Divorce Registration Agreement Giving One Spouse the House Is Read to Include the Land บันทึกท้ายทะเบียนหย่าที่ยกบ้านให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่ง ต้องตีความว่ารวมถึงที่ดินที่บ้านตั้งอยู่ด้วย
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
1. A property agreement annexed to a divorce registration, when made voluntarily, is a contract dividing biens matrimoniaux Selon le CCC section 1532 and binds both former spouses; a signatory cannot later demand a fresh division of the assets it covers. 2. Such an agreement is interpreted under CCC section 368, according to good faith and ordinary usage. A clause giving one spouse a house that is a component part of a plot of land gives that spouse the land as well, from the date of the agreement. 3. Where the plaintiff pleaded only for half of the plot because his case was that the agreement was involuntary, but the agreement is upheld and the plot remains in issue, a judgment transferring the whole plot does not exceed the claim under Civil Procedure Code sections 142, 246 and 252 with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court Act B.E. 2553. Other provisions applied: Civil Procedure Code section 142; Civil Procedure Code section 246; Civil Procedure Code section 252; Juvenile and Family Court and Juvenile and Family Procedure Act B.E. 2553 section 182/1 paragraph two.
1. บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าที่คู่สมรสทำโดยสมัครใจเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 มีผลสมบูรณ์ผูกพันคู่สมรสทั้งสองฝ่ายให้ต้องปฏิบัติตาม ฝ่ายที่ลงนามจะฟ้องขอแบ่งสินสมรสรายการที่ตกลงกันไว้แล้วใหม่อีกไม่ได้ 2. การตีความบันทึกข้อตกลงดังกล่าวต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 ข้อตกลงที่ยกบ้านอันเป็นส่วนควบของที่ดินให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่ง ย่อมหมายความว่ายกที่ดินที่บ้านตั้งอยู่ให้ด้วย โดยมีผลนับแต่วันทำบันทึก 3. แม้โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้แบ่งที่ดินเพียงกึ่งหนึ่งเพราะตั้งรูปเรื่องว่าบันทึกข้อตกลงไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ แต่เมื่อบันทึกมีผลใช้บังคับได้และที่ดินยังอยู่ในประเด็นพิพาท การพิพากษาให้โอนที่ดินทั้งแปลงไม่เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142, 246 และ 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
The husband sued his former wife to revoke the property agreement annexed to their divorce registration of 30 March 2555 (2012) and to divide all marital property (sin somros) in half, including land title deed No. 89706 with house No. 109/4, two other plots, two condominium units, money, gold and diamonds. The wife answered that the agreement was valid, that clause 3 was a contract dividing property under CCC section 1532, and that the husband could not seek a fresh division. She counterclaimed for the surrender value of a life insurance policy, child maintenance and alimony. The trial court held the agreement voluntary and binding, ordered the wife to transfer the land and house to the husband in full, and ordered the husband to pay her 984,614 THB with interest. The Court of Appeal for Specialised Cases reduced the transfer to one half and raised the money award to 1,584,614 THB. On the husband's appeal the Supreme Court restored the full transfer. The agreement named only the house, but the house is a component part of the land, and read under CCC section 368 in good faith and according to ordinary usage the spouses intended the land with the house to pass to the husband entirely from the date of the agreement. As the land's value did not exceed half of the appraised marital property and the plot was within the issues pleaded, ordering transfer of the whole plot did not exceed the claim.
สามีเป็นโจทก์ฟ้องอดีตภริยาต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (สาขามีนบุรี) ขอให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าฉบับลงวันที่ 30 มีนาคม 2555 และขอให้แบ่งสินสมรสทุกรายการกึ่งหนึ่ง ได้แก่ ที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ที่ดินอีกสองแปลง ห้องชุดสองห้อง เงิน ทอง และเพชร จำเลยให้การว่าบันทึกข้อตกลงสมบูรณ์ ข้อ 3 เป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอแบ่งสินสมรสใหม่ และฟ้องแย้งเรียกค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร และค่าเลี้ยงชีพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าบันทึกข้อตกลงทำโดยสมัครใจและผูกพันคู่กรณี พิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมบ้านให้โจทก์ทั้งแปลง และให้โจทก์ชำระเงิน 984,614 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้ให้โอนเพียงกึ่งหนึ่ง และให้โจทก์ชำระเงิน 1,584,614 บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้บันทึกข้อตกลงระบุเพียงบ้านเลขที่ 109/4 โดยไม่กล่าวถึงที่ดิน แต่บ้านเป็นส่วนควบของที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 เมื่อตีความตามปกติประเพณีในทางสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 เห็นได้ว่าคู่กรณีมีเจตนาให้ที่ดินพร้อมบ้านตกเป็นของโจทก์ทั้งหมดนับแต่วันทำบันทึก เมื่อมูลค่าที่ดินไม่สูงเกินกึ่งหนึ่งของราคาประเมินสินสมรสและยังอยู่ในประเด็นพิพาท การพิพากษาให้โอนทั้งแปลงจึงไม่เกินคำขอ พิพากษาแก้ให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมบ้านให้โจทก์ และคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกิน 31,492 บาท
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
The parties married on 9 April 2525 (1982). On 30 March 2555 (2012) they registered their divorce and signed an annexed agreement. Clause 3 stated that house No. 109/4 was given to the male side and that it stood on land title deed No. 89706; the land itself was not mentioned. The husband later sued to revoke the agreement as involuntary and asked for half of all marital property, listing five items he said the wife had concealed, including the land under the house. The wife defended the agreement and counterclaimed for 484,614 THB, the surrender value of a life Assurance policy, child maintenance and alimony. The trial court found the agreement voluntary, ordered the wife to transfer the land and house to the husband, ordered him to pay 984,614 THB with interest and dismissed the rest. Both sides appealed. The Court of Appeal for Specialised Cases, Juvenile and Family Division, held that the house was a component part of the land but limited the transfer to one half, and raised the husband's payment to 1,584,614 THB with interest. The husband obtained leave to appeal on the single question whether the court could order transfer of the whole plot.
โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2525 ต่อมาวันที่ 30 มีนาคม 2555 ได้จดทะเบียนการหย่าและทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่า โดยข้อ 3 เรื่องทรัพย์สินระบุว่าบ้านเลขที่ 109/4 ยกให้เป็นของฝ่ายชาย และบ้านดังกล่าวปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 โดยไม่ได้กล่าวถึงตัวที่ดิน ภายหลังโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงโดยอ้างว่าไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ และขอแบ่งสินสมรสทุกรายการกึ่งหนึ่ง รวมทั้งสินสมรสอีก 5 รายการที่อ้างว่าจำเลยปกปิดไว้ ซึ่งรวมถึงที่ดินที่บ้านตั้งอยู่ด้วย จำเลยให้การว่าบันทึกข้อตกลงสมบูรณ์ และฟ้องแย้งเรียกค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 484,614 บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเดือนละ 15,000 บาท และค่าเลี้ยงชีพเดือนละ 20,000 บาท ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าบันทึกข้อตกลงทำโดยสมัครใจ พิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมบ้านให้โจทก์ ให้โจทก์ชำระเงิน 984,614 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยก คู่ความทั้งสองฝ่ายอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่าบ้านเป็นส่วนควบของที่ดิน แต่พิพากษาแก้ให้โอนเพียงกึ่งหนึ่ง และให้โจทก์ชำระเงิน 1,584,614 บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาเดียวว่าศาลจะพิพากษาให้โอนที่ดินพร้อมบ้านให้โจทก์ทั้งแปลงได้หรือไม่
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
1. A property agreement annexed to a divorce registration, when made voluntarily, is a contract dividing marital property under CCC section 1532 and binds both former spouses; a signatory cannot later demand a fresh division of the assets it covers. 2. Such an agreement is interpreted under CCC section 368, according to good faith and ordinary usage. A clause giving one spouse a house that is a component part of a plot of land gives that spouse the land as well, from the date of the agreement. 3. Where the plaintiff pleaded only for half of the plot because his case was that the agreement was involuntary, but the agreement is upheld and the plot remains in issue, a judgment transferring the whole plot does not exceed the claim under Civil Procedure Code sections 142, 246 and 252 with section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court Act B.E. 2553. Other provisions applied: Civil Procedure Code section 142; Civil Procedure Code section 246; Civil Procedure Code section 252; Juvenile and Family Court and Juvenile and Family Procedure Act B.E. 2553 section 182/1 paragraph two.
1. บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าที่คู่สมรสทำโดยสมัครใจเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 มีผลสมบูรณ์ผูกพันคู่สมรสทั้งสองฝ่ายให้ต้องปฏิบัติตาม ฝ่ายที่ลงนามจะฟ้องขอแบ่งสินสมรสรายการที่ตกลงกันไว้แล้วใหม่อีกไม่ได้ 2. การตีความบันทึกข้อตกลงดังกล่าวต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 ข้อตกลงที่ยกบ้านอันเป็นส่วนควบของที่ดินให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่ง ย่อมหมายความว่ายกที่ดินที่บ้านตั้งอยู่ให้ด้วย โดยมีผลนับแต่วันทำบันทึก 3. แม้โจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้แบ่งที่ดินเพียงกึ่งหนึ่งเพราะตั้งรูปเรื่องว่าบันทึกข้อตกลงไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ แต่เมื่อบันทึกมีผลใช้บังคับได้และที่ดินยังอยู่ในประเด็นพิพาท การพิพากษาให้โอนที่ดินทั้งแปลงไม่เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142, 246 และ 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
Analyse juridique การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
The Supreme Court, Juvenile and Family Division, began from how the case was framed. The husband asked the court to set the agreement aside and divide all marital property in half; the wife relied on clause 3 as a contract dividing property under CCC section 1532. Both lower courts had found the agreement voluntary, so it was settled on appeal that it was valid and binding. The difficulty was that clause 3 named only house No. 109/4 and said nothing about land title deed No. 89706 on which it stood, and that the husband had asked for only half of that land, listing it among items he said had been hidden from him. The Court explained why that pleading could not be held against him: having built his case on the theory that the agreement was involuntary, he could not consistently have pleaded that the whole plot was his under the very agreement he was attacking. Once the agreement was upheld, the question was what it meant. The Court of Appeal had already found that the house was a legal component part of the land. Applying CCC section 368, under which a contract is interpreted according to good faith with regard to ordinary usage, the Supreme Court concluded that the spouses intended the wife to give the husband the land together with the house, in full, from the date of the agreement. Two checks followed: the value of the plot did not exceed half of the appraised marital property in the case, and whether the wife had to divide this plot was squarely in issue. The trial court's order to transfer the whole plot therefore did not go beyond or outside the claim under Civil Procedure Code sections 142, 246 and 252, applied through section 182/1 paragraph two of the Juvenile and Family Court and Juvenile and Family Procedure Act B.E. 2553.
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวเริ่มจากรูปเรื่องของคดี โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าและขอแบ่งสินสมรสทั้งปวงกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยอ้างว่าข้อ 3 เป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 เมื่อศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าคู่กรณีทำบันทึกโดยสมัครใจ ข้อเท็จจริงจึงยุติในชั้นฎีกาว่าบันทึกข้อตกลงสมบูรณ์และมีผลผูกพันคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ปัญหาอยู่ที่ว่าข้อ 3 ระบุเพียงบ้านเลขที่ 109/4 โดยไม่กล่าวถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้าน และโจทก์มีคำขอให้แบ่งที่ดินแปลงนี้เพียงกึ่งหนึ่งโดยระบุไว้ในรายการสินสมรสที่อ้างว่าจำเลยปกปิด ศาลฎีกาอธิบายว่าเหตุใดคำขอเช่นนั้นจึงไม่เป็นผลร้ายแก่โจทก์ กล่าวคือ เมื่อโจทก์ตั้งรูปเรื่องว่าบันทึกข้อตกลงไม่ได้เกิดจากความสมัครใจและมีสินสมรสรายการอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ โจทก์ย่อมไม่อาจบรรยายฟ้องขอให้โอนที่ดินทั้งแปลงโดยอาศัยบันทึกฉบับเดียวกับที่ตนขอให้เพิกถอนได้ เมื่อบันทึกข้อตกลงใช้บังคับได้ ปัญหาจึงเหลือเพียงว่าข้อตกลงนั้นมีความหมายอย่างไร ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยไว้แล้วว่าบ้านเป็นส่วนควบตามกฎหมายของที่ดิน เมื่อตีความสัญญาไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 เห็นได้ว่าคู่กรณีมีเจตนาแบ่งสินสมรสโดยจำเลยตกลงยกที่ดินพร้อมบ้านให้โจทก์ทั้งหมดนับแต่วันทำบันทึก ศาลฎีกาตรวจสอบเพิ่มเติมอีกสองประการ คือ มูลค่าที่ดินพิพาทไม่สูงเกินกึ่งหนึ่งของราคาประเมินสินสมรสในคดี และปัญหาว่าจำเลยต้องแบ่งสินสมรสรายการนี้ให้โจทก์หรือไม่ยังอยู่ในประเด็นพิพาท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โอนที่ดินทั้งแปลงจึงไม่เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142, 246 และ 252 ประกอบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง ศาลฎีกายังเห็นว่าฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งมีทุนทรัพย์พิพาทเพียง 200 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกิน 31,492 บาท
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is the full text of Supreme Court Decision No. 452/2567. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนขอให้เพิกถอนนิติกรรมบันทึกท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างโจทก์และจำเลยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555 กับบังคับให้จำเลยแบ่งสินสมรส คือ เงิน ทอง เพชร และโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 เนื้อที่ 50 ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ที่ดินโฉนดเลขที่ 166902 เนื้อที่ 98 ตารางวา ที่ดินโฉนดเลขที่ 15655 เนื้อที่ 13 ตารางวา อาคารชุดเคหะ บ. อาคารบี ห้องชุดเลขที่ 643/152 ชั้นที่ 3 เนื้อที่ 26.09 ตารางเมตร และอาคารชุดเคหะ บ. อาคารเอ ห้องชุดเลขที่ 642/124 ชั้นที่ 4 เนื้อที่ 26.09 ตารางเมตร ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ไปดำเนินการแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หรือขายทรัพย์สินดังกล่าวแล้วนำเงินมาแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง
จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องโจทก์ ขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 484,614 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูนายณัฐพล เดือนละ 15,000 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 เป็นต้นไปจนกว่านายณัฐพลจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,380,000 บาท และดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 673,932 บาท รวมเป็นเงิน 2,053,932 บาท และจ่ายค่าเลี้ยงชีพจำเลยเดือนละ 20,000 บาท นับแต่เดือนพฤษภาคม 2555 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะถึงแก่ความตาย ค่าเลี้ยงชีพคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,820,000 บาท และดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 876,218 บาท รวมเป็นเงิน 2,696,218 บาท
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้งจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ และให้โจทก์ชำระเงิน 984,614 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 484,614 บาท นับแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย และของต้นเงิน 500,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องโจทก์และค่าทนายความให้เป็นพับ กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ค่าขึ้นศาลในส่วนฟ้องแย้งจำเลยให้โจทก์ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่จำเลยชนะคดี คำขออื่นของโจทก์และจำเลยนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ โดยจำเลยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเฉพาะค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์สองในสามส่วน
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้โจทก์ชำระเงิน 1,584,614 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 484,614 บาท นับแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามคำขอท้ายฟ้องแย้งจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์สำหรับฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งจำเลยให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2525 ต่อมาวันที่ 30 มีนาคม 2555 ได้จดทะเบียนการหย่าและทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าตามสำเนาทะเบียนการหย่าและบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่า โดยมีข้อตกลงในข้อ 3 ระบุว่า "เรื่องทรัพย์สิน (1) บ้านเลขที่ 109/4...ยกให้เป็นของฝ่ายชาย...บ้านเลขที่ 109/4 ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706" คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ศาลสามารถพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ทั้งแปลงได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระหว่างโจทก์และจำเลยและขอบังคับให้จำเลยแบ่งสินสมรสทุกรายการให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง จำเลยให้การต่อสู้ว่าบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าไม่เป็นโมฆะ การจัดแบ่งสินสมรสตามข้อ 3 เป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532 เมื่อนายทะเบียนจดทะเบียนการหย่า ถือได้ว่ามีการแบ่งทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสโดยยกให้จำเลยทั้งหมดแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอแบ่งสินสมรสใหม่อีก เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แล้ว ถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาขอแบ่งสินสมรสทั้งปวงระหว่างโจทก์กับจำเลยกึ่งหนึ่งโดยขอให้ไม่ยึดถือตามบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่า เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ากันด้วยความสมัครใจ บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าจึงสมบูรณ์มีผลผูกพันโจทก์และจำเลยให้ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าดังกล่าวระบุสินสมรสที่ตกลงยกให้โจทก์เพียงบ้านเลขที่ 109/4 โดยไม่ได้กล่าวถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 อันเป็นที่ตั้งของบ้านดังกล่าวแต่อย่างใด และโจทก์มีคำขอให้แบ่งสินสมรสอีก 5 รายการ ที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยปกปิดไว้ ซึ่งรวมถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 ที่พิพาทด้วย แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยแบ่งที่ดินดังกล่าวอันเป็นสินสมรสให้แก่โจทก์เพียงกึ่งหนึ่ง แต่โจทก์ย่อมไม่อาจบรรยายฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งแปลงได้เพราะโจทก์ตั้งรูปเรื่องมาว่าบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของโจทก์และโจทก์ต้องการขอแบ่งสินสมรสรายการอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าด้วย เมื่อข้อเท็จจริงยุติในชั้นฎีกาแล้วว่าบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่ามีผลใช้บังคับได้ และจำเลยยังไม่ได้แบ่งสินสมรสรายการที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า บ้านเลขที่ 109/4 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 ที่พิพาทเป็นส่วนควบตามกฎหมายของที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 และโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีในทางสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 แล้ว เห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยมีเจตนาแบ่งทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสระหว่างกันโดยจำเลยตกลงยกที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ทั้งหมด โดยนับตั้งแต่วันที่มีการทำบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่า ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทตกเป็นของโจทก์ทั้งหมด เมื่อมูลค่าที่ดินที่พิพาทไม่ได้สูงเกินไปกว่าราคาประเมินกึ่งหนึ่งของสินสมรสในคดีนี้และยังอยู่ในประเด็นพิพาทว่าจำเลยต้องแบ่งสินสมรสรายการนี้ให้โจทก์หรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ทั้งหมดจึงไม่เป็นการพิพากษาที่เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142, มาตรา 246 และมาตรา 252 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยมานั้นไม่ต้องความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
อนึ่ง โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิได้รับที่ดินทั้งแปลง ซึ่งไม่เป็นการเกินคำขอ กรณีจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งมีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาจำนวน 200 บาทแต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมา 31,692 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินมา 31,492 บาทแก่โจทก์
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 พร้อมบ้านเลขที่ 109/4 ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินมาจำนวน 31,492 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
💡 Ce que cela signifie pour vous 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ
For a foreigner divorcing a Thai spouse by mutual consent, the property agreement signed at the district office is not a formality. Decision 452/2567 confirms that once it is found voluntary it is a binding contract under CCC section 1532, and a court testament not reopen the division of the assets it covers. Courts also read these short agreements in good faith under CCC section 368: a house clause was held to carry the land under it. The risk runs both ways. A spouse who signs away a house may be signing away the plot; a spouse who expects to keep the land should insist that the title deed number is written into the clause. Items not mentioned remain exposed to later litigation. Before registering a divorce, list every asset by title or account number, state who takes what, and check the Thai text, because that is what the registrar records and the court construes.
สำหรับชาวต่างชาติที่จะหย่ากับคู่สมรสชาวไทยโดยความยินยอม บันทึกข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินที่ลงนามต่อหน้านายทะเบียนไม่ใช่เพียงแบบพิธี คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567 ยืนยันว่าเมื่อศาลฟังว่าทำโดยสมัครใจ บันทึกนั้นเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินที่ผูกพันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 และศาลจะไม่รื้อฟื้นการแบ่งทรัพย์สินรายการที่ตกลงกันไว้แล้ว คำพิพากษายังแสดงว่าศาลตีความบันทึกสั้น ๆ เหล่านี้ตามความประสงค์ในทางสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 ข้อตกลงที่ยกบ้านให้ฝ่ายหนึ่งถูกตีความว่ารวมถึงที่ดินที่บ้านตั้งอยู่ด้วย เพราะบ้านเป็นส่วนควบของที่ดิน ความเสี่ยงจึงมีทั้งสองทาง ฝ่ายที่ยกบ้านให้อาจเท่ากับยกที่ดินให้ไปด้วย ส่วนฝ่ายที่ประสงค์จะเก็บที่ดินไว้ควรให้ระบุเลขที่โฉนดและตัวที่ดินไว้ในข้อตกลงให้ชัดเจน ทรัพย์สินที่ไม่ได้กล่าวถึงเลยยังคงเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องในภายหลัง ซึ่งในคดีนี้ใช้เวลาหลายปีและผ่านหลายชั้นศาล ก่อนจดทะเบียนหย่าควรระบุทรัพย์สินทุกรายการตามเลขที่โฉนดหรือเลขที่บัญชี ระบุให้ชัดว่าฝ่ายใดได้สิ่งใด และตรวจสอบข้อความภาษาไทยให้ถูกต้อง เพราะฉบับภาษาไทยคือสิ่งที่นายทะเบียนบันทึกและศาลใช้ตีความ
Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย
Is the property agreement signed at the district office when registering a divorce in Thailand legally binding? บันทึกข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินที่ลงนามต่อนายทะเบียนเมื่อจดทะเบียนหย่ามีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่
Yes. In Decision 452/2567 the Supreme Court treated the agreement annexed to the divorce registration as a contract dividing marital property under CCC section 1532. Once the lower courts found that both spouses had signed it voluntarily, it was binding on them and the husband could not obtain a fresh division of the assets it covered, even though he sued to have it revoked. Only the question of what the agreement meant remained open.
มีผลผูกพัน ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567 ศาลฎีกาถือว่าบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าเป็นสัญญาแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1532 เมื่อศาลล่างฟังว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่ายลงนามโดยสมัครใจ บันทึกนั้นย่อมผูกพันคู่กรณี สามีซึ่งฟ้องขอให้เพิกถอนไม่อาจขอแบ่งสินสมรสรายการที่ตกลงกันไว้แล้วใหม่ได้ คงเหลือเพียงปัญหาว่าข้อตกลงนั้นมีความหมายเพียงใด
If a Thai divorce agreement gives one spouse the house but does not mention the land, who gets the land? หากบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่ายกบ้านให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งแต่ไม่ได้กล่าวถึงที่ดิน ที่ดินจะตกเป็นของใคร
In Decision 452/2567 the agreement gave the husband house No. 109/4 and noted that it stood on a specific title deed, without saying the land was given. The Supreme Court held that the house was a component part of the land and, interpreting the clause in good faith and according to ordinary usage under CCC section 368, concluded that the spouses intended the land with the house to pass to the husband in full from the date of the agreement. The result depends on the wording of each agreement, so the land should always be named expressly.
ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567 บันทึกข้อตกลงยกบ้านเลขที่ 109/4 ให้สามีและระบุว่าบ้านปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่หนึ่ง โดยไม่ได้ระบุว่ายกที่ดินให้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าบ้านเป็นส่วนควบของที่ดิน และเมื่อตีความข้อตกลงตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 เห็นได้ว่าคู่กรณีมีเจตนาให้ที่ดินพร้อมบ้านตกเป็นของสามีทั้งหมดนับแต่วันทำบันทึก ผลคดีขึ้นอยู่กับถ้อยคำในข้อตกลงแต่ละฉบับ จึงควรระบุที่ดินไว้โดยชัดแจ้งเสมอ
Can a Thai court award a divorcing spouse more than half of an asset when the claim asked for only half? ศาลไทยจะพิพากษาให้คู่สมรสที่หย่าได้รับทรัพย์สินเกินกว่ากึ่งหนึ่งทั้งที่คำขอท้ายฟ้องขอเพียงกึ่งหนึ่งได้หรือไม่
It can where the whole asset is within the issues in dispute and the award follows from the agreement the court upholds. In Decision 452/2567 the husband had asked for half of the land because his case was that the divorce agreement was involuntary. Once the agreement was upheld and read as giving him the land with the house, the Supreme Court held that ordering transfer of the whole plot did not exceed the claim under Civil Procedure Code sections 142, 246 and 252, noting also that the plot's value did not exceed half of the appraised marital property.
ได้ในกรณีที่ทรัพย์สินทั้งรายการยังอยู่ในประเด็นพิพาทและผลนั้นเป็นไปตามข้อตกลงที่ศาลรับรอง ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567 สามีขอแบ่งที่ดินเพียงกึ่งหนึ่งเพราะตั้งรูปเรื่องว่าบันทึกข้อตกลงไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ เมื่อบันทึกใช้บังคับได้และตีความได้ว่ายกที่ดินพร้อมบ้านให้สามี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการพิพากษาให้โอนที่ดินทั้งแปลงไม่เกินคำขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142, 246 และ 252 โดยมูลค่าที่ดินไม่สูงเกินกึ่งหนึ่งของราคาประเมินสินสมรสด้วย
What happens to marital property that the divorce registration agreement does not list? สินสมรสที่ไม่ได้ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าจะเป็นอย่างไร
Decision 452/2567 does not lay down a general rule on unlisted assets. The husband claimed five further items he said were concealed, and the only one that reached the Supreme Court was the land under the house, which the Court treated as covered by the house clause through interpretation under CCC section 368. The other items were dealt with by the lower courts and were not before the Supreme Court. The practical lesson is that any asset left out of the agreement invites a later dispute over whether it was meant to be included.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567 ไม่ได้วางหลักทั่วไปเรื่องทรัพย์สินที่ไม่ได้ระบุไว้ สามีอ้างสินสมรสอีก 5 รายการที่ว่าภริยาปกปิด แต่รายการเดียวที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาคือที่ดินที่บ้านตั้งอยู่ ซึ่งศาลฎีกาถือว่าอยู่ในข้อตกลงเรื่องบ้านโดยการตีความตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 ส่วนรายการอื่นยุติไปตามคำพิพากษาศาลล่างและไม่ได้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา บทเรียนในทางปฏิบัติคือทรัพย์สินใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในบันทึกย่อมเป็นช่องให้เกิดข้อพิพาทภายหลังว่ามีเจตนาให้รวมอยู่ด้วยหรือไม่
📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
Avertissement : Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต