บรรพ 6: มรดก
การตกทอดมรดก พินัยกรรม ทายาทโดยธรรม ผู้จัดการมรดก
มาตรา 1599 to 1755
มาตราในบรรพนี้ (ที่จัดทำหมายเหตุแล้ว)
- มาตรา 1599 การเปิดการสืบมรดก การสืบมรดกเริ่มขึ้นเมื่อบุคคลถึงแก่ความตาย ทรัพย์มรดกตกทอดสู่ทายาทโดยทันทีตามผลของกฎหมาย ภายใต้การชำระหนี้และการให้ตามพินัยกรรม
- มาตรา 1600 มรดกประกอบด้วยอะไรบ้าง กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่สิ่งที่โดยสภาพหรือโดยกฎหมายเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ ข้อที่ผู้จัดการมรดกต้องคำนึงมีสองประการ คือ หนี้สินและความรับผิดตกทอดไปพร้อมกับทรัพย์สิน และสิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ เช่น สิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดู ย่อมไม่ตกทอดไปเป็นมรดก
- มาตรา 1601 ทายาทรับผิดต่อหนี้ของกองมรดกเพียงเท่าที่ทรัพย์มรดกตกทอดมาถึงตน เจ้าหนี้กองมรดกไม่สามารถบังคับเอาจากทรัพย์สินส่วนตัวของทายาทได้
- มาตรา 1602
- มาตรา 1603
- มาตรา 1604 บุคคลธรรมดาจะเป็นทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีสภาพบุคคลหรือสามารถมีสิทธิได้ในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทารกที่ถือปฏิสนธิก่อนการตายและคลอดออกมาโดยมีชีวิตภายใน ๓๑๐ วันนับแต่วันนั้นถือว่ามีสภาพบุคคลในขณะที่เจ้ามรดกตาย
- มาตรา 1605
- มาตรา 1606 การถูกกำจัดมิให้รับมรดกเพราะความประพฤติไม่สมควร
- มาตรา 1607
- มาตรา 1608
- มาตรา 1609
- มาตรา 1610
- มาตรา 1611
- มาตรา 1612
- มาตรา 1613
- มาตรา 1614
- มาตรา 1615
- มาตรา 1616
- มาตรา 1617
- มาตรา 1618
- มาตรา 1619
- มาตรา 1620 ทายาทโดยธรรม, ลำดับชั้น หากไม่มีพินัยกรรม กองมรดกตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับ 6 ลำดับ ลำดับสูงกว่ากันลำดับต่ำ ภายในลำดับเดียวกันแบ่งเท่ากัน
- มาตรา 1621
- มาตรา 1622
- มาตรา 1623 ทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศเมื่อพระภิกษุนั้นมรณภาพตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนา เว้นแต่พระภิกษุจะได้จำหน่ายไปในระหว่างมีชีวิตหรือโดยพินัยกรรม
- มาตรา 1624
- มาตรา 1625 การแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิต เมื่อผู้ตายมีคู่สมรส ต้องชำระบัญชีทรัพย์สินระหว่างสมรสก่อน คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของสินสมรส จากนั้นจึงแบ่งส่วนที่เหลือเป็นกองมรดกตามบทบัญญัติแห่งบรรพ ๖
- มาตรา 1626
- มาตรา 1627 บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองและบุตรบุญธรรมเป็นผู้สืบสันดาน มาตรานี้ครอบคลุมบุตรสองประเภท มิใช่ประเภทเดียว คือ บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม ทั้งสองประเภทให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้ ผลคือเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่หนึ่งตามมาตรา 1629 (1) ทั้งนี้ ถ้อยคำในมาตรานี้ใช้คำว่าบิดาได้รับรองแล้ว ซึ่งมิใช่ถ้อยคำเดียวกับการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1547
- มาตรา 1628 คู่สมรสที่แยกกันอยู่ยังคงมีสิทธิรับมรดก
- มาตรา 1629 ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ, รายละเอียด (1) ผู้สืบสันดาน (2) บิดามารดา (3) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน (4) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน (5) ปู่ย่าตายาย (6) ลุงป้าน้าอา
- มาตรา 1630
- มาตรา 1631
- มาตรา 1632
- มาตรา 1633 ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน หากมีทายาทเพียงคนเดียวในลำดับนั้น ทายาทคนนั้นได้รับส่วนแบ่งทั้งหมดที่ตกแก่ลำดับนั้น
- มาตรา 1634
- มาตรา 1635 ส่วนของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่รับมรดกคู่กับลำดับทายาทใดก็ตามที่รับมรดก โดยได้ส่วนต่างกันขึ้นกับลำดับนั้น
- มาตรา 1636
- มาตรา 1637
- มาตรา 1638
- มาตรา 1639
- มาตรา 1640
- มาตรา 1641
- มาตรา 1642
- มาตรา 1643
- มาตรา 1644
- มาตรา 1645
- มาตรา 1646 สิทธิทำพินัยกรรม มาตรานี้ให้บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่าง ๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้ ทั้งนี้มาตรานี้ไม่ได้กำหนดอายุขั้นต่ำไว้ อายุขั้นต่ำอยู่ในมาตรา 1703 ซึ่งกำหนดว่าพินัยกรรมซึ่งบุคคลที่มีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ
- มาตรา 1647
- มาตรา 1648
- มาตรา 1649 ผู้จัดการมรดกที่ผู้ตายตั้งไว้ในพินัยกรรมมีหน้าที่จัดการทำศพ หากไม่มีผู้จัดการมรดกดังกล่าว บุคคลผู้ได้รับทรัพย์มรดกมากที่สุดไม่ว่าโดยพินัยกรรมหรือโดยธรรมจะมีหน้าที่นี้ เว้นแต่ศาลจะตั้งบุคคลอื่นตามคำร้องของผู้มีส่วนได้เสีย
- มาตรา 1650
- มาตรา 1651
- มาตรา 1652
- มาตรา 1653 ผู้เขียนพินัยกรรมและพยานรับประโยชน์ตามพินัยกรรมไม่ได้ ผู้เขียนพินัยกรรมหรือพยานในพินัยกรรม จะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ และข้อห้ามนี้ใช้แก่คู่สมรสของผู้เขียนหรือพยานด้วย ในกรณีพินัยกรรมทำด้วยวาจาตามมาตรา 1663 ให้ถือว่าเจ้าพนักงานผู้จดข้อความที่พยานแจ้งเป็นผู้เขียนพินัยกรรมตามความหมายของมาตรานี้ หลักนี้เป็นข้อที่มักถูกมองข้ามเมื่อคนในครอบครัวช่วยจัดทำพินัยกรรม เพราะการช่วยเขียนหรือเป็นพยานอาจทำให้ทรัพย์ที่ตั้งใจยกให้ผู้นั้นหรือคู่สมรสของผู้นั้นเสียไป
- มาตรา 1654 เวลาที่พิจารณาความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมและผู้รับพินัยกรรม มาตรานี้ใช้เวลาสองช่วงที่ต่างกัน ความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมให้พิจารณาแต่ในเวลาที่ทำพินัยกรรมเท่านั้น ผู้ทำพินัยกรรมที่เสียความสามารถไปในภายหลังจึงไม่ทำให้พินัยกรรมที่ทำไว้โดยสมบูรณ์แล้วเสียไป ส่วนความสามารถของผู้รับพินัยกรรมให้พิจารณาแต่ในเวลาที่ผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายเท่านั้น
- มาตรา 1655 พินัยกรรมต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น พินัยกรรมจะทำได้ก็แต่ตามแบบใดแบบหนึ่งที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้เท่านั้น ไม่มีพินัยกรรมที่สมบูรณ์นอกเหนือจากแบบเหล่านั้น เอกสารที่แสดงเจตนาเผื่อตายแต่ไม่ต้องด้วยแบบใดแบบหนึ่ง ย่อมไม่มีผลเป็นพินัยกรรม แบบต่าง ๆ บัญญัติไว้ในมาตรา 1656 ถึงมาตรา 1663
- มาตรา 1656 พินัยกรรมแบบธรรมดา พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน ซึ่งต้องลงลายมือชื่อในขณะนั้นต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม
- มาตรา 1657 พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับต้องเขียนด้วยลายมือผู้ทำพินัยกรรมทั้งหมดและลงลายมือชื่อ ไม่ต้องมีพยาน
- มาตรา 1658 พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองทำต่อหน้านายอำเภอผู้บันทึกเจตนาของผู้ทำพินัยกรรมและจดทะเบียนพินัยกรรมในทะเบียนทางการ
- มาตรา 1659
- มาตรา 1660 พินัยกรรมเอกสารลับ พินัยกรรมเอกสารลับเป็นเอกสารที่ผู้ทำเขียนหรือพิมพ์ ปิดผนึก ลงลายมือชื่อคาบเชื่อมตราผนึก และส่งมอบต่อนายอำเภอผู้บันทึกการส่งมอบโดยเก็บเนื้อหาเป็นความลับ
- มาตรา 1661
- มาตรา 1662
- มาตรา 1663 พินัยกรรมทำด้วยวาจาในพฤติการณ์พิเศษ ในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษซึ่งไม่อาจทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือในเวลาที่มีโรคระบาดหรือสงคราม ผู้ทำพินัยกรรมจะทำพินัยกรรมด้วยวาจาก็ได้ โดยต้องแสดงเจตนากำหนดข้อพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนซึ่งอยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้น พยานทั้งสองต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอโดยมิชักช้า และแจ้งข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมสั่งไว้ด้วยวาจา พร้อมทั้งวัน เดือน ปี สถานที่ และพฤติการณ์พิเศษนั้น ให้นายอำเภอจดข้อความที่พยานแจ้งไว้ และพยานทั้งสองลงลายมือชื่อ ถ้าลงลายมือชื่อไม่ได้ จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคนก็ได้
- มาตรา 1664
- มาตรา 1665
- มาตรา 1666
- มาตรา 1667 พินัยกรรมที่คนในบังคับไทยทำในต่างประเทศ คนในบังคับไทยที่จะทำพินัยกรรมในต่างประเทศ อาจทำตามแบบซึ่งกฎหมายของประเทศที่ทำพินัยกรรมบัญญัติไว้ หรือตามแบบที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้ก็ได้ เมื่อทำตามแบบที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้ อำนาจและหน้าที่ของกรมการอำเภอตามมาตรา 1658 1660 1661 1662 และ 1663 ให้ตกแก่พนักงานทูตหรือกงสุลฝ่ายไทยซึ่งกระทำการตามขอบอำนาจของตน หรือพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายของต่างประเทศนั้น
- มาตรา 1668
- มาตรา 1669
- มาตรา 1670
- มาตรา 1671
- มาตรา 1672 อำนาจรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามบรรพนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ มีอำนาจและหน้าที่เท่าที่เกี่ยวกับกระทรวงนั้น ๆ ที่จะออกกฎกระทรวงเพื่อให้การเป็นไปตามบรรพนี้ รวมทั้งกำหนดอัตราค่าฤชาธรรมเนียมอันเกี่ยวกับการนั้น
- มาตรา 1673
- มาตรา 1674
- มาตรา 1675
- มาตรา 1676
- มาตรา 1677
- มาตรา 1678
- มาตรา 1679
- มาตรา 1680
- มาตรา 1681
- มาตรา 1682
- มาตรา 1683
- มาตรา 1684
- มาตรา 1685
- มาตรา 1686 ทรัสต์ไม่มีผล เว้นแต่มีกฎหมายว่าด้วยทรัสต์
- มาตรา 1687
- มาตรา 1688
- มาตรา 1689
- มาตรา 1690
- มาตรา 1691
- มาตรา 1692
- มาตรา 1693 การเพิกถอนพินัยกรรม ผู้ทำพินัยกรรมเพิกถอนพินัยกรรมเมื่อใดก็ได้ในระหว่างมีชีวิตอยู่, ทำพินัยกรรมฉบับใหม่ ทำลายเอกสารโดยมีเจตนาเพิกถอน หรือทำหนังสือเพิกถอนในแบบเดียวกัน
- มาตรา 1694
- มาตรา 1695
- มาตรา 1696
- มาตรา 1697 พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับก่อนเฉพาะส่วนที่ขัดกัน เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรมจะได้แสดงเจตนาไว้เป็นอย่างอื่นในพินัยกรรม ถ้าปรากฏว่าพินัยกรรมฉบับก่อนกับฉบับหลังขัดกัน ให้ถือว่าพินัยกรรมฉบับก่อนเป็นอันเพิกถอนโดยพินัยกรรมฉบับหลังเฉพาะในส่วนที่ข้อกำหนดขัดกันเท่านั้น ส่วนอื่นของพินัยกรรมฉบับก่อนยังคงมีผลอยู่ การทำพินัยกรรมฉบับใหม่จึงมิได้ลบล้างฉบับเก่าทั้งฉบับโดยอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ หากประสงค์จะเพิกถอนพินัยกรรมเดิมทั้งหมด ควรระบุไว้ให้ชัดแจ้งในพินัยกรรมฉบับใหม่
- มาตรา 1698
- มาตรา 1699 หากพินัยกรรมหรือข้อกำหนดในพินัยกรรมไม่มีผลบังคับด้วยเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม หรือตกแก่แผ่นดินหากไม่มีทายาท
- มาตรา 1700
- มาตรา 1701
- มาตรา 1702
- มาตรา 1703 พินัยกรรมที่ทำก่อนอายุสิบห้าปีบริบูรณ์เป็นโมฆะ พินัยกรรมซึ่งบุคคลที่มีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ อายุที่ทำพินัยกรรมได้ตามกฎหมายไทยจึงเป็นสิบห้าปีบริบูรณ์ ซึ่งต่ำกว่าอายุบรรลุนิติภาวะ ผู้ที่มีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไปย่อมทำพินัยกรรมที่สมบูรณ์ได้ แม้จะยังเป็นผู้เยาว์ก็ตาม
- มาตรา 1704 พินัยกรรมของคนไร้ความสามารถหรือผู้มีจิตไม่สมประกอบ พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ ส่วนพินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกอ้างว่าเป็นคนวิกลจริตแต่ศาลยังมิได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น ย่อมไม่เป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ จะเป็นโมฆะก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำพินัยกรรมนั้น ผู้ทำพินัยกรรมจริตวิกลอยู่ ข้อแตกต่างนี้สำคัญในทางปฏิบัติ เพราะในกรณีหลังภาระการพิสูจน์ตกแก่ฝ่ายที่โต้แย้งพินัยกรรม
- มาตรา 1705 พินัยกรรมที่ขัดต่อบทบัญญัติเรื่องแบบเป็นโมฆะ พินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมย่อมเป็นโมฆะ ถ้าขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา 1652 มาตรา 1653 มาตรา 1656 มาตรา 1657 มาตรา 1658 มาตรา 1660 มาตรา 1661 หรือมาตรา 1663 รายการนี้เป็นรายการปิด และครอบคลุมทั้งแบบของพินัยกรรมแต่ละประเภทและข้อห้ามมิให้ผู้เขียนหรือพยานรับประโยชน์ เนื่องจากมาตรานี้ใช้แก่ข้อกำหนดพินัยกรรมด้วย มิใช่เฉพาะทั้งฉบับ ข้อกำหนดที่ขัดต่อกฎหมายเพียงข้อเดียวจึงอาจเสียไป โดยส่วนที่เหลือของพินัยกรรมยังคงมีผล
- มาตรา 1706
- มาตรา 1707
- มาตรา 1708
- มาตรา 1709
- มาตรา 1710
- มาตรา 1711 การตั้งผู้จัดการมรดก การตั้งผู้จัดการมรดก.
- มาตรา 1712
- มาตรา 1713 ต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก เมื่อพินัยกรรมไม่ได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ หรือไม่มีพินัยกรรม ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียต้องร้องต่อศาลขอตั้งผู้จัดการมรดก
- มาตรา 1714
- มาตรา 1715 ผู้ทำพินัยกรรมอาจตั้งผู้จัดการมรดกหนึ่งคนหรือหลายคนก็ได้ หากมีผู้จัดการมรดกหลายคนและเหลืออยู่เพียงคนเดียว คนนั้นมีอำนาจจัดการได้โดยลำพัง หากยังมีผู้จัดการมรดกหลายคนอยู่ สันนิษฐานว่าผู้จัดการมรดกแต่ละคนจะจัดการโดยลำพังไม่ได้
- มาตรา 1716
- มาตรา 1717
- มาตรา 1718 บุคคลที่เป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้ บุคคลสามจำพวกต่อไปนี้จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้ คือ ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย ข้อห้ามนี้เป็นข้อห้ามเด็ดขาด การตั้งบุคคลเหล่านี้เป็นผู้จัดการมรดกจึงใช้ไม่ได้ แม้ทายาททุกคนจะตกลงยินยอมก็ตาม
- มาตรา 1719 อำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดก (ตามพินัยกรรมหรือตามคำสั่งศาล) มีทั้งสิทธิและหน้าที่ในการปฏิบัติตามพินัยกรรม จัดการทรัพย์มรดกในกิจการประจำวัน และแบ่งทรัพย์ให้ทายาท
- มาตรา 1720 ความรับผิดของผู้จัดการมรดก
- มาตรา 1721
- มาตรา 1722
- มาตรา 1723
- มาตรา 1724
- มาตรา 1725 ผู้จัดการมรดกต้องสืบหาตัวผู้มีส่วนได้เสียโดยสมควรและแจ้งให้ทราบถึงข้อกำหนดในพินัยกรรมที่เกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียนั้นภายในเวลาอันสมควร
- มาตรา 1726
- มาตรา 1727 การถอดถอนผู้จัดการมรดก ศาลถอดถอนผู้จัดการมรดกได้เพราะความประพฤติเสียหาย จัดการมิชอบ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามคำร้องของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย
- มาตรา 1728 กำหนดเวลาที่ผู้จัดการมรดกต้องเริ่มทำบัญชีทรัพย์
- มาตรา 1729 กำหนดเวลาและพยานในการทำบัญชีทรัพย์มรดก ผู้จัดการมรดกต้องทำบัญชีทรัพย์มรดกให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือนนับแต่เวลาที่ระบุไว้ในมาตรา 1728 แต่ศาลอาจขยายกำหนดเวลานั้นได้เมื่อผู้จัดการมรดกร้องขอก่อนสิ้นกำหนดหนึ่งเดือน การทำบัญชีทรัพย์มรดกต้องทำต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน ซึ่งต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก และบุคคลซึ่งเป็นพยานในพินัยกรรมไม่ได้ตามมาตรา 1670 ย่อมเป็นพยานในการทำบัญชีทรัพย์มรดกไม่ได้เช่นกัน
- มาตรา 1730
- มาตรา 1731
- มาตรา 1732
- มาตรา 1733 การให้อนุมัติหรือปลดเปลื้องความรับผิดเกี่ยวกับบัญชีการจัดการมรดกไม่มีผลเว้นแต่จะกระทำหลังจากส่งมอบบัญชีแล้วอย่างน้อยห้าปี นอกจากนี้ คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกห้ามทายาทฟ้องเกินกว่าห้าปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง
- มาตรา 1734 ความรับผิดของทายาทในหนี้มรดก ทายาทไม่ต้องรับผิดส่วนตัวในหนี้ของผู้ตายเกินมูลค่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ
- มาตรา 1735
- มาตรา 1736
- มาตรา 1737
- มาตรา 1738
- มาตรา 1739
- มาตรา 1740
- มาตรา 1741
- มาตรา 1742
- มาตรา 1743
- มาตรา 1744
- มาตรา 1745
- มาตรา 1746
- มาตรา 1747
- มาตรา 1748
- มาตรา 1749
- มาตรา 1750 วิธีแบ่งมรดกระหว่างทายาท
- มาตรา 1751
- มาตรา 1752
- มาตรา 1753
- มาตรา 1754 อายุความฟ้องเรียกมรดก ห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีฟ้องเรียกตามข้อกำหนดพินัยกรรมห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่ผู้รับพินัยกรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงสิทธิของตนตามพินัยกรรม และเจ้าหนี้ของเจ้ามรดกซึ่งมีอายุความยาวกว่าหนึ่งปีก็ห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย ทั้งนี้ ห้ามฟ้องเกินสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตายในทุกกรณี
- มาตรา 1755 อายุความหนึ่งปีในเรื่องมรดกนั้น จะยกขึ้นต่อสู้ได้ก็แต่โดยบุคคลซึ่งเป็นทายาท หรือบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาท หรือโดยผู้จัดการมรดกเท่านั้น