื่องทรัพย์สิน จำเลยทั้งสองตกลงขายบ้านพร้อมที่ดิน หลังจากขายได้จะคืนเงิน 2,800,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 ส่วนที่เหลือจากการขายได้ให้ตกเป็นของจำเลยที่ 2 ต่อมาโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ 2,970,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาและขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกาและไม่รับฎีกาของโจทก์ คดีจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ 1 มีว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทกึ่งหนึ่งจำนวน 1,295,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัท อ. ราคา 3,150,000 บาท มาในระหว่างสมรสโดยจำเลยที่ 1 ชำระเงินบางส่วนแก่ผู้ขาย และจำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงินจากธนาคาร ท. นำเงินไปชำระหนี้ส่วนที่เหลือ โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทดังกล่าวไว้เป็นประกัน ย่อมถือได้ว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นสินสมรสของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นทรัพย์สินของสามีภริยาที่ต้องจัดการแบ่งกันเมื่อหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532 ซึ่งได้ความว่า จำเลยทั้งสองตกลงเรื่องทรัพย์สินว่า จำเลยทั้งสองตกลงขายบ้านพร้อมที่ดิน หลังจากขายได้จะคืนเงิน 2,800,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 ส่วนที่เหลือจากการขายได้ให้เป็นของจำเลยที่ 2 ส่วนเหตุที่จำเลยทั้งสองทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวนั้นได้ความตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในสำนวนคดีหลักว่า จำเลยที่ 1 นำเงินที่ได้รับจากโจทก์ 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 170,000 บาท ไปชำระราคาบางส่วนให้แก่บริษัท อ. และเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากโจทก์ 2,800,000 บาท นำไปชำระหนี้เงินกู้และไถ่ถอนจำนองทรัพย์พิพาทจากธนาคาร ท. เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2557 ซึ่งในชั้นไต่สวนคำร้องขอ จำเลยที่ 2 ก็เบิกความตอบทนายโจทก์และทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าว สอดคล้องกับคำให้การของจำเลยที่ 2 ในสำนวนคดีหลักว่า จำเลยที่ 2 ทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าเพราะเงินจำนวนดังกล่าวมิใช่เงินของจำเลยที่ 2 จึงประสงค์ที่จะขอรับส่วนที่เหลือจากการขายซึ่งเป็นส่วนที่จำเลยที่ 2 ผ่อนชำระด้วยตนเอง ย่อมบ่งชัดว่าจำเลยที่ 2 ยอมรับว่าจำเลยที่ 1 นำเงินสินส่วนตัวที่ได้รับให้โดยเสน่หาจากโจทก์ไปไถ่จำนอง จึงตกลงแบ่งสินสมรสซึ่งเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวโดยให้ขายและเมื่อขายได้แล้วให้คืนเงิน 2,800,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ขอรับเงินเฉพาะส่วนที่ขายได้มากกว่า 2,800,000 บาท เท่านั้น บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าซึ่งเป็นสัญญาแบ่งสินสมรสย่อมมีผลบังคับระหว่างกันดังกล่าว ส่วนที่จำเลยที่ 2 แก้ฎีกาว่า การขายทรัพย์พิพาทในข้อตกลงตามบันทึกท้ายทะเบียนการหย่าจะต้องเป็นการที่จำเลยที่ 1 หรือจำเลยที่ 2 นำทรัพย์พิพาทออกขายกันเอง มิใช่การถูกบังคับคดีขายทอดตลาดนั้น ก็ไม่มีข้อความใดในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าที่อาจแปลความได้เช่นว่านั้น จึงต้องหมายถึงการขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลด้วยทั้งในข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าดังกล่าวหาได้มีเงื่อนไขให้จำเลยทั้งสองต้องขายทรัพย์พิพาทให้ได้ราคามากกว่า 2,800,000 บาท และหากขายทรัพย์พิพาทได้ราคาน้อยกว่า 2,800,000 บาท จะถือเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกันในบันทึกท้ายทะเบียนการหย่าและเป็นกรณีที่เงื่อนไขในเรื่องราคาทรัพย์พิพาทไม่อาจปฏิบัติได้ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ ดังนี้ เมื่อได้ความว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทอันเป็นสินสมรสดังกล่าวได้เงิน 2,590,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนไม่ถึง 2,800,000 บาท จึงไม่มีเงินส่วนที่เกิน 2,800,000 บาท ที่จะกันให้แก่จำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ประการอื่นอีกเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
💡 Ce que cela signifie pour vous 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ
Two lessons for a foreigner who owns a home in Thailand with a Thai spouse. First, a house and land acquired during the marriage with a joint mortgage is sin somros whatever name is on the title deed; Decision 1319/2568 treats the joint loan and mortgage as decisive. Second, the words of the divorce registration agreement testament be enforced literally, even against a spouse who later finds the bargain harsh. Here the wife agreed that the husband would take the first 2,800,000 THB of any sale and that she would take the balance. When the property went at a forced auction for less than that figure she received nothing, and the Court refused to imply a minimum price. If you agree to split future sale proceeds, say who controls the sale, whether a court auction counts, what happens if the price falls short, and whether a fixed sum is repaid before any division.
คดีนี้ให้บทเรียนสองประการแก่ชาวต่างชาติที่ซื้อบ้านในประเทศไทยร่วมกับคู่สมรสชาวไทย ประการแรก บ้านพร้อมที่ดินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยกู้ร่วมและจำนองเป็นสินสมรส ไม่ว่าชื่อในโฉนดจะเป็นของฝ่ายใดหรือฝ่ายใดเป็นผู้วางเงินดาวน์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2568 ถือว่าการกู้ร่วมและการจำนองเป็นข้อชี้ขาด ประการที่สอง ถ้อยคำในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าจะถูกบังคับตามตัวอักษร แม้ภายหลังฝ่ายหนึ่งจะเห็นว่าข้อตกลงนั้นไม่เป็นธรรมแก่ตน ในคดีนี้ภริยาตกลงให้สามีได้รับเงิน 2,800,000 บาท แรกจากการขาย ส่วนตนรับเฉพาะส่วนที่เหลือ เมื่อทรัพย์ถูกขายทอดตลาดบังคับคดีได้ราคาต่ำกว่าจำนวนนั้น ภริยาจึงไม่ได้รับเงินเลย และศาลไม่ยอมตีความเพิ่มเติมว่าต้องเป็นการขายกันเองหรือต้องมีราคาขั้นต่ำ หากท่านตกลงแบ่งเงินจากการขายในอนาคต ควรระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้ควบคุมการขาย การขายทอดตลาดโดยศาลนับรวมหรือไม่ หากขายได้ราคาต่ำกว่าที่คาดจะเป็นอย่างไร และเงินจำนวนแน่นอนที่ต้องคืนจะหักก่อนหรือหลังการแบ่ง นอกจากนี้พึงสังเกตว่าเงินของบิดามารดาที่ส่งผ่านคู่สมรสฝ่ายหนึ่งถูกถือเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายนั้น ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดผลของคดีทั้งหมด
Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย
Is a house bought during marriage in Thailand with a joint bank loan considered marital property? บ้านที่ซื้อระหว่างสมรสในประเทศไทยโดยกู้ร่วมกับธนาคารถือเป็นสินสมรสหรือไม่
Yes. In Decision 1319/2568 the spouses bought land and a house during the marriage, one spouse paid part of the price and both spouses jointly borrowed the balance from a bank, mortgaging the property as security. The Supreme Court held that on those facts the property was sin somros, that is property of the husband and wife that must be divided on divorce under CCC section 1532. The later repayment of the loan with money one spouse received from a parent did not change that classification, although it explained why the spouses agreed an unequal split.
ถือเป็นสินสมรส ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2568 คู่สมรสซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างสมรส ฝ่ายหนึ่งชำระราคาบางส่วน และทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงินส่วนที่เหลือจากธนาคารโดยจดทะเบียนจำนองทรัพย์นั้นเป็นประกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามข้อเท็จจริงดังกล่าวทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรส อันเป็นทรัพย์สินของสามีภริยาที่ต้องจัดการแบ่งกันเมื่อหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 การที่ภายหลังนำเงินที่ฝ่ายหนึ่งได้รับจากบิดามารดาไปชำระหนี้ไม่ทำให้ลักษณะของทรัพย์เปลี่ยนไป แต่เป็นเหตุให้คู่สมรสตกลงแบ่งกันไม่เท่ากัน
If a Thai divorce agreement says the house will be sold and the proceeds split, does a forced auction by creditors count as the sale? หากบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าระบุว่าจะขายบ้านแล้วแบ่งเงินกัน การขายทอดตลาดบังคับคดีโดยเจ้าหนี้นับเป็นการขายตามข้อตกลงหรือไม่
According to Decision 1319/2568, yes, unless the agreement says otherwise. The former wife argued that the agreed sale meant a sale arranged by the spouses themselves. The Supreme Court found no wording in the divorce registration agreement to support that limitation and held that the sale therefore included a public auction conducted by the executing officer to enforce a court judgment. The agreed formula, 2,800,000 THB to the husband first and the balance to the wife, was applied to the auction proceeds.
ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2568 นับเป็นการขาย เว้นแต่ข้อตกลงจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น อดีตภริยาต่อสู้ว่าการขายตามข้อตกลงหมายถึงการที่คู่สมรสนำทรัพย์ออกขายกันเอง ศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีข้อความใดในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าที่แปลความได้เช่นนั้น การขายจึงหมายความรวมถึงการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลด้วย และสูตรการแบ่งที่ตกลงกัน คือคืนเงิน 2,800,000 บาท ให้สามีก่อน ส่วนที่เหลือเป็นของภริยา ถูกนำมาใช้กับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด
What happens if the house sells for less than the amount one spouse was promised in the divorce agreement? หากขายบ้านได้ราคาต่ำกว่าจำนวนเงินที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งควรได้รับตามบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าจะเป็นอย่างไร
In Decision 1319/2568 the agreement promised the husband the first 2,800,000 THB of the sale and the wife the remainder. The property sold at auction for 2,590,000 THB. The Court of Appeal had treated the price as a condition that could no longer be met and gave the wife half. The Supreme Court disagreed: the agreement contained no condition that the sale must exceed 2,800,000 THB, so a lower price was not a failure of the agreement. There was simply no surplus, and the wife's petition for 1,295,000 THB was dismissed.
ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2568 บันทึกข้อตกลงกำหนดให้คืนเงิน 2,800,000 บาท แรกจากการขายแก่สามี ส่วนที่เหลือเป็นของภริยา ทรัพย์ถูกขายทอดตลาดได้เงิน 2,590,000 บาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิบัติได้และให้กันส่วนแก่ภริยากึ่งหนึ่ง แต่ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะบันทึกไม่มีเงื่อนไขว่าต้องขายได้ราคาเกิน 2,800,000 บาท การขายได้ราคาต่ำกว่าจึงไม่ใช่การไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง เมื่อไม่มีเงินส่วนเกิน คำร้องขอกันส่วน 1,295,000 บาท ของภริยาจึงถูกยก
📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต