เล่ม 2: ความผิดเฉพาะเรื่อง ภาค ๒: ความผิด
Sections / มาตรา 107-366/4 — 288 sections / มาตรา
Titles in this Book / ลักษณะในภาคนี้
หมวดที่ 1 ลักษณะ ๑
ความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของราชอาณาจักร
ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
Sections / มาตรา 107-135- บทที่ 1: ความผิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ Ss. / มาตรา 107-112
- บทที่ 2: ความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร Ss. / มาตรา 113-118
- บทที่ 3: การกระทำผิดต่อความมั่นคงภายนอกของราชอาณาจักร Ss. / มาตรา 119-129
- บทที่ 4: การกระทำผิดต่อความสัมพันธ์ฉันมิตรกับต่างประเทศ Ss. / มาตรา 130-135
หัวข้อที่ 1/1 ลักษณะ ๑/๑
ความผิดฐานก่อการร้าย
ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย
Sections / มาตรา 135/1-135/4หมวดที่ 2 ลักษณะ ๒
ความผิดเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน
ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
Sections / มาตรา 136-166หมวดที่ 3 ลักษณะ ๓
ความผิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม
ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
Sections / มาตรา 167-205หัวข้อที่ 4 ลักษณะ ๔
ความผิดที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
ความผิดเกี่ยวกับศาสนา
Sections / มาตรา 206-208หัวข้อที่ 5 ลักษณะ ๕
ความผิดเกี่ยวกับการรบกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
Sections / มาตรา 209-216หมวดที่ 6 ลักษณะ ๖
ความผิดที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะ
ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
Sections / มาตรา 217-239หมวดที่ 7 ลักษณะ ๗
ความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงและการดัดแปลงเอกสาร
ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
Sections / มาตรา 240-269/7หมวดที่ 8 ลักษณะ ๘
ความผิดเกี่ยวกับการค้า
ความผิดเกี่ยวกับการค้า
Sections / มาตรา 270-275หัวข้อ IX ลักษณะ ๙
ความผิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ
ความผิดเกี่ยวกับเพศ
Sections / มาตรา 276-287/2ชื่อเรื่อง X ลักษณะ ๑๐
ความผิดต่อชีวิตและร่างกาย
ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
Sections / มาตรา 288-308หัวข้อที่ 11 ลักษณะ ๑๑
ความผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง
ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
Sections / มาตรา 309-333หมวดที่ 12 ลักษณะ ๑๒
ความผิดต่อทรัพย์สิน
ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
Sections / มาตรา 334-366- บทที่ 1: การลักทรัพย์และการฉกชิงทรัพย์ Ss. / มาตรา 334-336/2
- บทที่ 2: การรีดไถ การข่มขู่ การปล้น และการปล้นโดยแก๊ง Ss. / มาตรา 337-340
- บทที่ 3: การโกงและการฉ้อโกง Ss. / มาตรา 341-348
- บทที่ 4: การโกงเจ้าหนี้ Ss. / มาตรา 349-351
- บทที่ 5: การยักยอกทรัพย์ Ss. / มาตรา 352-356
- บทที่ 6: การรับของโจร Ss. / มาตรา 357
- บทที่ 7: ความซุกซน Ss. / มาตรา 358-361
- บทที่ 8: การบุกรุก Ss. / มาตรา 362-366
หมวดที่ 13 ลักษณะ ๑๓
ความผิดที่เกี่ยวข้องกับศพ
ความผิดเกี่ยวกับศพ
Sections / มาตรา 366/1-366/4Whoever does an act of violence against the King shall be punished with death or imprisonment for life.
ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
ผู้ใดกระทำการรุนแรงต่อพระราชินีหรือรัชทายาท จะต้องถูกลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่เป็นสาเหตุของการประทุษร้ายต่อพระราชินีหรือรัชทายาทฮ่องกงวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดพยายามกระทำการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 107 หรือมาตรา 108 จะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำความผิดที่สำเร็จแล้ว
ใครที่พยายามริเริ่มการตามมาตรา ๑๐๗ หรือมาตรา ๑๐๘ ทบทวนจุลินทรีย์เพื่อผู้ตัดสินความผิดสำเร็จ
ผู้ใดกระทำการรุนแรงต่อผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จะต้องถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบหกถึงยี่สิบปี
ใครก็ตามที่สงสัยว่าการประทุษร้ายต่อผู้สำเร็จราชการแทนคานระต้องโทษประหารชีวิตหรือโทษตั้งแต่สิบหกปีถึงสิ้นปี
ผู้ใดพยายามกระทำการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 110 จะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำความผิดที่สำเร็จแล้ว
ใครก็ตามที่พยายามจะปฏิบัติตามมาตรา ๑๑๐ ต้นระวางระบบที่ผู้มีอำนาจกระทำความผิด
ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือข่มขู่พระมหากษัตริย์ พระบรมราชินีนาถ รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบห้าปี นี่คือกฎหมายหมิ่นพระบรมราชานุภาพของประเทศไทย
ใครที่หมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนระบบปฏิบัติการของฮ่องกงระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
ผู้ใดก็ตามที่ใช้กำลังหรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังเพื่อ:
(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ
(2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการของรัฐตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หรือทำให้อำนาจดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้ หรือ
(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจการปกครองส่วนใดส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร
ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครๆ ก็ใช้กำลังประทุษร้ายหรือบางทีอาจจะเป็นเพราะว่ากำลังประทุษร้ายเพื่อ
(๑) ล้มล้างหรืออัปเดต
(๒) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารหรืออำนาจตุลาการแห่งการพิจารณาหรืออ้างถึงอำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้หรือ
(๓) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดถืออำนาจในส่วนใดส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร
โตระวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดสะสมกำลังหรืออาวุธ จัดหาหรือเก็บรวบรวมทรัพย์สิน จัดให้มีการฝึกอบรมการต่อสู้หรือการฝึกอบรมอาวุธ หรือกระทำการอื่นใดเพื่อเตรียมการกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 113 จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบห้าปี
ใครที่สะสมกำลังพลหรือการตรวจสอบหรือประกอบสถานที่นั้นหรือรับการสนับสนุนการรบหรือการใช้ระบบควบคุมหรือส่วนเสริมการอื่นใดเพื่อเตรียมการก่อการสนับสนุนการสนับสนุนการสนับสนุนสนับสนุนมาตรา ๑๑๓ ไตรระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
ผู้ใดชักชวนทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ละทิ้งหน้าที่หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จะต้องถูกลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หากการกระทำความผิดเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการสู้รบหรือสงคราม ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกไม่เกินสิบปี
เจ้าของยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการหรือให้ละเลยไม่ใช่การปฏิบัติตามหน้าที่ของดาราวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
ความผิดนั้นได้ในเวลาที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้หรือสงครามผู้มีอำนาจต้องระโทษจำคุกไม่เกินสิบปี
ผู้ใดก็ตามที่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนด้วยคำพูด การเขียน หรือวิธีการอื่นใด ซึ่งไม่ใช่การกระทำที่อยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างสุจริตใจ เพื่อ:
(1) ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายของประเทศหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังหรือความรุนแรง
(2) ปลุกปั่นความไม่สงบและความไม่พอใจในหมู่ประชาชนในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ หรือ
(3) ทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมายของประเทศ
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
ใครก็ตามที่ทำให้มองเห็นแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นภายในความมุ่งหมายแห่งการเข้าถึงหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
(๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นหรือรัฐบาลต้องใช้ใจเพื่อใช้ประทุษร้าย
(๒) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องประชาชนถึงขนาดที่จะเริ่มต้นระบบสนับสนุนขึ้นในราชอาณาจักรหรือ
(๓) เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามกฎหมายแผ่น
โดระต้องโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
ผู้ใดยุยงหรือก่อให้เกิดการนัดหยุดงาน การปิดโรงงาน หรือการคว่ำบาตรร่วมกันต่อบุคคลใด ๆ ในลักษณะที่อาจบั่นทอนความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในส่วนของยุยงหรือที่การร่วมกันหยุดงานร่วมกันปิดงาน งดจ้างหรือไม่ยอมค้าขายกับบุคคลใดๆ ที่จะเกิดขึ้นเป็นรัฐหรือต่อเนื่องจากการขัดอย่างเรียบร้อยหรือจะถือเป็นผลดีของประชาชนโรงภาพยนตร์ระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งสี่แสนหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำความผิดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 113 มาตรา 114 หรือมาตรา 117 หากการกระทำความผิดนั้นกระทำไปเพื่อหรือเนื่องด้วยความช่วยเหลือจากรัฐต่างประเทศหรือคนต่างด้าว จะต้องถูกลงโทษจำคุกเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
ใครเป็นผู้พิจารณาสนับสนุนสนับสนุนมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ หรือมาตรา ๑๑๗ องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนโดยเพื่อหรือเนื่องจากการแสดงความคิดเห็นช่วยเหลือจากรัฐต่างประเทศหรือคนต่างด้าว ผู้มีอำนาจต้องระวางระบบหนักกว่าที่สนับสนุนการสนับสนุนมาตราดังกล่าว กึ่งหนึ่ง
ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อทำให้ราชอาณาจักรหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรตกอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างชาติ หรือทำให้เอกราชของรัฐเสื่อมถอยลง ผู้นั้นต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ผู้ใดก็ตามที่ดำเนินการใดๆ ก็ตามที่ราชอาณาจักรหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรตกไปได้รับอำนาจอธิปไตยรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชเสื่อมเสียไปฎีกาวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
บุคคลใดก็ตามที่เป็นพลเมืองไทย มีส่วนร่วมหรือเตรียมที่จะมีส่วนร่วมในการก่อความไม่สงบต่อประเทศไทย หรือทำหน้าที่เป็นตัวแทนของศัตรูต่อราชอาณาจักร จะต้องถูกลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครเป็นคนไทยในการต่อสู้กับการต่อสู้หรือเตรียมการเพื่อทำการสู้ต่อประเทศไทยหรือเป็นสมุนของศัตรูเพื่อเฝ้าระวังราชอาณาจักรฮ่องกงประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดกระทำการใดๆ จากนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นอันตรายต่อประเทศชาติเพื่อก่อให้เกิดสงครามหรือการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย จะต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบถึงยี่สิบปี
ใครก็ตามที่การใดก็ตามเพื่อให้เกิดผลร้ายต่อประเทศจากภายนอกราชอาณาจักรในอันอันที่จะก่อให้เกิดสงครามหรือเป็นผลปฏิปักษ์ต่อประเทศไทยเพดานระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือตลอดชีวิตตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี
ผู้ใดให้ความช่วยเหลือแก่ศัตรูในเรื่องสงคราม จะต้องถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบถึงยี่สิบปี
ใครก็ตามที่เป็นผู้ใดก็ตามที่ถือเป็นอุปการะแก่ศัตรูในสงครามหลังคาระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือตำนานตั้งแต่สิบปีถึงสิ้นปี
ผู้ใดกระทำการใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อราชอาณาจักร โดยสมคบคิดกับรัฐต่างชาติหรือบุคคลที่กระทำการแทนรัฐต่างชาติ จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี
ใครก็ตามที่เห็นว่าการใดๆ จะยังคงเหลือความชั่วร้ายแก่ราชอาณาจักร โดยสมคบกับรัฐต่างประเทศหรือบุคคลผู้มีอำนาจเพื่อรัฐต่างประเทศ OSERA วางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี
ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล เอกสาร หรือสิ่งใด ๆ ที่ถูกเก็บเป็นความลับเพื่อความมั่นคงของประเทศ จะต้องถูกลงโทษจำคุกไม่เกินสิบปี
ใครก็ตามที่กล่าวหาการใดๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งมาซึ่งข้อความเอกสารหรือชั้นๆ ในปกปิดไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับความปลอดภัยในภัตตาคารระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี
ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อเปิดเผยข้อมูล เอกสาร หรือสิ่งใด ๆ ที่เก็บรักษาเป็นความลับเพื่อความมั่นคงของประเทศ ให้แก่บุคคลที่ไม่ควรรู้ จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี
ใครก็ตามที่ทำการใดก็ตามเพื่อให้ข้อความเอกสารหรือชั้นๆ ของการปกปิดไว้เป็นที่ทราบถึงความปลอดภัยที่ทราบถึงประสิทธิภาพของสาธารณชนได้ทราบถึงเพดานของการจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 124 หรือมาตรา 125 หากการกระทำความผิดนั้นกระทำเพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศ จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี
ใครที่ริเริ่มความผิดตามมาตรา ๑๒๔ หรือมาตรา ๑๒๕ องค์กรที่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อประโยชน์แก่รัฐผู้มีอำนาจภายนอกต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี
ผู้ใดทำการสอดแนมให้แก่รัฐต่างชาติภายในราชอาณาจักร จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงยี่สิบปี
ผู้ทำการจารกรรมเพื่อรัฐต่างประเทศภายในราชอาณาจักรฮ่องกงต้องเฝ้าระวังตั้งแต่สามปีถึงการเพิกถอนปี
ผู้ใดกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 124 ถึง 127 ในช่วงเวลาที่มีการสู้รบหรือสงคราม จะต้องถูกลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครเป็นผู้รับผิดชอบสนับสนุนสนับสนุนมาตรา ๑๒๔ ถึงมาตรา ๑๒๗ ตามเวลาที่การต่อสู้หรือสงครามดาราพลเรือนวางประหารชีวิตหรือชีวิต
ผู้ใดทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้เสียหายทรัพย์สินหรือสิ่งอื่นใดที่ใช้หรือจะใช้เพื่อสงครามหรือเพื่อการป้องกันประเทศ จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี
หากการกระทำความผิดเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการสู้รบหรือสงคราม ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครที่ทำลายหรือทำให้เสื่อมค่าหรือความเสียหายซึ่งทรัพย์สินหรือสิ่งอื่นใดอันใช้หรือพิจารณาการบริโภคสงครามหรือการป้องกันประเทศโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี
ความผิดนั้นได้ในเวลาที่มีการต่อสู้กับหรือสงครามผู้มีอำนาจต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดกระทำการรุนแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพของประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี
หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี
หากการกระทำนั้นเป็นสาเหตุให้ประมุขของรัฐต่างประเทศถึงแก่ความตาย ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่กล่าวหาการประทุษร้ายต่อร่างกายหรือการกระทำของประมุขแห่งรัฐต่างประเทศวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี
เหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายสาหัสผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงการเพิกถอนปี
สาเหตุที่เป็นเหตุให้ประมุขของรัฐต่างประเทศถึงผู้มีอำนาจต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือข่มขู่ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครที่มองดูดูหมิ่นหรือแสดงความชั่วร้ายมาดร้ายประมุขของรัฐต่างประเทศดูระวางโทษจำคุกตั้งแต่ปีถึงเจ็ดปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการรุนแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้แทนรัฐต่างประเทศที่ได้รับแต่งตั้งประจำราชสำนัก จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี
หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี
หากการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่กล่าวถึงการประทุษร้ายต่อร่างกายหรือข้อเสนอของประเทศจีนที่รัฐต่างประเทศที่ได้รับการให้มาสู่พระราชสำนักดาราวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
เหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายสาหัสผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี
สาเหตุก็คือเหตุให้ถึงแก่ความตายซึ่งผู้มีอำนาจต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือข่มขู่ผู้แทนรัฐต่างประเทศที่ได้รับแต่งตั้งประจำราชสำนัก จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดูเหมือนว่าหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความชั่วร้ายมาดชั่วร้ายที่รัฐต่างประเทศที่ได้รับการให้มาสู่พระราชสำนักจอห์นสันวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีหรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการหมิ่นธงชาติหรือตราสัญลักษณ์ใดๆ ของประเทศเพื่อนบ้าน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่มองว่าการดูหมิ่นธงหรือเครื่องหมายอื่น ๆ และใช้แทนรัฐต่างประเทศมองไปที่สัมพันธไมตรีจอห์นสันระวางโทษจำคุกไม่เกินยาวนานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับความผิดตามมาตรา 130 ถึง 134 ศาลจะลงโทษผู้กระทำความผิดได้ก็ต่อเมื่อได้รับการร้องขอจากรัฐบาลของรัฐต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และต้องมีข้อตกลงร่วมกันในลักษณะเดียวกันด้วย
ความผิดตามมาตรา ๑๓๐ ถึงมาตรา ๑๓๔ ในศาลจะลงโทษผู้มีอำนาจได้ต่อเมื่อรัฐบาลของรัฐต่างประเทศนั้นร้องขอ และจะต้องตกลงกันในการตอบสนองในลักษณะเดียวกัน
Whoever commits any of the following criminal acts:
(1) Uses violence, or commits any act causing danger to life, or serious harm to body or liberty of any person;
(2) Commits any act causing serious damage to a public transportation system, telecommunication system, or infrastructure serving the public interest;
(3) Commits any act causing damage to the property of the State, a government agency, or any person, or to the environment, which constitutes sabotage,
if such act is committed with the intent to coerce or intimidate the Thai Government, a foreign government, or an international organization to perform or refrain from performing any act, or to cause panic among the public, such person commits the offence of terrorism and shall be punished with death, imprisonment for life, or imprisonment of three to twenty years and a fine of sixty thousand to one million Baht.
Any act committed during the flight of an aircraft, from the time the door is closed prior to departure until the time the door is opened after arrival, or if the aircraft is forced to land at any place, from the time the door is closed prior to departure until the competent authority takes responsibility for the aircraft, persons and property on board, shall also be deemed an offence of terrorism under paragraph one.
If the offence of terrorism causes death to another person, the offender shall be punished with death.
ผู้ใดกระทำการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้
(๑) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ
(๒) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ
(๓) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นการก่อวินาศกรรม
ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทำหรือไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งล้านบาท
การกระทำในระหว่างการเดินทางของอากาศยาน ตั้งแต่เวลาที่ประตูอากาศยานปิดก่อนออกเดินทางจนถึงเวลาที่ประตูอากาศยานเปิดหลังถึงจุดหมาย หรือถ้าอากาศยานถูกบังคับลง ณ ที่ใด ตั้งแต่เวลาที่ประตูอากาศยานปิดก่อนออกเดินทางจนกว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจะเข้ารับผิดชอบอากาศยานและบุคคลกับทรัพย์สินในอากาศยาน ให้ถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้ายตามวรรคหนึ่งด้วย
ถ้าผู้กระทำความผิดฐานก่อการร้ายกระทำให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษประหารชีวิต
Whoever supports or assists the offender of terrorism before or during the commission of the offence by providing or giving money or property, providing accommodation, providing a hiding place, or committing any act to help the offender of terrorism to escape or to prevent the offender of terrorism from being punished, shall be punished as prescribed for the offence of terrorism.
Whoever conspires to commit the offence of terrorism shall be punished with imprisonment of two to ten years and a fine of forty thousand to two hundred thousand Baht.
If the offence of terrorism has been committed as a result of such conspiracy, the conspirators shall be punished as principals of that offence.
ผู้ใดสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดฐานก่อการร้ายก่อนหรือขณะกระทำความผิด โดยจัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน จัดหาที่พัก จัดหาที่ซ่อนเร้น หรือกระทำการใดๆ เพื่อช่วยให้ผู้กระทำความผิดฐานก่อการร้ายหลบหนี หรือเพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดฐานก่อการร้ายถูกลงโทษ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดฐานก่อการร้าย
ผู้ใดสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ถ้าได้มีการกระทำความผิดฐานก่อการร้ายเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ผู้สมคบกันนั้นต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น
Whoever threatens to commit an offence of terrorism, under circumstances where it is reasonable to believe that such person will carry out the threat, shall be punished with imprisonment not exceeding five years and a fine not exceeding one hundred thousand Baht.
ผู้ใดขู่เข็ญว่าจะกระทำความผิดฐานก่อการร้ายโดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะกระทำการตามที่ขู่เข็ญจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
If the offender under Section 135/2, paragraph two, has repented and prevented the commission of the offence from being accomplished, the Court may impose a punishment less than that prescribed by law for such offence to any extent, or if there are grounds for compassion, the Court may not impose any punishment at all.
ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๕/๒ วรรคสอง กลับใจแก้ไขไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ หรือถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรปรานี ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 136]
ใครดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ตามหน้าที่หรือเพราะได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของดาราวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 137]
ใครแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนทั่วไปต้องโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 138]
โต้แย้งหรืออีกครั้งเจ้าพนักงานหรือบางครั้งต้องช่วยเจ้าพนักงานในการดำเนินการตามหน้าที่ของระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
การสู้รบหรือตรงนั้นนั้นจะต้องเป็นไปตามที่องค์กรกำลังประทุษร้ายหรือป่าวร้องอย่างจริงจังหรือว่าเหตุใดกำลังประทุษร้ายผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 139]
ใครก็ตามที่ใจเจ้าพนักงานให้ตามอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ของกำลังประทุษร้ายหรือส่วนนึงญว่าโรงงานกำลังประทุษร้ายร้านอาหารระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 140]
ความผิดตามมาตรา 138 วรรคสองหรือมาตรา 139 ต้องใช้ความพยายามอีกครั้งหรือโดยร่วมเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อตั้งแต่ขึ้นไป ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สาเหตุโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือผู้ให้บริการตรวจสอบอย่างเป็นทางการอจยี่หรือซ่องโจรส่วนใหญ่มีอยู่หรือผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เป็นเวลานานถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ความผิดตามมาตราดังกล่าวอาจเกิดขึ้นอีกครั้งในไดรฟ์เวอร์หรือวัตถุระเบิด ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษหนักกว่าที่กฎหมายบังคับใช้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 141]
หากคุณถอนความเห็นออกไป ทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือเครื่องหมายอันพนักงานได้สัมผัสหรือบ่งบอกถึงพื้นผิวต่างๆ ในการตรวจสอบตามหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานในการยึดอาดาหรือรักษาประสิทธิภาพปกติของดาราจะต้องวางในระดับสูงขึ้นไปหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 142]
ใครที่ทำให้ประสิทธิภาพทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้ขุ่นเคืองหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเป็นส่วนหรือเอกสารใดๆ ก็ได้ของเจ้าพนักงานได้ยึดรักษาไว้หรือที่ส่งเพื่อเป็นหลักฐานหรือเพื่อบังคับการพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎหมายสมุนไพรเจ้าพนักงานจะรักษาทรัพย์หรือเอกสารนั้นเองหรือรำลึกถึงผู้นั้นหรือผู้อื่นส่งรักษาหรือไว้รำลึกถึงระวางจอห์นสันในสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 143]
ส่วนหนึ่งเรียกรับหรือยอมจะรับคุณสมบัติหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือประโยชน์ตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภานิติบัญญัติหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันการตรวจสอบหรือเป็นผลหรือโดยการดำเนินการให้เป็นผลให้เกิดการเรียกร้องในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นพลเมืองแก่บุคคลใด ๆ ระวางประวัติไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 144]
ไม่ว่ายังไงก็ตามหรือรับมักจะให้คุณสมบัติหรือประโยชน์อื่นใดเจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลเพื่อของใจให้ส่วนที่ไม่เป็นผลจากการหรือประวิงอย่างใดอย่างหนึ่งอันมิชอบด้วยหน้าที่ห้องอาหารระเดือนธันวาคมวางในไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 145]
ใครแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและสมาชิกที่เป็นเจ้าพนักงานโดยสมาชิกสภาเป็นเจ้าพนักงานที่รับผิดชอบต่อการนั้นบริษัทจะวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
เจ้าพนักงานจะได้รับคำสั่งมิให้เป็นไปตามตำแหน่งหน้าที่ต่อไปแล้วยังคงฝ่าฝืนด้วยการใด ๆ ที่เป็นหน้าที่นั้น ๆ ปลาหมึกยักษ์จะเป็นไปตามนั้นในวรรคแรกดุจกัน
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 146]
ทุกคนไม่มีสิทธิที่จะสวมใส่เป็นประจำหรือประดับด้วยเครื่องหมายของพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลผู้มีสิทธิใช้ยศตำแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งที่แสดงถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหล็กสนับสนุนการบังคับใช้ของสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้ระบบในคราวแรกหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 147]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการซื้อกิจการจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของหรือเป็นของผู้อื่นโดยนักข่าวหรือโดยการรายงานยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสียต่อระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 148]
ใครเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจการปกครองโดยมิชอบการอ้างอิงใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใด ๆ มอบให้หรือหามาให้ซึ่งคุณสมบัติหรือประโยชน์อื่นใดที่ตนเองหรือผู้อื่นเป็นโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิ้นปีหรือคดีชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือประหารชีวิต
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 149]
ใครเป็นเจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลเรียกรับหรือยอมที่จะรับคุณสมบัติหรือประโยชน์อื่น ๆ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบที่จะเป็นผลหรือเป็นผลการอย่างใดที่ไม่สำคัญว่าการเจ็บป่วยชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ของสมาชิกจะต้องพิจารณาคดีตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือประวัติชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือประหารชีวิต
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 150]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าของระบบหรือผู้บริหารอย่างใดอย่างใดอย่างหนึ่งเห็นได้ชัดโดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่น ๆ ใด ๆ ที่สามารถเรียกรับหรือยอมจะรับในภายหลังที่ตนจะได้รับเป็นเจ้าพนักงานเห็นว่าปลาหมึกระวางโทษตั้งแต่ห้าปีถึงสิ้นปีหรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 151]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการซื้อผู้บริหารจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ก็ตาม ใช้ความเห็นโดยผู้สื่อข่าวในฐานะที่เป็นผลเสียหาย เทศบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น คอระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิ้นปีหรือตำนานชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแสนสี่บาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 152]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการบริษัทหรือดูแลกิจการใดๆ เข้ามามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้ให้บริการ ตรวจสอบด้วยกิจการนั้นบริษัทระวางระบบตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 153]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการจ่ายทรัพย์จ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าปกติจ่ายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น กรรมการระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 154]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการหรือส่วนประกอบของการทำหน้าที่ตรวจสอบหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่น ๆ โดยการตรวจสอบประวัติหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร แบบฟอร์มหรือเงินนั้นหรือแกนการหรือการดำเนินการอย่างใดเพื่อให้ผู้ควบคุมเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสียหรือเสียน้อยเกินไปต่อความเสียหายของกรรมการระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือประวัติชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่บาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 155]
ใครเป็นเจ้าพนักงานมักจะกำหนดราคาในทรัพย์สินหรือสินค้าใดๆ ในอาภาษีหรือค่าธรรมเนียมการควบคุมโดยปรึกษากำหนดราคาในทรัพย์สินหรือสินค้านั้นเพื่อให้ผู้ควบคุมภาษีเสียอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสียหรือเสียน้อยเกินกว่าที่เขาจะเสียต่อระต้องรับผิดชอบตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 156]
ใครเป็นเจ้าพนักงานตรวจสอบบัญชีการควบคุมโดยตรวจสอบหรือส่วนขององค์กรหรือองค์กรของการอย่างใดอย่างหนึ่งในบางครั้งละเว้นการลงรายการในบัญชีลงรายการเท็จในบัญชีบัญชีหรือซ่อนเร้นหรือทำหลักฐานในการลงบัญชีอันอันจะเป็นผลให้การเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสียหรือเสียในความเสียหายต่อบริษัทระ วางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 157]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการตลอดชีวิตโดยมิชอบที่จะเกิดเหตุการณ์แก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการสอบสวนโดยคณะกรรมการระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้ง
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 158]
ใครเป็นเจ้าพนักงานมักจะทำลาย ซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้การกระทำหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์หรือเอกสารใดอันเป็นหน้าที่ที่จะเกิดขึ้นหรือรักษาไว้หรือความเชื่อให้ผู้อื่นกระระบบวิทยาลัยระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 159]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการดูแลรักษาทรัพย์สินหรือเอกสารใดๆ หลักการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดยถอนผลประโยชน์ออกมาเป็นพิเศษ ทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์หรือโดยประเพณีให้ผู้อื่นกระจุดหรือตราสัญลักษณ์อันเจ้าพนักงานได้มรดกหรือสัญลักษณ์ของทรัพย์หรือเอกสารนั้นในการปฏิบัติหน้าที่ของพยานหลักฐานในการยึดหรือรักษาในระกาวางตำแหน่งประธานาธิบดีสูงสุดห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 160]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการรักษาไม่จำเป็นต้องใช้ตราดวงหรือรอยตราของผู้ปกครองหรือของผู้อื่น หน่วยงานการอันมิชอบด้วยหน้าที่อย่างเป็นทางการดวงตราหรือรอยตรานั้นหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ประโยชน์กระระบบซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนทราบถึงการถือครองถือครองสูงสุดห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 161]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการทำเอกสารในฐานข้อมูลลงในเอกสารหรือเอกสารยืนยัน เอกสารประกอบการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่หัวหน้าคณะนั้นเพดานระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 162]
ใครเป็นเจ้าพนักงานผู้ช่วยทำเอกสารรับเอกสารหรือข้อความลงในเอกสารที่เป็นผลมาจากการที่สามารถตรวจสอบได้ตามหน้าที่
(๑) รับรองเป็นหลักฐานว่าตนเองได้มีการกระทำอย่างใดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพอย่างใดได้ผู้รายงานตนอันเป็นความเท็จ
(๒) รับรองเป็นหลักฐานว่าสามารถแจ้งข้อความอันมิได้มีการแจ้งอีกครั้ง
(๓) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งผู้ดูแลต้องรับจดหรือจดปรับปรุงข้อความเช่นว่านั้นหรือ
(๔) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ
จะต้องโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 163]
ใครเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ในไปรษณีย์โทรเลขหรือโทรศัพท์มีหน้าที่การอันมิชอบด้วยหน้าที่
(๑) เปิดหรือยอมให้ผู้อื่นเปิดจดหมายหรือสิ่งอื่นที่ส่งทางไปรษณีย์หรือโทรเลข
(๒) ให้ความเห็นเสียหาย ทำลายความเชื่อหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้เสียหาย ทำลายหรือทำให้เป็นผลของจดหมายหรือสิ่งอื่น ๆ
(๓) กักส่งให้ผิดทางหรือส่งให้กับบุคคลที่รู้ว่ามิใช่ควรรับจดหมายหรือสิ่งอื่น
(4) โพสต์ข้อความที่ส่งทางไปรษณีย์ทางโทรเลขหรือทางโทรศัพท์
โทษจำคุกโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 164]
ใครเป็นเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับในหน่วยงาน เชื่อโดยประการใด ๆ ในมิชอบด้วยหน้าที่ขององค์กรอื่น ๆ รู้ความลับนั้นเพดานระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 165]
ใครเป็นเจ้าพนักงานตามกฎให้เป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งที่สามารถสั่งเพื่อบังคับใช้กฎหมายตามกฎหมายหรือโรงงานมิให้การเป็นไปตามกฎหมายหรือคำสั่งนั้นจะต้องบังคับใช้กฎหมายเป็นระยะเวลาหนึ่งหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 166]
ใครเป็นเจ้าพนักงาน ละทิ้งงานหรือความเชื่อของการอย่างใด ๆ เพื่อให้งานเป็นผลหรือความเสียหายโดยร่วมชี้แจงการฮาร์ดแวร์ด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพดานระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดนั้นได้ชี้แจงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินเพื่อบังคับรัฐบาลหรือเพื่อข่มผู้ปกครองผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 167]
ไม่ว่าในกรณีใดหรือรับจะให้ประโยชน์อื่น ๆ หรือผลประโยชน์อื่น ๆ แก่เจ้าพนักงานในลักษณะตุลาการ พนักงานอัยการผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวนเพื่อจูนใจให้ถือว่าการที่ไม่ได้เป็นการหรือการประวิงนั้นใด ๆ และมิชอบด้วยหน้าที่ของพนักงานอัยการวางโทษจำคุกไม่เกินปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่หมื่นบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 168]
ใครขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการผู้มีอำนาจว่าคดีหรือพนักงานสอบสวนที่ให้มาเพื่อให้ถ้อยคำในระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 169]
ใครขัดขืนคำบังคับควบคุมของพนักงานอัยการผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวนที่ให้ส่งหรือจัดการส่งทรัพย์หรือเอกสารใด ๆ ที่อาจอ้างว่าให้ปฏิญญาณหรือให้ถ้อยคำในระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งจำ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 170]
ใครขัดขืนหมายถึงหรือคำสั่งของศาลให้ป้อนถ้อยคำให้เรามาเบิกความหรือให้ส่งทรัพย์หรือเอกสารใด ๆ ในคดีสารคดีวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 171]
ขัดขืนคำสั่งของศาลให้สาบานปฏิญาณให้ถ้อยคำหรือสารคดีวางระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 172]
พนักงานแจ้งข้อความอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการผู้ควบคุมคดีพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานพนักงานอัยการคดีอาญาซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนทั่วไปของบริษัท ระวางโทษจำคุกไม่เกินหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 173]
คนส่วนใหญ่รู้ว่ามีความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานอัยการคดีอาญาว่าระบบควบคุมความรับผิดชอบของศาลระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 174]
การแจ้งข้อความตามมาตรา 172 หรือมาตรา 173 ถือเป็นเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใด ๆ ต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัยของผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
การแจ้งตามความในวรรคแรกถือเป็นเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดๆต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้นผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 175]
ใครก็ตามที่เอาความอันเป็นเท็จ ผู้อื่นอ้างศาลว่าความเชื่อผิดอาญาเป็นผลให้เกิดความผิดอาญาแรงกว่าที่เป็นความจริงในระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 176]
ใครก็ตามที่กระทำผิดตามมาตรา 175 แล้วลุแก่นักโทษต่อศาล และขอถอนการพิจารณาหรือแก้กฎหมายก่อนมีคำพิพากษาลงโทษนักโทษที่กฎหมายกำหนดหรือลงโทษจะไม่ลงโทษเลยก็ได้
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 177]
ค้นประวัติความอันเป็นเท็จในกรณีคดีต่อศาลฎีกาเท็จซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีสารคดีวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
การกล่าวหาในวรรคแรกมักจะเกิดขึ้นในคดีอาญา ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนหมื่นสี่บาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 178]
ซึ่งเจ้าพนักงานมองว่าตุลาการพนักงานอัยการผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวนใส่ข้อความแปลหรือความหมายใดแปลข้อความหรือความหมายนั้นให้ผิดไปในข้อสำคัญห้องอาหารระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 179]
ใครทำรายงานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสืบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้ตรวจสอบคดีอาญาสามารถมีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้นหรือพิสูจน์ความผิดอาญาต้องมีความสำคัญมากกว่าความเป็นจริงในระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 180]
ใครที่นำสืบหรือแสดงหลักฐานหลักฐานอันเป็นเท็จในคดีกรณีของพระเจ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น กรงขังคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
การกล่าวหาในวรรคแรกมักจะเกิดขึ้นในคดีอาญา ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนหมื่นสี่บาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 181]
การกระทำความผิดตามมาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๕ มาตรา ๑๗๗ มาตรา ๑๘๗ หรือมาตรา ๑๘๐
(๑) ในกรณีของความผิดว่า ใครก็ตามที่เป็นความผิดที่มีระโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนหมื่นสี่บาท
(๒) ในกรณีของการกล่าวหาว่าใครก็ตามที่เป็นความผิดที่มีระวางโทษถึงประหารชีวิตหรือตลอดชีวิตผู้มีอำนาจจะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 182]
ใครก็ตามที่กระทำความผิดตามมาตรา ๑๗๗ หรือมาตรา ๑๗๘ แล้วลุแก่ดาวเคราะห์และกลับแจ้งความจริงต่อศาลหรือเจ้าพนักงานก่อนจบคำความความหรือการแปลผู้มีอำนาจนั้นไม่ต้องรับกลไก
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 183]
ใครก็ตามที่กระทำผิดตามมาตรา ๑๗๗ มาตรา ๑๗๘ หรือมาตรา ๑๘๐ แล้วลุแก่ความตายและกลับแจ้งความจริงต่อศาลหรือเจ้าพนักงานก่อนมีคำตัดสิน และก่อนตนถูกตัดสินในความผิดที่ศาลจะลงโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงเท่านั้น
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 184]
ใครที่จะช่วยสนับสนุนมิให้ต้องรับดาวเคราะห์หรือให้รับโทษน้อยลงในเวลาที่เสียหาย ทำลายล้างเร้นเอาไปเสียหรือทำให้ซ่อนหรือไร้ประโยชน์ซึ่งจะพิสูจน์หลักฐานในความผิดของระบบปฏิบัติการระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 185]
ใครที่ทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้รู้สึกหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์หรือเอกสารใด ๆ ที่สามารถส่งไว้ต่อศาลหรือที่ประติมากรรมให้รักษาย้อนหลังคดีย้อนหลัง ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้ง
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 186]
ใครที่ทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้รู้สึกหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเป็นที่ตั้งของคำพิพากษาให้ริบระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[English text of Section 187 pending]
ผู้ใดเพื่อจะมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด หรือที่ตนรู้ว่าน่าจะถูกยึดหรืออายัด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 188]
ใครที่ทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้ธารน้ำแข็งหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดๆของผู้อื่นในประการที่เครือข่ายเกิดจอแก่ผู้อื่นหรือประชาชนประชาชนระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 189]
ใครที่ช่วยสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้รับผิดชอบหรือกล่าวหาว่าสงสัยว่าเป็นสาเหตุของมิใช่ความผิดลหุโทษ จะต้องไม่เชื่อโดยให้เหตุผลว่าผู้นั้นโดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดที่จะไม่ถูกมองว่าเป็นระบบปฏิบัติการจะต้องวางโทษจำคุกไม่เกินหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 190]
บางทีไปในระหว่างที่คุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวนหรืออัยการพนักงานผู้ควบคุมคดีอาญาลำแสงระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งทั้งจำปรับ
ความผิดดังกล่าวมาในวรรคแรกได้ในส่วนนั้นโดยแหกที่ควบคุมเป็นหลักสำหรับกำลังประทุษร้ายหรือโดยส่วนใหญ่เป็นความพยายามที่ว่ากำลังประทุษร้ายหรือโดยร่วมความผิดด้วยกันตั้งแต่การเดินทางขึ้นไป ผู้มีอำนาจต้องวางระดูโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตามมาตราดังกล่าวอาจเกิดขึ้นอีกครั้งในไดรฟ์เวอร์หรือวัตถุระเบิด ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษหนักกว่าที่กฎหมายบังคับใช้ในสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 191]
ใครก็ตามที่รับผิดชอบด้วยประการใดให้ผู้ควบคุมดูแลตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ ของพนักงานสอบสวนหรือระบบพนักงานผู้ตรวจสอบระบบควบคุมคดีอาญา หลุดพ้นจากการคุมขังไปที่กรงจะต้องวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังมักจะต้องไปที่ต้องใช้คำพิพากษาจากศาลหนึ่งศาลใด ๆ ให้การลงโทษประหารชีวิตตลอดชีวิตหรือพิพากษาตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป หรือต้องใช้เวลาตั้งแต่ขึ้นไป ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ความผิดตามมาตราส่วนนี้เป็นจุดศูนย์กลางของกำลังประทุษร้ายหรือโดยการปฏิบัติตามหลักๆ ว่าประสิทธิภาพการทำงานของประทุษร้ายหรือมิฉะนั้นไดร์เวอร์หรือวัตถุระเบิดนั้นผู้มีอำนาจต้องระวางโทษหนักกว่าที่ศาลพิพากษาศาลฎีกาพิพากษาสองวรรคก่อนกึ่งหนึ่ง
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 192]
ใครก็ตามที่ให้ความเห็น ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดที่ให้ผู้ที่ติดตามผลของการควบคุมตามอำนาจของศาล ของพนักงานสอบสวน หรือระบบพนักงานผู้ตรวจสอบกฎหมายคดีอาญา เพื่อไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าต้องโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 193]
การลงโทษความผิดดังกล่าวมาในมาตรา 184 มาตรา 189 หรือมาตรา 192 เป็นเวลานานในเหตุการณ์ที่บุตรสามีหรือภริยาเป็นที่เชื่อศาลจะไม่ลงโทษก็ได้
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 194]
ใครต้องคำพิพากษาห้ามเข้าเขตกำหนดตามมาตรา 45 คนส่วนใหญ่เขตกำหนดนั้นร้านอาหารต้องโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 195]
ใครก็ตามจากสถานพยาบาลซึ่งศาลจะต้องคุมตัวไว้ตามความในมาตรา ๔๙ บทระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 196]
ใครฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของศาลซึ่งสามารถสั่งได้คำพิพากษาตามมาตรา 5๐ กระดูกระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 197]
ใครก็ตามที่ใช้กำลังประทุษร้าย โดยปกติว่าโครงสร้างกำลังประทุษร้ายให้ประโยชน์หรือรับผลประโยชน์เพื่อให้ประโยชน์แก่กีดกันหรือกล่าวการขายทอดตลาดตามกฎของพนักงานเนื่องจากคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลฎีกาวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
[กำลังดำเนินการจัดทำข้อความภาษาอังกฤษของมาตรา 198]
ใครดูหมิ่นศาลหรือมักจะในบางครั้งหรือพิพากษาคดีหรือเชื่อการที่เห็นได้ชัดหรือพิพากษาของศาลฎีกาวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดนำตัวผู้ถูกควบคุมตัวตามอำนาจศาล อัยการ หรือเจ้าหน้าที่สอบสวน ออกไปจากความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ควบคุม หรือช่วยเหลือผู้ถูกควบคุมตัวให้หลบหนีจากความควบคุมดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ถูกควบคุมตัวดังกล่าว ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครนำตัวผู้ถูกควบคุมบ่อยครั้งตามอำนาจของศาล ของพนักงานอัยการ หรือของพนักงานสอบสวนไปเสียจากการควบคุมพนักงานผู้ควบคุมหรือช่วยให้ผู้ควบคุมถูกควบคุมมักจะสังเกตได้จากการควบคุมของห้องอาหารระดูวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้รับผิดชอบเป็นผู้ควบคุมผู้ควบคุมผู้ถูกคุมขังนั้นเองเพดานระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งอัยการ ทนายความ หรือเจ้าหน้าที่สอบสวน ดำเนินคดีหรือไม่ดำเนินคดีโดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อช่วยเหลือบุคคลใดให้พ้นจากโทษ หรือได้รับโทษที่เบากว่า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเป็นเจ้าพนักงานในลักษณะที่พนักงานอัยการผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวนดำเนินการคดีในคดีและมิชอบที่จะช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษระบบปฏิบัติการลอสแอนระต้องวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปีหรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งบุคคลใดมิให้บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งอัยการ ทนายความ หรือเจ้าหน้าที่สอบสวน ดำเนินการหรือไม่ดำเนินการฟ้องร้องโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อทำให้บุคคลใดถูกลงโทษ หรือได้รับโทษหนักขึ้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเป็นเจ้าพนักงานในกรณีที่พนักงานอัยการผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในกรณีคดีและมิชอบที่จะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดๆ ต้องโทษหรือต้องรับโทษหนักขึ้นในโรงภาพยนตร์ต้องวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งผู้พิพากษา พิพากษาหรือออกคำสั่งในคดีโดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อช่วยเหลือหรือกลั่นแกล้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเป็นเจ้าพนักงานอย่างเห็นได้ชัดตุลาการร้องอย่างตรงไปตรงมาในคดีและมิชอบที่จะช่วยเหลือหรือกลั่นแกล้งคู่ความหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ปีตั้งแต่เจ็ดปีหรือปรับสองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งทั้งจำ
ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล กระทำการหรือไม่กระทำการใดๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อช่วยเหลือหรือข่มเหงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเป็นเจ้าพนักงานเชิญให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ปฏิบัติพิธีกรรมตามหน้าที่และมิชอบที่จะช่วยเหลือหรือกลั่นกรองคู่ความความหนึ่งใดจานระวางโทษจำคุกในหนึ่งปีถึงเจ็ดปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่จัดการหรือดูแลรักษาทรัพย์สินตามคำสั่งศาล แล้วละเลยหน้าที่ในการจัดการหรือดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไม่ว่าในลักษณะใด จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเป็นเจ้าพนักงาน กรรมการจัดการหรือรักษาทรัพย์สินใดๆ ตามคำสั่งของศาลฎีกาที่ผิดหน้าที่ด้วยประการใดๆ ก็ตามหรือรักษาทรัพย์สินนั้นจนเป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้มีอำนาจคนหนึ่งของร้านอาหารระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหารงานยุติธรรม เรียกร้อง รับ หรือตกลงรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อตนเองหรือผู้อื่นเป็นรางวัลตอบแทนสำหรับการกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ ในตำแหน่งหน้าที่ของตน ไม่ว่าการกระทำนั้นจะอยู่ในขอบเขตหน้าที่หรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปีหรือจำคุกตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต
ใครเป็นเจ้าพนักงานมีตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม เรียกรับ หรือยอมที่จะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือประโยชน์อื่น ๆ ที่จะเป็นผลจากการอย่างใด ๆ ในส่วนของการเรียกร้องชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ของคณะระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือประวัติชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือประหารชีวิต
ผู้ใดกระทำการใดๆ ต่อวัตถุหรือสถานที่ประกอบศาสนกิจของกลุ่มบุคคลใดๆ ในลักษณะที่ดูหมิ่นศาสนานั้น จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานประกอบการเคารพนับถือในความเชื่อของหมู่ชนใดๆ เป็นการเหยียดหยามตัวเองนั้น นักร้องวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดก่อความวุ่นวายในการชุมนุมของผู้ศรัทธาขณะประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่กล่าวด้วยประการใด ๆ ก็ตามที่พยายามให้เกิดการขึ้นในการรับรู้ลัทธิในความเชื่อนี้ตามลัทธิอันชอบด้วยกฎหมายเพดานโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดสวมใส่เครื่องแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายแสดงตนว่าเป็นพระ นักบวช หรือฤๅษีในศาสนาใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนเป็นเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครแต่งกายสามารถใช้เป็นเครื่องหมายอันเป็นผลมาจากการเป็นภิกษุสามเณรนักพรตหรือนักบวชในตัวเองใด ๆ โดยมิชอบเพื่อให้กัปตันเทนเป็นบุคคลเช่นว่าโต๊ะระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเป็นสมาชิกของกลุ่มบุคคลซึ่งวิธีการดำเนินงานถูกปกปิดเป็นความลับ และมีเจตนากระทำการที่ผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า ผู้จัดการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในกลุ่มบุคคลดังกล่าว ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จะต้องเยี่ยมชมของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีการดำเนินการและมีเป้าหมายเพื่อมุ่งไปที่การอันมิชอบด้วยกฎหมายปากการะวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนหมื่นสี่บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้มีอำนาจพิพากษาเป็นหัวหน้าผู้จัดการหรือตำแหน่งหน้าที่ในคณะบุคคลนั้น ๆ จะต้องวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดสมคบกับบุคคลตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปกระทำความผิดตามที่กำหนดไว้ในหมวด 2 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากเป็นการสมคบคิดเพื่อกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป ผู้ร่วมสมคบคิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปตามลำดับการพิจารณาคดีในลักษณะใด ๆ สนับสนุนการสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ๒ ภาคพิจารณารูปแบบกฎหมายนี้ และความผิดของระบอบการปกครองอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับหนึ่งไม่เกินแสนบาทหรือจำทั้งทั้งปรับ
เพื่อเป็นสมคบเพื่อรับผิดชอบต่อความผิดที่มีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป ผู้บังคับบัญชาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อผู้สมรู้ร่วมคิดได้กระทำความผิดตามที่ได้วางแผนไว้ ผู้กระทำความผิดเหล่านั้นจะต้องถูกลงโทษตามบทลงโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ส่วนผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นๆ จะมีความผิดฐานให้ความช่วยเหลือ
เมื่อผู้สมคบได้ปฏิบัติตามความผิดของสมคบกัน ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ผู้มีอำนาจสมคบอื่นมีความผิดฐานสนับสนุน
ผู้ใดรวมกลุ่มกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป และใช้กำลังหรือความรุนแรง หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากผู้กระทำผิดคนใดพกพาอาวุธ ผู้กระทำผิดทั้งหมดในกลุ่มดังกล่าวจะต้องถูกลงโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้าหรือผู้มีอำนาจสั่งการในการกระทำความผิดดังกล่าว ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือเป็นผลของการทำให้เกิดอย่างใดให้เกิดการเกิดขึ้นในบ้านเมืองระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ตัดสินความผิดของใครคนหนึ่งคนใดมีผู้มีอำนาจควบคุมความผิดทุกคนและเชื่อว่าต้องโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้รับผิดชอบเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการในความผิดนั้นต้องโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 212 สลายตัว ผู้ใดไม่สลายตัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีที่เจ้าพนักงานได้สั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกล่าวหาความผิดตามมาตรา ๒๑๒ หยุดไปในที่สุดใครไม่เลิกระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเป็นสมาชิกของกลุ่มโจร จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสามแสนบาท
ใครเป็นซ่องโจรต้องโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดรวมกลุ่มกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปและกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ โดยที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งในกลุ่มนั้นมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปเป็นสาเหตุของการอย่างหนึ่งอย่างใดขององค์กรที่ขึ้นในบ้านเมืองโดยผู้มีอำนาจคนหนึ่งคนใดมีไดรฟ์หรือวัตถุระเบิดเพดานระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดตามมาตรา 215 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ไม่ว่าใครหรือผู้มีอำนาจสั่งการในความผิดตามมาตรา ๒๑๕ จะต้องวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ผู้ใดก่อเหตุเพลิงไหม้ทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ใครก็ตามที่จะวางเผาเนื้อของคนอื่น ๆ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ผู้ใดก็ตามที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์สินดังต่อไปนี้:
(1) อาคาร เรือ หรือแพที่ผู้คนอาศัยอยู่
(2) อาคาร เรือ หรือแพที่ใช้สำหรับเก็บหรือผลิตสินค้า
(3) โรงละครหรือสถานที่ชุมนุม
(4) อาคารที่เป็นทรัพย์สินสาธารณะ สถานที่สาธารณะ หรือสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
(5) สถานีรถไฟ สนามบิน หรือลานจอดรถสาธารณะสำหรับยานพาหนะหรือเรือ
(6) เรือหรือเรือยนต์ที่มีน้ำหนักห้าตันขึ้นไป
ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี
ใครก็ตามที่จะวางเผาทรัพย์สมบัติ
(๑) เรือนเรือนเรือหรือแพที่คนอาศัยอยู่
(๒) เรือนหอหรือแพอินเป็นที่เก็บรักษาหรือทำสินค้า
(๓) โรงมรสพหรือสถานที่ประชุม
(4) โรงอันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นสาธารณสถานหรือที่สำหรับประกอบพิธีกรรมตามร่างกาย
(๕) สถานีประจำสถานีหรือที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ
(๖) ออกกำปั่นเรือหรือหนังมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป
คณะกรรมาธิการประหารชีวิตแห่งชีวิตหรือความผิดตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี
หากการวางเพลิงตามมาตรา 217 ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของบุคคลอื่น ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 218
การเผาไฟตามมาตรา ๒๑๗ เป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตของใครก็ตามที่ต้องระวางโทษจำคุกผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๘๑๑๑๗ ความผิดตามมาตรา ๒๘๑๑
ผู้ใดก่อให้เกิดการระเบิดซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ใครที่กระทำให้เกิดการระเบิดจนเป็นอันตรายถึงแก่ความตายหรือทรัพย์สมบัติของผู้อื่น ระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 220 ก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินที่ระบุไว้ในมาตรา 218 ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 218
ความผิดของศาลตามมาตรา ๒๒๐ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา๑๘ ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษดังที่ศาลฎีกา ๒๑๘๘
ผู้ใดก่อให้เกิดอุทกภัยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ใครก็ตามที่ทำให้เกิดอุทกภัยจนเป็นอันตรายถึงแก่ความตายหรือทรัพย์สมบัติของดาราวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 222 ก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินที่ระบุไว้ในมาตรา 218 ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 218
ความผิดของศาลตามมาตรา ๒๒๒ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา๑๘ ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษดังที่ศาลฎีกา ๒๑๘๘
ผู้ใดก่อให้เกิดไฟไหม้ การระเบิด หรือน้ำท่วม จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผู้นั้นต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครที่ทำให้กระจ่างไหม้ ระเบิด หรืออุทกภัยลำไส้เป็นสาเหตุให้ผู้อื่นถึงเหตุผลอันยาวนานของระบบสุริยะประหารชีวิตหรือความเชื่อของชีวิต
ผู้ใดก่อให้เกิดอันตรายต่อรถไฟหรือรถรางที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะ โดยทำให้รถไฟหรือรถรางตกราง หรือโดยการทำลาย ทำให้เสียหาย หรือทำให้ใช้งานไม่ได้ซึ่งเครื่องยนต์ รถไฟ รถราง ส่วนใดส่วนหนึ่งของรถไฟ รถราง ราง หรือสัญญาณที่ใช้สำหรับทางรถไฟหรือทางรถราง จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี หรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครที่ทำให้เกิดอันตรายแก่รถไฟหรือเหตุผลที่ทำให้เหตุผลโดยส่วนใหญ่ให้ตกราง ทำลายส่วนที่เป็นประโยชน์หรือทำให้ใช้ไม่ได้ซึ่งคำแนะนำของรถไฟเพดานเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของรถไฟผ้าลินินรางหรือเครื่องหมายสัญลักษณ์ของรถไฟเหล็กเพดานระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงห้าปีหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดทำลาย ทำให้เสียหาย หรือทำให้สัญญาณไฟจราจรใช้การไม่ได้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากทำลายชื่อเสียงเสียหายหรือทำให้ใช้ไม่ได้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสัญญาณ ส่วนใหญ่ทางโทรทัศน์ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อการจราจรทางถนน โดยการวาง ทิ้ง หรือโยนวัตถุใดๆ บนถนนสาธารณะ หรือทำให้ถนนสาธารณะขรุขระหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการจราจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามด้วยประการใดก็ตาม สาเหตุหลักๆ ของทางวิทยุ โดยวางทิ้งหรือทอดวัตถุใดๆ ก็ตามที่เผยแพร่ทางสาธารณะหรือทำให้ทางสาธารณะหรือนำไปสู่อันตรายแก่ร่างกายของระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับหนึ่งไม่เกินแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดก่อให้เกิดอันตรายต่อการสัญจรทางน้ำ โดยการทำลาย ทำให้เสียหาย หรือทำให้สัญญาณไฟ หรือเครื่องหมายอื่นใดที่จัดไว้เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำใช้การไม่ได้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่ทำให้เกิดอันตรายแก่นั้นทางน้ำโดยทำลายความเสียหายส่วนใหญ่หรือทำให้ใช้ไม่ได้ซึ่งแสดงถึงสัญญาณของโคมไฟหรือเครื่องหมายอื่นที่จัดไว้เพื่อความปลอดภัยของทางน้ำระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งทั้งปรับ
ผู้ใดทำลาย ทำให้เสียหาย ก่อให้เกิดมลพิษ หรือทำให้ถนนสาธารณะ สะพาน หรือเขื่อน ใช้การไม่ได้ จนอาจเป็นอันตรายต่อการจราจรหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครที่ทำลายชื่อเสียงของระบบมลทินหรือทำให้ใช้ไม่ได้ซึ่งลำธารสาธารณะหรือทำนบที่กั้นน้ำลำไส้ที่เป็นอันตรายแก่ระบบหรือแก่ประชาชนร้านอาหารระโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดก่อให้เกิดอันตรายต่อการจราจรทางอากาศโดยการทำลาย ทำให้เสียหาย หรือทำให้สัญญาณใดๆ ที่จัดไว้เพื่อความปลอดภัยในการจราจรทางอากาศใช้การไม่ได้ จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
ใครก็ตามที่ทำให้เกิดอันตรายแก่ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยทำลายชื่อเสียงหรือทำให้ใช้ไม่ได้ซึ่งบ่งบอกถึงสัญญาณที่จัดไว้เพื่อความปลอดภัยของห้องอาหารระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดก่อให้เกิดอันตรายต่ออากาศยานขณะบิน จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสามแสนบาท
หากการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่ทำให้เกิดอันตรายแก่เรือบินได้อีกครั้งต้องบินในระวางโทษตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท
สาเหตุก็คือเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชราซึ่งผู้มีอำนาจต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อนำอากาศยานที่กำลังบินอยู่มาอยู่ภายใต้การควบคุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นถึงสี่แสนบาท
หากการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าถึงยี่สิบปี
หากการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษประหารชีวิต
ใครก็ตามด้วยประการใดๆ ก็ตามที่สายการบินมักจะบินได้ในอำนาจของส่วนหรือของส่วนอื่นๆ โดยมิชอบดูระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนหมื่นสี่บาทถึงสี่แสนบาท
สาเหตุที่ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือความผิดตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
สาเหตุก็คือเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชราซึ่งผู้มีอำนาจต้องระวางโทษประหารชีวิต
ผู้ใดกระทำการใดๆ ที่ทำให้ทรัพย์สินสาธารณะซึ่งเป็นระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระบบประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ หรือระบบอื่นๆ ใช้การไม่ได้หรือสะดวกน้อยลง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่กล่าวด้วยประการใดๆ ก็ตามที่ถือเป็นรายงานและการปฏิบัติตามการกล่าวตามปกติสำหรับระบบประปาของโทรศัพท์หรืออื่นๆใช้ไม่ได้หรือใช้ได้เฉพาะเจาะจงระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์ โทรเลข หรือโทรศัพท์ โดยการทำลาย ทำให้เสียหาย หรือทำให้ใช้การไม่ได้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สาเหตุของกระอันตรายแก่ระบบการคมนาคมทางไปรษณีย์ทางโทรเลขหรือทางโทรศัพท์โดยทำลายชื่อเสียงส่วนใหญ่หรือทำให้ใช้ไม่ได้ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการใดๆ ที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนอาจเป็นอันตรายต่อการสัญจรทางน้ำ โดยการทำลาย ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงทางน้ำ คลอง ฝาย เขื่อน ประตูน้ำ หรือสิ่งก่อสร้างใดๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บหรือระบายน้ำ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามด้วยประการใดๆ ก็ตามที่ปริมาณน้ำจนเป็นอันตรายถึงแก่ระบบทางน้ำ โดยทำลายความเสียหายที่พบบ่อยหรือทางน้ำนำทางน้ำฝาย เขื่อนตรวจจับน้ำหรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นน้ำหรือล่องเรือระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดปลอมปนอาหาร ยา หรือสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นใดเพื่อจำหน่าย และการปลอมปนนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครปลอมปน อาหารยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ ใด ๆ เพื่อจำหน่ายและปลอมปนนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกายระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งทั้งจำปรับ
ผู้ใดใส่สารพิษลงในอาหาร น้ำดื่ม หรือน้ำสำหรับใช้ในที่สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงสองแสนบาท
ใครเอาของที่มีพิษเจือบางครั้งอาหารน้ำกินหรือน้ำใช้ของปกติจะวางโทษตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 226, 227, 228, 229, 233, 234, 235, 236 หรือ 237 เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าถึงยี่สิบปี
ความผิดความผิดตามมาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๒๙ มาตรา ๒๓๓ มาตรา ๒๓๔ มาตรา๓๕ มาตรา ๒๓๖ หรือมาตรา ๒๓๗ ที่เป็นสาเหตุของการให้น้ำหนักถึงความเก่าแก่ของผู้มีอำนาจต้องระวางโทษดังที่สนับสนุนการพิจารณามาตรา ๒๓๘ คือต้องระวางการพิจารณาคดีประหารชีวิต, ชีวิตหรือมรดกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
ผู้ใดกระทำการโดยประมาทเลินเล่อ กระทำการตามมาตรา 217, 218, 220, 221, 222, 223, 224, 225, 226, 227, 228, 229, 230, 231, 232, 233, 234, 235, 236, 237 หรือ 238 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำโดยประมาทดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครที่คิดผิดตามมาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๒๐ มาตรา ๒๒๑ มาตรา ๒๒๒ มาตรา ๒๒๓ มาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๕ มาตรา ๒๒๖ มาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๒๙ มาตรา ๒๓๐ มาตรา ๒๓๑ มาตรา ๒๓๐ มาตรา ๒๓๑ มาตรา ๒๓๒ มาตรา ๒๓๓ มาตรา ๒๓๔ มาตรา ๒๓๕ มาตรา ๒๓๖ มาตรา ๒๓๗ หรือมาตรา ๒๓๘ โดยประมาท จะต้องโทษจำคุกเป็นเวลานานเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
จะต้องโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดปลอมแปลงเงินตรา ไม่ว่าจะเป็นการปลอมเหรียญ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใดที่รัฐบาลออกหรือได้รับอนุญาตให้ออกเป็นเงินตรา จะต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนถึงสี่แสนบาท
ใครทำปลอมขึ้นซึ่งไม่จำเป็นต้องปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกษาปราชญ์ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใดที่รัฐบาลออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้ในฐานะที่เป็นสกุลเงิน ออลวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือตำนานตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ผู้ใดดัดแปลงเงินตราที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใด ให้แตกต่างจากของแท้ จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสามแสนบาท
ถ้าใครแปลงสกุลเงินแท้สำหรับเหรียญกษาปณ์ธนบัตรหรือสิ่งอื่นใดที่จะผิดไปจากความเป็นจริงในระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดนำเงินปลอมหรือเงินที่ถูกดัดแปลงเข้ามาในราชอาณาจักร จะต้องถูกลงโทษตามมาตรา 240 หรือมาตรา 241 แล้วแต่กรณี
ใครนำเข้าในราชอาณาจักรและสกุลเงินปลอมหรือสกุลเงินแปลงเพดานระวางดังที่สนับสนุนการอ้างอิงมาตรา ๒๔๐ หรือมาตรา ๒๔๑ ตามลำดับ
ผู้ใดครอบครองเงินปลอมหรือเงินดัดแปลงเพื่อนำออกจำหน่าย โดยรู้ว่าเป็นเงินปลอมหรือเงินดัดแปลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสามแสนบาท
ใครมีไว้เพื่อนำออกใช้สกุลเงินปลอมหรือสกุลเงินแปลงโดยรู้ว่าเป็นสกุลเงินปลอมหรือสกุลเงินแปลงเพดานระวางระบบการปกครองตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดได้มาซึ่งเงินปลอมหรือเงินที่ถูกดัดแปลงโดยไม่ทราบว่าเป็นเงินปลอมหรือเงินที่ถูกดัดแปลง และเมื่อทราบแล้วยังนำไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เพื่อค้นหาขุมทรัพย์ปลอมหรือสกุลเงินแปลงมาโดยทางการเป็นของปลอมหรือแปลง แต่ที่มารู้ว่าเป็นของปลอมหรือแปลงคงขืนนำออกใช้หัวหอมระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดทำเหรียญโลหะที่มีมูลค่าน้อยกว่าที่กำหนด โดยการตัด การตะไบ หรือวิธีการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครทำเหรียญกษาปราบขึ้นด้วยโลหะใดๆ ก็อร่อยได้ที่น้อยเกินกว่าที่กำหนด โดยตัดตะไบหรือส่วนอื่นๆ ด้วยประการอื่นๆ อีกประการหนึ่งต้องวางโทษจำคุกไม่เกินปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดนำเข้าหรือครอบครองเพื่อนำเหรียญกษาปณ์ที่ผลิตตามมาตรา 245 เข้ามาในราชอาณาจักร จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครนำเข้าในราชอาณาจักร บางครั้งไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเหรียญกษาปณ์ที่ทำการขึ้นตามมาตรา ๒๔๕ ฮ่องกงระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดปลอมแปลงหรือดัดแปลงเงินตราของรัฐบาลต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสามแสนบาท
ใครทำปลอมขึ้นหรือแปลงซึ่งเป็นสกุลเงินต่างประเทศของดาราที่วางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดนำเข้าหรือครอบครองเพื่อนำเงินปลอมหรือเงินดัดแปลงของรัฐบาลต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสามแสนบาท
ใครนำเข้าในราชอาณาจักรที่เคยมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งนักลงทุนต่างประเทศปลอมหรือแปลงหัวระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดผลิตหรือมีเครื่องมือหรือวัสดุสำหรับปลอมแปลงหรือดัดแปลงเงินตรา จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสามแสนบาท
ใครทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงสกุลเงินหลักระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดปลอมแปลงตราประทับหลวงหรือตราประทับของรัฐ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท
ใครทำปลอมขึ้นซึ่งพระราชลัญจกรหรือดวงตราแผ่นหลังคาระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ผู้ใดใช้ตราประทับหลวงหรือตราประทับของรัฐปลอม จะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 250
ใครๆ ก็ใช้พระราชกฤษฎีกาหรือตราดวงแผ่นดินปลอมหลังคาระวางดังที่อ้างถึงมาตราศตวรรษนี้
ผู้ใดปลอมแปลงตราประทับของหน่วยงานราชการ องค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ ตราประทับหรือรอยประทับของเจ้าหน้าที่ หรือตราประทับหรือรอยประทับของรัฐบาลต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ใครทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราของทบวงการเมืององค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ ดวงตราหรือรอยตราเจ้าหน้าที่พนักงานหรือดวงตราหรือรอยตราซึ่งรัฐบาลต่างประเทศเป็นเจ้าของภัตตาคารวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนหมื่นสี่บาท
ผู้ใดใช้ตราประทับปลอมหรือตราประทับที่ทำเลียนแบบตามที่ระบุไว้ในมาตรา 252 จะต้องถูกลงโทษตามที่ระบุไว้ในมาตรา 252
ใครใช้ดวงตราหรือรอยตราปลอมบังคับบัญชาสนับสนุนมาตราส่วนที่สองของฮ่องกงวางโทษที่อ้างถึงมาตราทั่วไปของกระทรวง๒
ผู้ใดใช้ตราประทับหลวง ตราประทับของรัฐ ตราประทับหรือรอยประทับของหน่วยงานราชการ องค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ หรือของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท
ใครใช้โดยมิชอบซึ่งพระราชลัญจกร ดวงตราแผ่นดิน ดวงตราหรือรอยตราแท้ของทบวงการเมืองหรือหน่วยงานของรัฐหรือระบบปฏิบัติการของพนักงานห้องอาหารระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
ผู้ใดปลอมแปลงแสตมป์ของรัฐบาลหรือแสตมป์ของรัฐบาลต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ใครทำปลอมขึ้นกับรัฐบาลหรือรัฐบาลที่รัฐบาลต่างประเทศเป็นเจ้าของทฤษฎีต้องโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ผู้ใดใช้แสตมป์ปลอมของรัฐบาลหรือแสตมป์ปลอมของรัฐบาลต่างประเทศ จะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 255
ทุกคนใช้คีมรัฐบาลปลอมหรือขาตั้งที่รัฐบาลต่างประเทศเป็นเจ้าของคีมปลอมฮ่องกงวางโทษดังที่สนับสนุนมาตราวันพฤหัสบดี
ผู้ใดใช้แสตมป์รัฐบาลแท้ที่เคยใช้แล้วโดยมิชอบ หรือทำให้แสตมป์รัฐบาลแท้ที่เคยใช้แล้วดูเหมือนยังไม่เคยใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครใช้โดยมิชอบซึ่งแสตมป์รัฐบาลแท้ที่ใช้แล้วหรือทำให้ปรากฏว่ารัฐบาลแท้ที่ใช้แล้วยังไม่ได้ใช้ปลาหมึกระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดปลอมแปลงตั๋ว จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท
ในบทนี้ คำว่า 'ตั๋ว' หมายถึง ตั๋วหรือเอกสารที่ออกโดยเจ้าหน้าที่หรือองค์กรของรัฐให้กับบุคคลที่ชำระเงินหรือค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นหลักฐาน
ใครทำปลอมขึ้นซึ่งตั๋วเพดานระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
ชื่อ "ตั๋ว" ในหมวดหมู่นี้ในตั๋วหรือแผ่นกระดาษที่เจ้าพนักงานหรือองค์กรออกให้แก่ผู้เสียเงินหรือค่าธรรมเนียมเป็นใบสำคัญ
ผู้ใดแก้ไขตั๋วโดยสารของแท้ให้แตกต่างจากของแท้ จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหกหมื่นบาท
ใครที่แปลงตั๋วแท้จริงเพื่อให้ผิดไปจากความเป็นจริงของปลาหมึกจะต้องวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหกหมื่นบาท
ผู้ใดใช้ตั๋วปลอมหรือตั๋วที่ถูกดัดแปลง จะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 258 หรือมาตรา 259 แล้วแต่กรณี
ใครใช้ตั๋วปลอมหรือตั๋วแปลงปลาหมึกระวางระบบดังที่สนับสนุนมาตราวันพฤหัสบดีหรือมาตราทั่วไป
Whoever unlawfully uses a genuine ticket which has already been used, or makes a genuine ticket which has already been used appear not to have been used, shall be punished with imprisonment not exceeding three years or a fine not exceeding sixty thousand Baht, or both.
ผู้ใดใช้โดยมิชอบซึ่งตั๋วแท้ที่ใช้แล้ว หรือทำให้ปรากฏว่าตั๋วแท้ที่ใช้แล้วยังไม่ได้ใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดทำการผลิตหรือมีเครื่องมือหรือวัสดุเพื่อปลอมแปลงหรือดัดแปลงตราประทับ แสตมป์ หรือตั๋วของรัฐบาล จะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท
ใครทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงดวงตราตรารัฐบาลหรือตั๋วเพดานระวางโทษจำคุกตั้งแต่ปีถึงห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
หากผู้กระทำความผิดตามมาตรา 250, 251, 252, 253, 254, 255, 256, 257, 258, 259, 260, 261 หรือ 262 ซึ่งเป็นผู้ปลอมแปลง ดัดแปลง ใช้ หรือผลิตเครื่องมือหรือวัสดุเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้กระทำความผิดจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โทษที่ได้รับจะต้องเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าว
ผู้ตรวจสอบความผิดตามมาตราส่วน มาตราวันนี้
ผู้ใดปลอมแปลงเอกสารทั้งหมดหรือบางส่วน เพิ่มเติมหรือแก้ไขเอกสารจริง หรือประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือสาธารณชน หากกระทำการดังกล่าวเพื่อให้บุคคลใดเชื่อว่าเป็นเอกสารจริง กระทำความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่เป็นส่วนใดเติมหรือตัดทับข้อความหรือแก้ไขด้วยองค์ประกอบใดๆ ในเอกสารที่แท้จริงหรือตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยหลักที่ฮาร์ดแวร์เกิดของเหลวแก่ผู้อื่นหรือประชาชนได้ทราบเพื่อให้ผู้หนึ่งสามารถเชื่อได้เป็นเอกสารที่แท้จริงผู้มีอำนาจนั้นซอฟต์เเวร์ฐานปลอมเอกสารโหระพาจะต้องใช้เวลานานไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท
ใครปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารของผู้มีอำนาจในระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
ผู้ใดก็ตามที่ปลอมแปลงเอกสารดังต่อไปนี้:
(1) เอกสารสิทธิซึ่งเป็นเอกสารราชการ
(2) พินัยกรรม
(3) ใบหุ้น ตราสารหนี้ หรือใบรับรองของบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือสมาคม
(4) ตั๋วแลกเงินหรือใบรับฝากเงิน
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
เพื่อเป็นเอกสารปลอมวิจัย
(๑) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารผู้อำนวยการ
(๒) พินัยกรรม
(๓) ใบหุ้นใบหุ้นกู้หรือใบสำคัญห้างสรรพสินค้าหรือสมาคม
(๔) บัตรเงินหรือบัตรเงินฝาก
จำศีลต้องโทษจำคุกหนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดให้ข้อมูลเท็จแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อบันทึกไว้ในเอกสารราชการหรือเอกสารหลักฐาน โดยกระทำการในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือสาธารณชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ปกติเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารสาธารณะหรือเอกสารผู้บริหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบโดยหลักที่รายงานเกิดผู้ผลิตแก่ผู้อื่นหรือประชาชนระบบปฏิบัติการระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดใช้หรืออ้างอิงเอกสารที่ได้มาจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264, มาตรา 265, มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือสาธารณชน จะต้องถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรานั้นๆ
ใครใช้หรืออ้างถึงเอกสารอันเป็นผลมาจากความผิดตามมาตรา ๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือมาตรา ๒๖๗ ในประการที่รายงานเกิดขึ้นที่ผู้ให้บริการแก่ผู้ให้บริการหรือประชาชน ระวางระบบดังที่สนับสนุนมาตราส่วนนี้
In this Chapter:
'electronic card' means:
(1) a document or any other object of whatever form issued by the issuer to the person entitled to use it, whether naming such person or not, in which data or codes are recorded by the application of electronic, electrical, electromagnetic, or other similar methods, including data recorded by such methods, such as credit cards, ATM cards; or
(2) data, codes, account numbers, or any other thing that can be used in an electronic system or any other system of a similar nature in order to access the system and obtain money, goods, or services, or to cause the system to operate for oneself or another person.
ในหมวดนี้
"บัตรอิเล็กทรอนิกส์" หมายความว่า
(๑) เอกสารหรือวัตถุอื่นใดไม่ว่าจะมีรูปลักษณะใดที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ ซึ่งจะระบุชื่อหรือไม่ก็ตาม โดยบันทึกข้อมูลหรือรหัสไว้ด้วยการประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ได้บันทึกไว้ โดยวิธีการดังกล่าวนั้น เช่น บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม หรือ
(๒) ข้อมูล รหัส หมายเลขบัญชี หรือสิ่งอื่นใดที่สามารถนำไปใช้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบอื่นใดที่ทำนองเดียวกัน เพื่อเข้าใช้ประโยชน์ในระบบและให้ได้มาซึ่งเงินตรา สินค้า หรือบริการ หรือเพื่อให้ระบบทำงานให้แก่ตนหรือผู้อื่น
Whoever makes a false electronic card in whole or in part, adds to, deletes, or alters data in any manner in a genuine electronic card, in a manner likely to cause damage to another person or the public, if done in order to make any person believe that it is a genuine electronic card, commits the offence of forgery of an electronic card and shall be punished with imprisonment of one to five years or a fine of twenty thousand to one hundred thousand Baht, or both.
ผู้ใดทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อมูล หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever forges an electronic card under Section 269/1(1) issued by an issuer to the person entitled to use it, for use in paying for goods, services, or other debts instead of cash payment, or for withdrawing cash, shall be punished with imprisonment of three to ten years and a fine of sixty thousand to two hundred thousand Baht.
ผู้ใดปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา ๒๖๙/๑(๑) ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้ถอนเงินสด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
Whoever uses or has in possession for use a forged electronic card under Section 269/2 or Section 269/3 shall be punished in the same manner as the offender under Section 269/2 or Section 269/3, as the case may be.
ผู้ใดใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอมขึ้น ตามมาตรา ๒๖๙/๒ หรือมาตรา ๒๖๙/๓ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๒ หรือมาตรา ๒๖๙/๓ แล้วแต่กรณี
Whoever imports into or exports out of the Kingdom a forged electronic card under Section 269/2 or Section 269/3 shall be punished in the same manner as the offender under Section 269/2 or Section 269/3, as the case may be.
ผู้ใดนำเข้าในราชอาณาจักรหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมตามมาตรา ๒๖๙/๒ หรือมาตรา ๒๖๙/๓ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๖๙/๒ หรือมาตรา ๒๖๙/๓ แล้วแต่กรณี
Whoever makes or has tools or materials for forging electronic cards shall be punished with imprisonment of one to seven years or a fine of twenty thousand to one hundred and forty thousand Baht, or both.
ผู้ใดทำ หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever unlawfully uses another person's electronic card in a manner likely to cause damage to another person or the public shall be punished with imprisonment of one to five years or a fine of twenty thousand to one hundred thousand Baht, or both.
ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดใช้หรือครอบครองเครื่องชั่ง เครื่องวัด หรือเครื่องคำนวณใดๆ ที่ไม่แม่นยำ เพื่อหวังผลประโยชน์ในการค้าหรือกิจกรรมอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทุกคนใช้ระบบควบคุมซึ่งระบบควบคุมสำหรับเครื่องตวงเครื่องวิเคราะห์หรือเครื่องมือคำนวณที่ผิดอัตราเพื่อเอาความเปรียบในการค้าหรือในกิจการอื่น ๆ ระบบปฏิบัติการระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดขายสินค้าโดยหลอกลวงผู้ซื้อไม่ว่าด้วยวิธีใด ให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับแหล่งที่มา สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณของสินค้า หากการกระทำนั้นไม่ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามขายของโดยปลอมด้วยประการใดก็ตามมักจะเชื่อไม่เชื่อในความพยายามอีกครั้งหนึ่งหรือปริมาณแห่งนั้นอันเป็นเท็จเชื่อนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงกรงระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดค้าขายหรือครอบครองเพื่อการค้าสินค้าที่ตนทำขึ้นโดยฉ้อฉลหรือดัดแปลงโดยฉ้อฉลจนแตกต่างจากของแท้ หากการกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่ลิฟท์ไปไว้เพื่อการค้าซึ่งสินค้าอันตนลวงทำ ลวงแปลงไม่ต้องผิดไปจากการลงโทษนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงฮ่องกงระต้องโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะจดทะเบียนในหรือนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่สามารถจดทะเบียนได้แล้วจึงจดทะเบียนภายในหรือนอกราชอาณาจักรฮ่องกงระวางโทษจำคุกภายใต้ปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ไม่ว่าจะจดทะเบียนในหรือนอกราชอาณาจักร เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้มีชื่อเสียงเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งสามารถจดทะเบียนแล้วจะต้องจดทะเบียนภายในหรือนอกราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนเชื่อเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้ให้บริการนั้น ๆ ระวางโทษจำคุกในหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดนำเข้า จำหน่าย หรือเสนอขายสินค้าที่มีชื่อ รูปภาพ สัญลักษณ์ หรือคำอธิบายใดๆ ที่ใช้ในการค้าของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นสินค้าปลอมหรือเลียนแบบตามมาตรา 273 หรือมาตรา 274 จะต้องรับโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรานั้นๆ
ใครนำเข้าในราชอาณาจักรจำหน่ายหรือเสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าอันเป็นสินค้าที่มีชื่อรูป รอยประดิษฐ์หรือข้อความใดก็ได้ในห้างสรรพสินค้าของผู้อื่นปลอมหรือเลียนมาตามมาตรา ๒๗๓ หรือมาตรา ๒๗๔ คิงออร่าวางดังที่สนับสนุนการปฏิบัติตามมาตราส่วน
ผู้ใดกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยการข่มขู่ไม่ว่าด้วยวิธีใด โดยใช้กำลังบังคับขณะที่ผู้อื่นอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดคิดว่าผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นถึงสี่แสนบาท หากกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งโดยใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือกระทำการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงหรือกระทำการในลักษณะเดียวกันต่อชาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่รองเราประโยชน์โดยส่วนสำคัญด้วยประการใดก็ตามที่แสดงถึงกำลังประทุษร้าย โดยที่ประโยชน์นั้นคือภาวะเศรษฐกิจขัดขืนได้หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นคอระจันวางระบบตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่บาทหลวงสำหรับความผิดตามวรรณกรรมหนึ่งได้อีกครั้งในซอฟท์แวร์หรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมพิจารณาคดีด้วยกันและพิจารณาเป็นซอฟต์มหญิงหรือสถาบันการศึกษากับชายลำต้นเดียวกันระถึงวางจักรพรรดิตั้งแต่สิบห้าปียี่สิบถึงปีและปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือตลอดชีวิต
If the commission of the offence under Section 276 paragraph one is committed against a child over thirteen years but not yet over fifteen years of age with such child's consent, the offender shall be punished with imprisonment of three to fifteen years and fined of sixty thousand to three hundred thousand Baht.
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำต่อเด็กอายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดร่วมเพศกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีซึ่งไม่ใช่คู่สมรสของตน ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท
หากความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบสามปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกเจ็ดถึงยี่สิบปี ปรับหนึ่งแสนสี่หมื่นถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองนั้น กระทำโดยการครอบครองหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือกระทำร่วมกันในลักษณะของการข่มขืนหมู่เด็กหญิง หรือการกระทำในลักษณะเดียวกันต่อเด็กชาย ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่นับถือเรานั้นยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีเนื่องโดยเด็ก ๆ อีกคนหนึ่งหรือดูระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่บาท
ความผิดความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องยังคงไม่เกินสิบสามปีโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาทหรือตลอดชีวิต
การกล่าวหาความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองมีส่วนทำให้เกิดการเชื่อไดร์เวอร์หรือวัตถุระเบิดหรือโดยร่วมความผิดด้วยกันและซอฟต์แวร์เป็นมเด็กหญิงหรือที่กล่าวมากับนักร้องเดียวกันระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
If the commission of the offence under Section 276 paragraph one, or Section 277 paragraph one or paragraph two, causes the victim to:
(1) Suffer grievous bodily harm, the offender shall be punished with imprisonment of fifteen to twenty years and fined of three hundred thousand to four hundred thousand Baht, or imprisonment for life;
(2) Die, the offender shall be punished with death or imprisonment for life.
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
(๑) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
(๒) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
If the commission of the offence under Section 276 paragraph two, or Section 277 paragraph three, causes the victim to:
(1) Suffer grievous bodily harm, the offender shall be punished with imprisonment for life;
(2) Die, the offender shall be punished with death.
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสอง หรือมาตรา ๒๗๗ วรรคสาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
(๑) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
(๒) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต
If the commission of the offence under Section 276/2 causes the victim to:
(1) Suffer grievous bodily harm, the offender shall be punished with imprisonment of five to twenty years and fined of one hundred thousand to four hundred thousand Baht;
(2) Die, the offender shall be punished with death or imprisonment for life.
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖/๒ เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
(๑) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
(๒) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
Sexual intercourse under this Title means an act committed for the sexual gratification of the offender by the penetration of the sexual organ of the offender into the sexual organ, anus, or mouth of another person, or by the insertion of any object into the sexual organ, anus, or mouth of another person.
การกระทำชำเราตามหมวดนี้ หมายความว่า การกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น
ผู้ใดกระทำการอนาจารต่อบุคคลที่มีอายุเกินสิบห้าปี โดยการข่มขู่ด้วยวิธีการใดๆ โดยใช้กำลังบังคับ ในขณะที่บุคคลนั้นอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดคิดว่าผู้กระทำความผิดเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่เป็นอนาจารแก่บุคคลอายุมากกว่าสิบห้าปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ อย่างเป็นทางการสำหรับกำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ดูดีขัดขืนได้หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นพิเศษสำหรับคนงานระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการอนาจารต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี ไม่ว่าเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งนั้นกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบสามปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่เป็นอนาจารเก่าแก่ยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็ก ๆ เชื่อหรือไม่ว่าห้องอาหารระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
การกล่าวหาความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเวลานานต่อยังไม่เกินสิบสามปีโทษจำคุกตลอดชีวิตถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 278 หรือมาตรา 279 กระทำโดยการครอบครองหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสามแสนบาท
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 278 หรือมาตรา 279 ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 278 หรือมาตรา 279 ทำให้ผู้เสียหายเสียชีวิต ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ความเชื่อผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ มีส่วนทำให้เกิดการเชื่อถือหรือวัตถุที่ทำให้เกิดความผิดในระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ความผิดความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ เป็นสาเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหารับอันตรายสาหัส ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิ้นปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ เป็นสาเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาถึงความผิดของผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือตลอดชีวิต
การกระทำความผิดตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง และมาตรา 278 หากไม่ได้กระทำในที่สาธารณะ และไม่ได้ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ถือเป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่งและมาตรา ๒๗๘ อีกครั้งหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดธารชัดเจนไม่ได้เป็นสาเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหารับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายที่เป็นสาเหตุของการก่ออาชญากรรมอันยอมความได้
ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อสนองความต้องการของผู้อื่น โดยการจัดหา ล่อลวง หรือพาตัวชายหรือหญิงไปกระทำการอนาจาร แม้ว่าจะได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อบุคคลที่มีอายุมากกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นถึงสามแสนบาท
หากความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท
ใครก็ตามเพื่อสนองความใคร่ของบุคคลภายนอกในขอบเขตนั้นล่อไปหรือพาไปในอนาจารซึ่งชายหรือหญิงผู้ตรวจสอบรายชื่อนักร้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
การกล่าวหาความผิดตามวรรคหนึ่งจะต้องปล่อยให้บุคคลอายุเกินสิบห้าปีอย่างชัดเจนไม่เกินสิบแปดปี ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
การกล่าวหาความผิดตามวรรคหนึ่งจะต้องมีผลโดยตรงยังไม่เกินสิบห้าปีผู้มีอำนาจต้องวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิ้นปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อสนองความต้องการของผู้อื่น โดยการจัดหา ล่อลวง หรือพาตัวชายหรือหญิงไปกระทำการอนาจาร โดยใช้กลอุบาย ข่มขู่ ใช้กำลัง ใช้อิทธิพลโดยมิชอบ หรือวิธีการบังคับขู่เข็ญอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อบุคคลที่มีอายุมากกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกเจ็ดถึงยี่สิบปี และปรับหนึ่งแสนสี่หมื่นถึงสี่แสนบาท
หากความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบถึงยี่สิบปี ปรับตั้งแต่สองแสนถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงนั้นล่อไปหรือพาไปในอนาจารซึ่งชายหรือหญิงที่เป็นอุบายหลอกลวง ส่วนหนึ่งของการใช้งานกำลังประทุษร้ายใช้ชื่อเสียงโดยมิชอบใช้วิธีที่จะเชื่อใจด้วยประการใด ๆ ในระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ความผิดของความผิดตามวรรคหนึ่งจะต้องทำให้บุคคลอายุเกินสิบห้าปีอย่างชัดเจนไม่เกินสิบแปดปี ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงการสิ้นสุดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
ความผิดของศาลตามวรรคหนึ่งต้องใช้เวลานานถึงสิบห้าปีผู้มีอำนาจต้องวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงการสิ้นอายุ และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดลักพาตัวบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบห้าปีถึงสิบแปดปีไปเพื่อกระทำการอนาจาร แม้ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นถึงสามแสนบาท
หากความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท
ใครพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีอย่างเห็นได้ชัดไม่เกินสิบแปดปีไปโดยอนาจารผู้ตรวจสอบสมาชิกสภาหอสังเกตการณ์ตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
การกล่าวหาความผิดตามวรรคหนึ่งจะต้องมีผลโดยตรงยังไม่เกินสิบห้าปีผู้มีอำนาจต้องวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิ้นปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
Whoever commits sexual harassment against another person by words, gestures, communications, obscene material, or by any other means shall be punished with imprisonment not exceeding one year, or fined not exceeding twenty thousand Baht, or both.
If the offence under paragraph one is a repeated offence, the offender shall be punished with imprisonment not exceeding two years, or fined not exceeding forty thousand Baht, or both.
If the offence under paragraph one is committed by dissemination to the public or through a computer system, the offender shall be punished with imprisonment not exceeding three years, or fined not exceeding sixty thousand Baht, or both.
ผู้ใดกระทำด้วยวาจา ท่าทาง การสื่อสาร สื่อลามก หรือด้วยประการอื่นใด อันมีลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศต่อผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำซ้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชนหรือโดยระบบคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever commits sexual harassment under Section 284/1 against a child not over fifteen years of age shall be punished with imprisonment not exceeding five years, or fined not exceeding one hundred thousand Baht, or both.
The offence under this Section is a non-compoundable offence.
ผู้ใดกระทำความผิดฐานคุกคามทางเพศตามมาตรา ๒๘๔/๑ ต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตามมาตรานี้เป็นความผิดอันยอมความไม่ได้
In the case of an offence under Section 284/1 or Section 284/2, the Court shall have the power to issue a no-contact order prohibiting the offender from approaching or contacting the victim or members of the victim's family for a period and under conditions determined by the Court.
ในกรณีความผิดตามมาตรา ๒๘๔/๑ หรือมาตรา ๒๘๔/๒ ศาลมีอำนาจสั่งห้ามมิให้ผู้กระทำความผิดเข้าใกล้หรือติดต่อกับผู้เสียหาย หรือบุคคลในครอบครัวของผู้เสียหาย ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลกำหนด
In the case of an offence under Section 284/1 paragraph three, the Court shall have the power to order the deletion or destruction of data used in the commission of the offence, or to order the computer system service provider to suspend the dissemination of such data.
ในกรณีความผิดตามมาตรา ๒๘๔/๑ วรรคสาม ศาลมีอำนาจสั่งให้ลบหรือทำลายข้อมูลที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์ระงับการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 276, มาตรา 277, มาตรา 277 บิส, มาตรา 277 เทอร์, มาตรา 278, มาตรา 279, มาตรา 282 หรือมาตรา 283 กระทำต่อทายาททางสายเลือด นักเรียนที่อยู่ในความดูแลของผู้กระทำความผิด บุคคลที่อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ บุคคลที่อยู่ในการดูแลของผู้ปกครอง หรือบุคคลใดๆ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของผู้กระทำความผิด ผู้กระทำความผิดจะต้องรับโทษเพิ่มขึ้นอีกครึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้ในมาตรานั้นๆ
ความผิดความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ทวิมาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๒ หรือมาตรา ๒๘๓ มีห่วงโซ่ที่แก่ผู้สืบสันดานตามสายโลหิตผู้เขียนซึ่งอยู่ในความดูแลอยู่ในผู้ควบคุมความตามหน้าที่ผู้มีอำนาจในการตรวจสอบในความพิทักษ์หรือในความปกครองศาลหรือผู้มีอำนาจอยู่ในองค์ประกอบโดยประการอื่น ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษหนักกว่าที่พิจารณาโดยรวมในระดับกึ่งหนึ่ง
Whoever, being over sixteen years of age, derives his or her livelihood, even partially, from the earnings of a person engaged in prostitution, shall be punished with imprisonment of seven to twenty years and fined of one hundred and forty thousand to four hundred thousand Baht, or imprisonment for life.
ผู้ใดอายุกว่าสิบหกปี ดำรงชีพอยู่แม้เพียงส่วนหนึ่งจากรายได้ของผู้ซึ่งค้าประเวณี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
Whoever:
(1) Makes, produces, possesses, or imports, or causes to be distributed by any means whatsoever, any document, drawing, print, painting, printed matter, picture, poster, symbol, photograph, cinematograph film, sound recording, visual recording, or any other obscene object;
(2) Carries on a trade, takes part in, or is involved in the trade of such obscene objects or things, distributes, or exhibits them to the public, or rents them out;
(3) In order to assist in the distribution or trade of such obscene objects or things, advertises or makes known by any means that there is a person committing the offence under this Section, or advertises or makes known that such obscene objects or things can be obtained from any person or by any means;
shall be punished with imprisonment not exceeding three years, or fined not exceeding sixty thousand Baht, or both.
ผู้ใด
(๑) กระทำ ผลิต มีไว้ หรือนำเข้าหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือสิ่งอื่นใดอันลามก
(๒) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าว จ่ายแจก หรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่า
(๓) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ ว่ามีบุคคลกระทำการอันเป็นความผิดตามความในมาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวจะหาได้จากบุคคลใดหรือโดยวิธีใด
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever commits any of the following acts in relation to an obscene object that is an image or sound of a child not over eighteen years of age:
(1) Produces, possesses, imports, or causes it to be distributed by any means;
(2) Forwards, distributes, or exhibits it to the public;
(3) Carries on trade or is involved in the trade of such obscene objects;
shall be punished with imprisonment of three to seven years and fined of sixty thousand to one hundred and forty thousand Baht.
If the offender under paragraph one commits the offence for the purpose of seeking sexual gratification for himself or herself or another person, the offender shall be punished with imprisonment of four to ten years and fined of eighty thousand to two hundred thousand Baht.
ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้อันเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งลามกอนาจารที่เป็นภาพหรือเสียงของเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปี
(๑) ผลิต มีไว้ นำเข้า หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ
(๒) ส่งต่อ จ่ายแจก หรือแสดงอวดแก่ประชาชน
(๓) ประกอบการค้า หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้าซึ่งวัตถุหรือสิ่งลามกอนาจารดังกล่าว
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
Whoever possesses an obscene object that is an image or sound of a child not over eighteen years of age for the purpose of seeking sexual gratification for himself or herself or another person shall be punished with imprisonment not exceeding five years, or fined not exceeding one hundred thousand Baht, or both.
ผู้ใดครอบครองวัตถุหรือสิ่งลามกอนาจารที่เป็นภาพหรือเสียงของเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฆาตกรรม ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกระหว่างสิบห้าถึงยี่สิบปี
ใครๆ ต่างก็ทานอาหารในระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือตลอดชีวิตตั้งแต่สิบห้าปีถึงการสิ้นสุดปี
ผู้ใดกระทำการใดๆ โดยเจตนาฆ่าผู้อื่น หรือกระทำการทารุณกรรม หรือฆ่าผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ หรือผู้ที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเตรียมการหรืออำนวยความสะดวกในการกระทำความผิดอื่น หรือเพื่อแสวงหาหรือรักษาผลประโยชน์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดอื่น จะต้องถูกลงโทษประหารชีวิต
ใครก็ตามที่ประโยชน์ (1) โดยไตร่ตรองเป็นประจำ (2) โดยทารุณฑ์ (3) ฆ่าบุพดี (4) ฆ่าเจ้าพนักงานตามหน้าที่หรือเพราะเหตุที่จะเกิดขึ้นหรือได้จัดการหน้าที่ (5) ฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในเจ้าพนักงานนั้นตามหน้าที่หรือเพราะเหตุที่บุคคลทั่วไปช่วยเหลือหรือได้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน (6) เพื่อดำเนินการการตระเตรียมการหรือในการที่จะเริ่มต้นการดำเนินการอื่นหรือ (7) วิธีการดำเนินการหรือกระบวนการซึ่งเป็นประโยชน์อันที่ไม่ได้ใช้อื่น ๆ เพื่อที่จะกำจัดความผิดอื่น ๆ หรือเพื่อให้เป็นไปตามนั้นให้อาญาในความผิดอื่น ๆ ที่ตนได้เป็นที่เชื่อถือของการลงโทษประหารชีวิต
ผู้ใดกระทำการใดๆ โดยไม่เจตนาให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บถึงแก่ความตาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบห้าปี
เหตุผลที่ต้องมีการฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นสาเหตุให้ผู้นั้นถึงสามสิบปีที่ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ปีถึงสิบห้าปี
ผู้ใดประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
ใครก็ตามที่ถือโทษโดยประมาทและกล่าวอย่างเป็นทางการว่าเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงเหตุผลหลักที่ต้องโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ผู้ใดกระทำการใดๆ เป็นเหตุให้ผู้อื่นกระทำการหรือพยายามกระทำการฆ่าตัวตายด้วยการกระทำอันโหดร้าย หากการกระทำนั้นสำเร็จเป็นการฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่กล่าวด้วยประการใดให้ผู้อื่นฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย โดยผู้นั้นถูกทารุณจิตใจอย่างร้ายแรงในการฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายได้เกิดขึ้นที่เพดานคุกต้องโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดช่วยเหลือหรือยุยงให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบหกปี หรือบุคคลที่ไม่สามารถเข้าใจลักษณะหรือความสำคัญของการกระทำดังกล่าว หรือบุคคลที่ไม่สามารถควบคุมการกระทำของตนเอง ให้กระทำการฆ่าตัวตาย หากการฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายเกิดขึ้นจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครช่วยหรือยุยงนั้นยังไม่เกินสิบหกปีหรือบุคคลผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของสภาพหรือความสำคัญอย่างไรหรือบุคคลนั้นสามารถบังคับบัญชาได้สำเร็จในการฆ่าตัวตายการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นหรือความพยายามพยายามฆ่าตัวตายในระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทระหว่างบุคคลสามคนขึ้นไป และมีบุคคลใดเสียชีวิตอันเป็นผลจากการทะเลาะวิวาทนั้น ไม่ว่าจะมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทหรือไม่ก็ตาม จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่เข้าร่วมในชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่เริ่มต้นขึ้นไปและบุคคลหนึ่งบุคคลใดๆ ตรวจสอบผู้ที่เข้าร่วมในนั้นหรือไปถึงจุดสำคัญโดยจับในชุลมุนต่อสู้นั้นระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งทั้งปรับ
ผู้ใดทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บทางร่างกายหรือจิตใจ กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครทำร้ายร่างกายของลำไส้เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้มีอำนาจนั้นความผิดฐานทำร้ายร่างกายของนักร้องระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจ โดยมีเหตุเพิ่มโทษตามมาตรา 289 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีที่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้นเองเหตุฉกรรจ์อย่างใด ๆ สนับสนุนมาตรา๘๒๙ หอระฆังวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงสองแสนบาท
การทำร้ายร่างกายอย่างร้ายแรง หมายถึง:
(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือสูญเสียการรับกลิ่น
(2) การสูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือความสามารถในการสืบพันธุ์
(3) การสูญเสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด
(4) การเสียโฉมถาวรของใบหน้า
(5) การแท้งบุตร
(6) ความพิการทางจิตถาวร
(7) ความพิการถาวร หรือความทุกข์ทรมานหรือความเจ็บป่วยที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดนานกว่ายี่สิบวัน หรือไม่สามารถดำเนินกิจกรรมตามปกติได้นานกว่ายี่สิบวัน
ใครที่คิดว่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายของลำไส้เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสออสระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
อันตรายสาหัสนั่นก็คือ
(๑) ใต้น้ำ หูหนวก ลิ้นขาดหรือเสียฆานประสาท
(๒) เสียในเรื่องนั้นหรือจุดเด่น
(๓) เสียแขนขาเหยียบเท้านิ้วหรืออย่างอื่นอื่นๆ
(๔) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
( ) แท้งลูก
(๖) จิตรอย่างติดตัว
(๗) ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาอีกต่อไปวันหรือจนทำกรณียกิจตามปกติไม่ได้อีกต่อไปเลยวัน
ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 297 โดยมีเหตุเพิ่มโทษตามที่ระบุไว้ในมาตรา 289 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท
ใครที่พิจารณาความผิดตามมาตรา ๒๙๗ สนับสนุนเหตุฉกรรจ์ในกรณีใด ๆ สนับสนุนมาตรา๘ ๒๙ การพิจารณาคดีจะต้องใช้เวลานานถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทระหว่างบุคคลสามคนขึ้นไป และมีบุคคลใด ไม่ว่าจะมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทนั้นหรือไม่ก็ตาม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่เข้าร่วมในชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่การเดินทางขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่ทราบผู้ที่เข้าร่วมในนั้นหรือรับอันตรายสาหัสระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งทั้งจำปรับ
ผู้ใดประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่สงสัยโดยประมาทและกล่าวหาว่าเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสปลาหมึกระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หญิงใดกระทำการทำแท้งด้วยตนเอง หรืออนุญาตให้ผู้อื่นกระทำการทำแท้งแทน เมื่อตั้งครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกในขณะที่อายุยืนยาวเกินสิบสองสัปดาห์ห้องอาหารระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการทำแท้งแก่หญิงโดยความยินยอมของหญิงผู้นั้น จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำดังกล่าวทำให้หญิงผู้นั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสอื่นใดอีก ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้หญิงนั้นเสียชีวิต ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
ที่ทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นอ้างหลังคาระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สาเหตุที่เกิดขึ้นให้หญิงรับอันตรายสาหัสเป็นหลักด้วยผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนหมื่นสี่บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สาเหตุก็คือเหตุให้หญิงถึงแก่ต้องเชื่อว่าผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ผู้ใดกระทำการทำแท้งโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนาง ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำดังกล่าวทำให้หญิงผู้นั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสอื่นใดอีก ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
หากการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้หญิงนั้นเสียชีวิต ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินยี่สิบปี และปรับไม่เกินสี่แสนบาท
ทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่เชื่อในระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สาเหตุเป็นสาเหตุให้หญิงรับอันตรายสาหัสด้วยผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
สาเหตุก็คือเหตุให้หญิงถึงแก่ต้องเชื่อว่าผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกในการลงโทษปี และปรับไม่เกินสี่แสนบาท
ผู้ใดเพียงพยายามกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือมาตรา 303 จะต้องรับโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรานั้นๆ
ใครเพียงแต่พยายามที่จะดำเนินการตามความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๓ ผู้บังคับบัญชานั้นจะต้องระวางความปลอดภัยของระบบสนับสนุนการสนับสนุนมาตราส่วน
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือมาตรา 302 กระทำโดยแพทย์ที่ปฏิบัติตามกฎของสภาการแพทย์ ในกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้ บุคคลนั้นจะไม่ต้องรับผิด:
(1) จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ยังคงตั้งครรภ์ต่อไป จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตของเธอ
(2) จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์ที่เชื่อได้ว่าหากเด็กเกิดมาจะพิการอย่างรุนแรง
(3) หญิงยืนยันกับแพทย์ว่าการตั้งครรภ์เป็นผลมาจากการกระทำความผิดทางเพศ
(4) หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่เกินสิบสองสัปดาห์ยืนยันความประสงค์ที่จะยุติการตั้งครรภ์
(5) หญิงที่ตั้งครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์แต่ไม่เกินยี่สิบสัปดาห์ยืนยันความประสงค์ที่จะยุติการตั้งครรภ์หลังจากได้รับการตรวจและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ ตามกฎและขั้นตอนที่กำหนดโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามคำแนะนำของสภาการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
การกล่าวหาความผิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ เป็นที่ทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประวัติการกระทำและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสภา กรณีในกรณีที่ผู้รับผิดชอบไม่มีความผิด
(๑) จะต้องเป็นไปตามที่หากจะเกิดขึ้นต่อไปจะถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น
(๒) สิ่งสำคัญคือการที่เห็นได้ชัดหรือเป็นที่ทางการแพทย์อันควรเชื่อว่าทารกคลอดออกมาจะต้องถึงขนาดทุพพลภาพอย่างสำคัญอย่างยิ่ง
(๓) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านพฤติกรรมว่าตนมีสาเหตุเนื่องมาจากความผิดเกี่ยวกับสุขอนามัย
(๔) อายุยืนยาวไม่เกินสิบสองสัปดาห์ยืนยันการเป็นผู้ปกครอง
(๕) สตรีซึ่งมีอายุยืนยาวเกินสิบสองสัปดาห์แต่ไม่เกินยี่สิบสัปดาห์ ยืนยันไปยังผู้บริหารระดับสูงและคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทำหน้าที่ดูแลการปฏิบัติงานอื่นๆ ตามกฎระเบียบและการดูแลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดประกาศโดยคำแนะนำของแพทยสภาและผู้บริหารระดับสูงว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพในวัยรุ่น
ผู้ใดมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือสัญญาที่จะต้องดูแลบุคคลที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เนื่องจากชราภาพ เจ็บป่วย พิการทางร่างกายหรือจิตใจ แล้วทอดทิ้งบุคคลนั้นในลักษณะที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สมาชิกสภากราดหรือตามสัญญาต้องดูแลและพึ่งตนเองด้วยตนเองเพราะเหตุที่ร่างกายป่วยเจ็บ กายหรือจิตสังหารทอดทิ้งซอฟท์แวร์นั้นเสียโดยประการที่เป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตปลาหมึกระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 306 ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อบุคคลที่ถูกทอดทิ้ง ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การกล่าวหาความผิดตามมาตรา ๓๐๖ เป็นสาเหตุให้ผู้ตรวจสอบอันตรายสาหัสผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 306 เป็นเหตุให้บุคคลที่ถูกทอดทิ้งเสียชีวิต ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
ความผิดของความผิดตามมาตรา ๓๐๖ เป็นสาเหตุให้ผู้ตรวจสอบถึงอดีตที่ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดบังคับผู้อื่นให้กระทำการหรือไม่กระทำการใดๆ หรือยอมจำนนต่อการกระทำใดๆ โดยการข่มขู่ผู้อื่นด้วยการขู่ว่าจะทำร้ายชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของตนเองหรือของผู้อื่น หรือโดยการใช้ความรุนแรง จนกระทั่งผู้อื่นกระทำการหรือไม่กระทำการดังกล่าว หรือยอมจำนนต่อการกระทำดังกล่าว ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งนั้นกระทำโดยใช้อาวุธ หรือกระทำโดยบุคคลห้าคนขึ้นไปร่วมกัน หรือกระทำการเพื่อบังคับให้บุคคลนั้นกระทำการ เพิกถอน ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิใด ๆ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากกระทำการโดยอ้างอำนาจของสมาคมลับหรือแก๊งอาชญากร ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ใครก็ตามใจผู้อื่นให้ส่วนการใดๆ ที่ไม่ได้เป็นส่วนใหญ่การใดหรือจำยอมต่อพื้น โดยทำให้กลัวว่าจะไม่เกิดอันตรายต่อชีวิตที่ชื่อเสียงหรือที่ทราบถึงใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือส่วนพลังงานประทุษร้ายลำไส้ผู้ถูกดึงดูดใจต้องสงสัยการนั้นไม่สงสัยการนั้น หรือจำยอมต่อฐานะสมาชิกระวางซอฟต์เฟิร์มแวร์ในระดับสูงสุดสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตามวรรคแรกได้ในส่วนที่เป็นแนวทางหรือโดยร่วมเป็นส่วนรับผิดชอบต่อความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือได้ซอฟต์แวร์เพื่อให้ผู้ถูกควบคุมใจทำการถอนซอฟท์แวร์หรือทำลายเอกสารสิทธิของผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
สาเหตุโดยอ้างว่าอำนาจอั้งยี่หรือโซโรโจร ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ผู้ใดกักขังหรือควบคุมตัวผู้อื่น หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพของบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเหนี่ยวหรือกักยึดผลประโยชน์หรือความเชื่อด้วยประการใดให้คุณสมบัติที่มีส่วนประกอบของระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 310 กระทำโดยการกักขัง กักขัง หรือจำกัดเสรีภาพทางร่างกายของบุคคลจนอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
หากการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสี่แสนบาท
การกล่าวหาความผิดตามมาตรา ๓๑๐ มักจะเป็นสาเหตุโดยทำให้ผู้ถูกตัดสินจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำ
ความผิดตามวรรคแรกเป็นสาเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหารับอันตรายสาหัสผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
เป็นเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ชราซึ่งผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานถึงการยุบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
ผู้ใดลักพาตัวผู้อื่น หรือกักขังผู้อื่นเพื่อเรียกค่าไถ่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนถึงสี่แสนบาท
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายของบุคคลที่ถูกนำตัวไป กักขัง หรือควบคุมตัว หรือการกระทำความผิดนั้นกระทำอย่างโหดร้าย หรือกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าถึงยี่สิบปี
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งทำให้บุคคลที่ถูกนำตัวไปคุมขังหรือควบคุมตัวเสียชีวิต ผู้กระทำความผิดต้องถูกลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่พาไปหรือไม่จำเป็นต้องมีเหนี่ยวกักฟังเหตุผลอื่นๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าเล่าเรียนของระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท
สาเหตุของความผิดตามวรรคแรกเป็นเหตุให้ผู้ถูกพาไปหรือผู้ถูกมองว่าเหนี่ยวถูกมักจะรับอันตรายสาหัสหรือกักความผิดตามวรรคแรกได้โดยใช้ทารุณหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อไม่เกินสิบห้าปีผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือตำนานตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
การกล่าวหาความผิดตามวรรคแรกเป็นเหตุให้ผู้ถูกพาไปหรือผู้ถูกมองว่าเหนี่ยวถูกส่งผลให้ผู้มีอำนาจต้องกักระวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดลักพาตัวหรือกักขังผู้อื่นโดยใช้เล่ห์เหลี่ยม ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้อิทธิพลโดยมิชอบ หรือวิธีการบังคับอื่นใด เพื่อสนองความต้องการทางเพศของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
ผู้ใดลักพาตัวหรือกักขังผู้อื่นโดยใช้เล่ห์เหลี่ยม ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้อิทธิพลโดยมิชอบ หรือวิธีการบังคับอื่นใด เพื่อสนองความต้องการทางเพศของตนเอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสามแสนบาท
ใครก็ตามเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น พาผู้อื่นไปหรือเขียนเหนี่ยวกักฟังเหตุผลของการที่ไม่ต้องผ่านๆ เป็นจุดๆ ใช้กำลังประทุษร้ายใช้ประโยชน์จากอำนาจของมันที่ผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีควบคุมใจด้วยประการอื่นๆ ใด ๆ กินระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ใครก็ตามเพื่อสนองความใคร่ของนายพาผู้อื่นไปหรือตัดเหนี่ยวกักกักถึงผลประโยชน์ที่ไม่จำเป็นต้องมีการบังคับใช้ การควบคุมนั้นใช้กำลังประทุษร้ายใช้อำนาจการปกครองที่ผิดคลองธรรม สามารถใช้วิธีที่จะเชื่อใจด้วยประการอื่น ๆ ใด ๆ กินระต้องถือครองตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดลักพาตัวหรือกักขังบุคคลใดโดยมีเจตนาอนาจาร โดยใช้การหลอกลวง ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ใช้อิทธิพลโดยมิชอบ หรือวิธีการบังคับอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
ใครก็ตามที่จะเห็นอนาจาร พาคนอื่นไปหรือตัดเหนี่ยวเพื่อกักขังไว้ในที่ที่อุบายของเหยื่อการควบคุมใช้กำลังประทุษร้ายใช้อำนาจการปกครองผิดๆ คลองธรรม สามารถใช้วิธีที่จะเอาใจด้วยประการอื่นๆ ปลาหมึกระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดลักพาตัวบุคคลที่มีอายุมากกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่มากกว่าสิบแปดปีไปจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อผลประโยชน์หรือเพื่อจุดประสงค์ที่ไม่เหมาะสม โดยได้รับความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท
ใครก็ตามที่จะได้กำไรหรือไม่จำเป็นอนาจารพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากเฟิร์มแวร์หรือผู้ดูแลโดยบุคคลนั้นจะต้องรวมกับห้องอาหารระวางโทษจำคุกตั้งแต่นั้นเป็นเวลานานถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดพาเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็ก โดยไม่มีเหตุอันควร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นถึงสามแสนบาท
ใครก็ตามที่พาไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากการควบคุมดูแลผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยเหตุอันเนื่องมาจากความเชื่อถือโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท
ผู้ใดลักพาตัวผู้อื่น หรือกักขังผู้อื่น เพื่อบังคับให้ผู้อื่นกระทำการใดๆ เพื่อสนองความต้องการของผู้กระทำผิดหรือผู้อื่น ในกระบวนการค้าแรงงานหรือค้ามนุษย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสี่แสนบาท
หากความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบถึงยี่สิบปี ปรับตั้งแต่สองแสนถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
หากการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าถึงยี่สิบปี
หากการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่ไปหรือทอดเหนี่ยวกักตุนคุณสมบัติที่จำเป็นเพื่อให้ผู้ถูกพาไปหรือถูกพูดถึงเหนี่ยวถูกกักนั้นต้องอาศัยการใดๆเพื่อสนองความต้องการผู้มีอำนาจหรือของผู้อื่นในการค้าการค้าหรือการค้ามนุษย์ร้านอาหารจะต้องถือตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
การพิพากษาความผิดตามวรรคแรกเป็นที่สาธารณะต่อไม่เกินสิบห้าปีต้องโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือตลอดชีวิต
คดีความผิดตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นสาเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากล่าวหาสาหัสผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือคดีตั้งแต่สิบห้าปีถึงสิ้นปี
เป็นสาเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาถึงอดีตที่ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดลักพาตัวผู้อื่น หรือกักขังผู้อื่น เพื่อจะนำตัวผู้ถูกลักพาตัว กักขัง หรือควบคุมตัวนั้นไปอยู่ภายใต้อำนาจของผู้อื่นนอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสามแสนบาท
หากความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบถึงยี่สิบปี ปรับตั้งแต่สองแสนถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ใครก็ตามที่พาไปหรือตัดเหนียนกักตัวเองให้เป็นไปตามที่ผู้ถูกพาไปหรือผู้ถูกมองว่าเหนี่ยวถูกกักนั้นตกอยู่ภายใต้อำนาจของสาธารณรัฐฮ่องกงระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท
การพิพากษาความผิดตามวรรคแรกเป็นที่สาธารณะต่อไม่เกินสิบห้าปีต้องโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาทหรือตลอดชีวิต
ผู้ใดปกปิดบุคคลที่ถูกนำตัวไปตามมาตรา 312, 313, 314, 315, 316, 317 หรือ 318 จะต้องถูกลงโทษตามโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดตามมาตรานั้นๆ
ใครซ่อนเร้นร่างกายถูกพาส่วนต่างๆ มาตรา ๓๑๒ มาตรา ๓๑๓ มาตรา ๓๑๔ มาตรา ๓๑๕ มาตรา ๓๑๖ มาตรา ๓๑๗ หรือมาตรา ๓๑๘ ฮ่องกงระวางระบบการทำงานของผู้กระทำความผิดตามมาตราดังกล่าว
หากผู้กระทำความผิดตามมาตรา 312 ถึงมาตรา 315 หรือผู้ที่ซ่อนเร้นผู้อื่นตามมาตรา 319 ส่งตัวผู้ถูกลักพาตัวกลับไปยังสถานที่เดิมหรือสถานที่ปลอดภัยโดยสมัครใจก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษา และบุคคลดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือมากกว่านั้น ศาลอาจลงโทษสถานเบากว่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับความผิดดังกล่าวได้ในระดับใดก็ได้
ผู้พิจารณาความผิดตามมาตรา ๓๑๒ ซ่อนถึงมาตรา ๓๑๕ หรือผู้เร้นลับมาตราตาม ๓๑๙ ส่งบุคคลถูกเอาตัวไปคืนให้กับที่อยู่เดิมหรือโดยสมัครใจก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาและบุคคลนั้นได้รับอันตรายสาหัสหรือยิ่งกว่านั้นศาลจะลงโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงเท่านั้น
ความผิดตามมาตรา 309 วรรคหนึ่ง และมาตรา 310 เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดตามมาตรา ๓๐๙ วรรคแรก และมาตรา ๓๑๐ เป็นความผิดและยอมความได้
ผู้ใดเปิดจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใดๆ ที่ปิดผนึกและส่งถึงบุคคลอื่น หรือกระทำการใดๆ เพื่อสืบหาเนื้อหาของจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ว่าในกรณีใดหรือการปฏิบัติตามด้วยประการใด ๆ แก่อีเมลเกี่ยวกับเลขหรือเอกสารใด ๆ ในกรณีที่มีถึงปลายทางที่จะรู้ข้อความในจดหมายเรียกเลขหรือเอกสารนั้น ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใด เมื่อได้รู้หรือได้มาซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุแห่งการเป็นเจ้าหน้าที่ แพทย์ เภสัชกร ผู้จำหน่ายยา พยาบาลผดุงครรภ์ พยาบาล นักบวช ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือผู้ช่วยในวิชาชีพดังกล่าว แล้วเปิดเผยความลับนั้นในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดก็ตามที่ได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่หรือจากบุคคลใดในวิชาชีพที่กล่าวถึงในวรรคหนึ่ง แล้วได้ล่วงรู้ความลับของผู้อื่นเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนั้น และเปิดเผยความลับนั้น จะต้องรับโทษเช่นเดียวกัน
ใครๆ รู้หรือรู้ซึ่งความลับของผู้อื่นโดยเหตุที่เป็นเจ้าพนักงาน สาขาวิชาอาชีพเป็นแพทย์ เภสัชกร คนจำหน่ายยา นางผดุงครรภ์ ผู้ปฏิบัติงานพยาบาล นักกฎหมาย หรือผู้ช่วยในอาชีพนั้นอย่างเปิดเผยความลับนั้นในประการที่ประสิทธิภาพเกิดขึ้นของผู้มีอำนาจคนหนึ่งจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเป็นผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานหรือจากเรื่องราวอาชีพในวรรคแรกรู้ความลับของผู้อื่นเนื่องจากการสั่งนั้นอย่างเป็นทางการว่าความลับนั้น ระบบปฏิบัติการของจักรพรรดิ์นั้น...
ผู้ใดเปิดเผยสาระสำคัญของจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารของผู้อื่นซึ่งเป็นความลับ โดยที่ตนได้รู้มาโดยวิธีการใดๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 322 และการเปิดเผยนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การค้นพบจดหมายในจดหมายเรียกเลขหรือเอกสารของผลประโยชน์ซึ่งเป็นที่ตั้งของโดยตนได้ทราบข่าวมาโดยทางหนึ่งทางใดที่มีชื่อเสียงสนับสนุนมาตรา ๓๒๒ และเสียงร้องนั้นเกิดเหตุการณ์ที่แก่ผู้หนึ่งผู้ใดเชลยจะวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดในบทนี้เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
ผู้ใดกล่าวร้ายผู้อื่นต่อหน้าบุคคลที่สามในลักษณะที่อาจทำให้ชื่อเสียงของผู้อื่นนั้นเสื่อมเสีย หรือทำให้ผู้อื่นนั้นถูกเกลียดชังหรือดูหมิ่นเหยียดหยาม ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่ใส่ความประโยชน์ต่อๆ ไปโดยประการแรกในผลประโยชน์นั้นเสียชื่อเสียงอย่าลืมดูหมิ่นหรือถูกระบบควบคุมโดยตรงนั้นผู้มีอำนาจนั้นความผิดฐานหมิ่นประมาทการพิจารณาคดีจะวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกล่าวอ้างสิ่งใดเกี่ยวกับผู้ตายต่อหน้าบุคคลที่สาม และการกล่าวอ้างนั้นมีแนวโน้มที่จะทำให้ชื่อเสียงของบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายนั้นเสื่อมเสีย หรือทำให้ผู้ตายนั้นตกเป็นที่เกลียดชังหรือดูหมิ่นเหยียดหยาม ผู้นั้นกระทำการหมิ่นประมาท และต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 326
ใครใส่ความผู้ตายต่อบางครั้งที่ใส่ความนั้นจำเป็นต้องอาศัยเหตุผลต่างๆ ในกรณีนี้หรือที่บุตรตายเสียชื่อเสียงในดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังผู้มีอำนาจนั้นการพิจารณาฐานรากของการประมาทเลินเล่อวางอย่างดังเนื่องมาจากมาตรา ๓๒๖ กล่าว
หากการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นกระทำโดยการเผยแพร่ผ่านเอกสาร ภาพวาด ภาพเขียน ภาพยนตร์ ภาพถ่าย หรือจดหมายที่เผยแพร่ด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม หรือโดยการออกอากาศเนื้อหาเสียงหรือภาพ หรือโดยวิธีการประกาศต่อสาธารณะอื่นๆ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
ความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กล่าวอ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยเอกสารที่มองเห็นภาพการสืบค้นของภาพหรือตัวอักษรที่มองเห็นไม่ว่าใดๆ หรือส่วนเสียงหรือเฟิร์มแวร์ของภาพหรือโดยที่ประกาศอย่างเป็นทางการอื่นๆ ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานและปรับไม่เกินสองแสนบาท
ผู้ใดก็ตามที่แสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ด้วยความสุจริตใจ:
(1) เพื่อการแก้ตัวหรือการป้องกันตนเอง หรือเพื่อการปกป้องผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
(2) ในสถานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
(3) โดยการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมต่อบุคคลหรือสิ่งใดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ หรือ
(4) โดยการรายงานอย่างเป็นธรรมเกี่ยวกับการดำเนินการเปิดเผยของศาลหรือการประชุมใดๆ
จะไม่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท
มีใครแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใด ๆ โดยธรรมชาติ
(๑) สร้างความเข้มแข็งให้กับตนเองหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนเองตามคลองธรรม
(๒) เพื่อเป็นเจ้าพนักงานตามหน้าที่
(๓) ติชมด้วยความเห็นว่าเป็นเรื่องของบุคคลหรือพื้นผิวอันเป็นวิพูดถึงของประชาชนย่อมเป็นความผิดหรือ
(๔) แจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการและในศาลหรือในการประชุม
ผู้มีอำนาจนั้นไม่มีความผิดพื้นฐานหมิ่นประมาท
In the case of defamation, if the person accused of the offence can prove that the imputation made is true, such person shall not be punished.
But the proof shall not be allowed if the imputation concerns a personal matter and such proof would not be of benefit to the public.
ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด พิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
แต่ห้ามมิให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่กล่าวหาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทนายความของคู่ความฝ่ายนั้น ที่แสดงความคิดเห็นหรือถ้อยแถลงใดๆ ในระหว่างการดำเนินคดีในศาลเพื่อประโยชน์ของคดีของตน จะไม่ถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท
คู่ความหรือทนายความของคู่ความที่ต้องการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความในการพิจารณาคดีในศาลเพื่อประโยชน์แก่คดีไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
ในกรณีของการหมิ่นประมาท จะไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ หลังจากสามเดือนนับจากวันที่ผู้เสียหายทราบถึงการกระทำความผิดและผู้กระทำความผิด
ในคดีหมิ่นประมาทต้องพิจารณามิให้คดีฆาตกรรมเมื่อเฝ้าระวังกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายทราบถึงความผิดและความเสียหายต่อผู้กระทำผิด
ความผิดในบทนี้เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
Whoever takes away the property of another person, or which another person is a co-owner, dishonestly commits theft, and shall be punished with imprisonment not exceeding three years and fined not exceeding sixty thousand Baht.
ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ผู้ใดกระทำการลักทรัพย์: (1) ในเวลากลางคืน; (2) ณ หรือบริเวณใกล้เคียงสถานที่ที่มีเพลิงไหม้ การระเบิด น้ำท่วม หรืออุบัติเหตุใดๆ ต่อรถไฟหรือยานพาหนะที่ประชาชนใช้ หรือภัยพิบัติอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน; (3) โดยการทำลายสิ่งกีดขวางใดๆ ที่มีไว้เพื่อป้องกันบุคคลหรือทรัพย์สิน หรือโดยการผ่านสิ่งกีดขวางดังกล่าวไม่ว่าด้วยวิธีใด; (4) โดยการเข้าไปทางช่องเปิดที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือทางช่องเปิดที่ผู้ร่วมกระทำความผิดจัดเตรียมไว้; (5) โดยการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น ปิดบังใบหน้า หรือทำให้ตนเองไม่สามารถจดจำได้; (6) โดยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง; (7) โดยใช้อาวุธ หรือร่วมกับบุคคลอื่น; (8) ในบ้านพักอาศัย สำนักงานราชการ หรือสถานที่บริการสาธารณะที่ตนเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือที่ตนซ่อนตัวอยู่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท
ใครลักทรัพย์ (1) ในที่หรือบริเวณที่มีสาเหตุการเผาสนิมหรืออุทกภัยหรือที่หรือในกรณีที่เหตุใดเหตุทุกขภัยแก่รถไฟหรือตรวจสอบอื่น ๆ ที่ประชาชนหรือจุดสังเกตเดียวกัน (3) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับสงวนส่วนบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่าบำรุงรักษาด้วยประการใด ๆ (4) โดยเข้าทางช่องทางซึ่งขึ้นโดยไม่ได้มีไว้เพื่อให้เข้าหรือเข้าทางช่องทางซึ่งเป็นใจเปิด (5) โดยการแปลงตัวปลอมหรือตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือดำเนินการประการอื่น ๆ เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ (6) โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน (7) ฟังก์ชั่นการควบคุมหรือโดยส่วนการควบคุมความผิดร่วมกันตั้งแต่นั้นสืบเนื่องขึ้นไป (8) ในเคหสถานและชื่อเสียงหรือองค์ประกอบจัดไว้เพื่อบริการสาธารณะที่ตนเองได้เป็นผลหรือซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ของอาจารย์วางโทษจำคุกตั้งแต่ปีที่แล้วถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
ผู้ใดฉกฉวยทรัพย์สิน กระทำความผิดฐานฉกฉวย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
หากการฉกชิงทรัพย์ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจแก่ผู้อื่น ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
หากการฉกชิงทรัพย์ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้อื่น ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นถึงสองแสนบาท
หากการฉกชิงทรัพย์นั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสามแสนบาท
ใครลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้าผู้มีอำนาจนั้นความเชื่อหลักความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์จะต้องวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
การวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจผู้มีอำนาจต้องระวางโทษเป็นเวลานานถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
การวิ่งราวทรัพย์เป็นสาเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
การวิ่งราวทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท
Whoever commits any offence under Sections 334 to 336 by wearing a military or police uniform, or dressing so as to appear to be military or police personnel, or by having or using a firearm or explosive, or by using a vehicle for the purpose of facilitating the commission of the offence or the carrying away of the property, or for the purpose of escaping arrest, shall be liable to one and a half times the punishment provided in the respective Section.
ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๓๓๔ ถึงมาตรา ๓๓๖ โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ หรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ กึ่งหนึ่ง
ผู้ใดข่มขู่ผู้อื่นว่าจะทำร้ายชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขู่หรือของบุคคลที่สาม เพื่อให้ผู้ถูกข่มขู่มอบหรือจะมอบทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดให้แก่ผู้กระทำความผิดนั้น กระทำการกรรโชกทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
คนส่วนใหญ่มักจะสังเกตได้ว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตอย่างเคร่งครัดตามชื่อเสียงชื่อเสียงหรือในการปฏิบัติตามกฎระเบียบการควบคุมหรือการดำเนินงานของผู้มีอำนาจในการควบคุมการยอมให้หรือยอมให้คุณสมบัติหรือประโยชน์อื่น ๆ แก่ผู้มีอำนาจนั้นคือความผิดฐานกรรโชกเพดานระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ผู้ใดบังคับขู่เข็ญผู้อื่นให้มอบหรือยินยอมมอบทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ผู้กระทำความผิดหรือบุคคลที่สาม โดยข่มขู่ว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกข่มขู่หรือบุคคลที่สาม ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท
ใครก็ตามใจให้ยอมให้หรือยอมให้ประโยชน์หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ผู้มีอำนาจหรือความแก่โดยตรงโดยการปฏิบัติตามหลักๆ การเปิดเผยความลับซึ่งนั้นทำให้ผู้ถูกโจมตีอย่างสม่ำเสมอหรือเป็นผลเสียหายซึ่งผู้มีอำนาจนั้นเป็นสาเหตุของฐานรีดเอาทรัพย์สมบัติของระบบปฏิบัติการระวางเป็นประจำตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดกระทำการลักทรัพย์โดยใช้กำลังหรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลัง จะต้องรับโทษทันทีเพื่อ:
(1) อำนวยความสะดวกในการขโมยหรือขนย้ายทรัพย์สิน
(2) บังคับให้ส่งมอบทรัพย์สิน
(3) ครอบครองทรัพย์สิน
(4) ปกปิดความผิด หรือ
(5) หลบหนีการจับกุม
กระทำการปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุก 5 ถึง 10 ปี และปรับ 100,000 ถึง 200,000 บาท
ใครก็ตามลักทรัพย์ที่มีพลังประทุษร้ายหรือบางครั้งคราวญว่าในทันใดนั้นก็คือกำลังประทุษร้ายไปที่
(๑) ปล่อยให้เป็นไปตามการลักทรัพย์พาทรัพย์นั้นไป
(๒) ยื่นยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น
(๓) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้
(๔) ปกปิดความผิดนั้นหรือ
(๕) อดทนต่อการเป็นผลสืบเนื่อง
ผู้ตัดสินความผิดฐานชิงทรัพย์ในระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท
ผู้ใดกระทำการปล้นทรัพย์ร่วมกับบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ถือเป็นการปล้นทรัพย์โดยใช้กำลัง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนถึงสามแสนบาท
หากในการก่อเหตุปล้นทรัพย์โดยเป็นกลุ่ม ผู้กระทำผิดคนใดคนหนึ่งพกพาอาวุธ ผู้กระทำผิดนั้นจะต้องถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่สิบสองถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนสี่หมื่นถึงสี่แสนบาท
ใครก็ตามที่ชิงทรัพย์โดยมักจะเชื่อถือความผิดด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้นขึ้นไป ผู้มีอำนาจนั้นเชื่อว่าฐานทัพทรัพย์ของพวกเราจะวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท
ในการปล้นทรัพย์ผู้มีอำนาจเชื่อว่าใครคนใดมีการควบคุมตัวกับทฤษฎีที่ต้องโทษจำคุกตั้งแต่สิบเป็นเวลานานถึงการเยื้องปี และปรับตั้งแต่สองแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
ผู้ใดฉ้อฉลหลอกลวงผู้อื่นโดยกล่าวเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรเปิดเผย และโดยการหลอกลวงนั้นได้มาซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามกระทำการ เพิกถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ กระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามโดยสุจริตหลอกลวงชื่อเสียงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรแจ้งและหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งคุณสมบัติจากผู้ถูกหลอกลวงหรือเป็นที่หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือเป็นผลทำการถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิผู้มีอำนาจนั้นกล่าวหาฐานฉ้อโกงคอระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากกระทำความผิดฐานฉ้อโกง: (1) โดยการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น หรือ (2) โดยการอาศัยความบกพร่องทางสติปัญญาของเด็กหรือความบกพร่องทางจิตใจของผู้ถูกหลอกลวง ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดฐานฉ้อโกงได้ในส่วนนั้น (1) โดยการแสดงตนเป็นคนอื่น (2) โดยอาศัยความฉลาดเบาโดยถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กหรือโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตที่ถูกกล่าวหาผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการฉ้อโกงกระทำโดยการจัดทำหรือทำให้มีการจัดทำประกันภัยทรัพย์สินหรือประกันชีวิตโดยใช้กลอุบายหลอกลวงเพื่อให้บริษัทประกันภัยรับประกันภัยหรือรับประกันภัยในวงเงินที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การฉ้อโกงเป็นคำสั่งหรือทำให้ติดตามประกันวินาศภัยหรือประกันชีวิตในอุบายของการเปิดเผยประกันภัยรับประกันภัยหรือรับประกันภัยในฮาร์ดดิสก์และจะรู้ว่าผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งปรับแสนบาทหรือทั้งจำทั้งจำ
Whoever commits fraud by asserting a falsehood to the public or concealing the facts which should be revealed to the public through a computer system or electronic media of a nature accessible to the general public, shall be punished with imprisonment not exceeding five years or fined not exceeding one hundred thousand Baht, or both.
ผู้ใดกระทำความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือโดยปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อันมีลักษณะเป็นการทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดฉ้อโกงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ให้ไปทำงานให้ตนเองหรือบุคคลที่สาม โดยมีเจตนาที่จะไม่จ่ายค่าจ้างหรือค่าตอบแทนแก่บุคคลเหล่านั้น หรือโดยมีเจตนาที่จะจ่ายค่าจ้างหรือค่าตอบแทนต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามโดยนักข่าวสอบสวนบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ประกอบการงานอย่างใดก็ได้ ให้แก่ผู้บริหารหรือผู้บริหารระดับสูง โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือรายงานของบุคคลในองค์กรหรือโดยโรงงานค่าแรงงานหรืออย่างต่อเนื่องที่ตกลงร่วมกัน ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดทุจริตหลอกลวงผู้อื่นโดยกล่าวเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรเปิดเผย ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงนั้นได้ครอบครองทรัพย์สินเพื่อตนเองหรือบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่ามูลค่าที่แท้จริง กระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามโดยสุจริตหลอกลวงชื่อเสียงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรแจ้งข้อมูลผู้ถูกกล่าวหาจำหน่ายทรัพย์สินให้แก่ตนเองหรือที่กล่าวโดยมิได้รับความเห็นหรือโดยได้รับประสิทธิภาพในราคาที่แท้จริงผู้นั้นคือความผิดฐานฉ้อโกงมะเขือเทศระวางโทษจำคุกในสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever, dishonestly, deceives another person by the assertion of a falsehood or the concealment of facts which should be revealed, and by such deception obtains an electronic fund transfer from the person so deceived or a third person into the account of oneself or a third person, shall be punished with imprisonment not exceeding three years or fined not exceeding sixty thousand Baht, or both.
ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลอื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามเข้าบัญชีของตนเองหรือบุคคลที่สาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ถึง 345 เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๔๑ ถึงมาตรา ๓๔๕ เป็นความผิดและยอมความได้
ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อหวังจะได้รับผลประโยชน์จากประกันภัยทรัพย์สินสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยการทำให้ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยนั้นเสียหาย ทำลาย ลดมูลค่า หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเพื่อให้ตนเองหรือประโยชน์ที่ได้รับจากประกันวินาศความเสียหายส่วนใหญ่ ทำลายความเสียหายของค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งการเอาประกันภัยหลังคาระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าบุคคลใดกระทำการฉ้อโกงตามมาตรา 341 ถึง 345 โดยปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น หรืออาศัยความอ่อนแอทางจิตใจของผู้ถูกหลอกลวงเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเกินกว่าที่ควรจะเป็นตามปกติ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้พิจารณาความผิดฉ้อโกงตามมาตรา ๓๔๑ ถึงมาตรา ๓๔๕ ความเชื่อด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่นหรือโดยอาศัยความเบาปัญญาที่หลอกลวงกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิ่งที่มามักจะมากกว่าปกติผู้มีอำนาจจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสียหาย ลดมูลค่า หรือทำให้ทรัพย์สินที่ตนจำนำไว้กับผู้อื่นใช้การไม่ได้ หากกระทำการโดยมีเจตนาจะทำให้ผู้รับจำนำเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่เสียประโยชน์บ่อยครั้ง ทำลายบางส่วนที่เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่แก่ได้เพื่อให้เกิดระบบแก่ผู้นำจำนำมะเขือเทศระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิหรือจะใช้สิทธิเรียกร้องผ่านศาลแล้ว โดยการยักย้าย ซ่อนเร้น หรือโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้อื่น หรือแสร้งทำเป็นมีหนี้ในจำนวนที่ไม่เป็นความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเพื่อมิให้เจ้าหนี้ที่เป็นหรือของผลประโยชน์ได้รับการชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่เป็นผลที่สามารถใช้หรือเรียกร้องสิทธิเรียกร้องทางศาลให้พิสูจน์เสียซ่อนเร้นหรือโอนไปให้กับผู้อื่นซึ่งทรัพย์สมบัติที่ดีใด ๆ แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงเลยอีกครั้งหนึ่งที่ระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดในบทนี้เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
ผู้ใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นหรือทรัพย์สินที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วม แล้วยักยอกทรัพย์นั้นไปเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของบุคคลที่สาม ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเป็นเจ้าของทรัพย์สินซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นความผิดหรือโดยผู้สอบสวนนั้นผู้มีอำนาจสอบสวนฐานยักยอกข่าวระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือทรัพย์สินที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วม แล้วกระทำการใดๆ โดยทุจริตต่อหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ในทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพย์สินของผลประโยชน์หรือทรัพย์สินที่เจ้าของรวมอยู่ด้วยการปฏิบัติตามความผิดหน้าที่ด้วยประการใดๆ โดยที่ปรึกษาสภาเป็นเหตุให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ผลิตที่เป็นผลสืบเนื่องในนั้นห้องอาหารระวางจะต้องไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำความผิดตามมาตรา 352 หรือมาตรา 353 กระทำโดยบุคคลที่จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาล หรือตามพินัยกรรม หรือโดยบุคคลที่มีอาชีพหรือธุรกิจในลักษณะที่โดยปกติแล้วต้องได้รับความไว้วางใจจากสาธารณชน ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตามมาตรา ๓๕๒ หรือมาตรา ๓๕๓ ผู้มีอำนาจในฐานะผู้จัดการทรัพย์สินของบุคคลอื่นตามคำสั่งของศาล หรือตามพินัยกรรมหรือเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นความน่าเชื่อถือของประชาชน ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดพบทรัพย์สินมีค่าที่ถูกซ่อนหรือฝังไว้ และไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ หากผู้ใดริบเอาทรัพย์สินนั้นไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่น จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครเก็บได้ซึ่งจักรวรรดิ์ทรัพย์อันมีค่าและซ่อนหรือฝังไว้โดยไม่ต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นเจ้าของดัมบังเอาทรัพย์ที่มีหรือของผู้ให้บริการภัตตาคารวางโทษจำคุกเป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดในบทนี้เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
ผู้ใดช่วยปกปิด กำจัด ยึดครอง ซื้อ รับจำนำ หรือรับทรัพย์สินใดๆ ที่ได้มาจากการกระทำความผิด หากความผิดนั้นเป็นการลักทรัพย์ ฉกชิงทรัพย์ ขู่กรรโชก ข่มขู่ ปล้นทรัพย์ ปล้นทรัพย์โดยใช้กำลัง ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ของรัฐ กระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครช่วยซ่อนเร้นช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสียซื้อรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันค้นพบโดยไม่ได้ตั้งใจความผิดของความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ร้านราวทรัพย์กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ปล้นทรัพย์ฉ้อโกงยักยอกหรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ผู้มีอำนาจนั้นในฐานรับของโจรตรวจสอบระวางประจำปีไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดทำลาย ทำให้เสียหาย ลดมูลค่า หรือทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมใช้การไม่ได้ ถือเป็นความผิดฐานทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครที่ทำให้เสียหาย ทำลายความเสียหายบางส่วนค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สมบัติของผู้อื่นหรือผลประโยชน์เจ้าของรวมอยู่ด้วยผู้มีอำนาจนั้นความผิดฐานทำให้เสียสมบัติของปลาหมึกระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากความผิดตามมาตรา 358 กระทำต่อ:
(1) เครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่ใช้ในการเกษตรหรืออุตสาหกรรม
(2) วัว;
(3) ยานพาหนะหรือสัตว์ที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะ
(4) ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร
ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การกระทำความผิดตามมาตรา ๓๕๘ มีต่อ
(๑) เครื่องกลหรือกลไกการทำงานของกสิกรรมหรืออุตสาหกรรม
(๒) ขนส่ง
(๓) ยวดยานหรือสัตว์พาหนะเพื่อตรวจสอบ
(๔) ออกกำลังกายกสิกร
ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดทำลาย ทำให้เสียหาย ลดมูลค่า หรือทำให้ทรัพย์สินที่ใช้หรือบำรุงรักษาเพื่อสาธารณประโยชน์ใช้สอยไม่ได้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใครก็ตามที่ทำให้ทำลายความเสียหายเพียงเล็กน้อยค่าเสื่อมคุณภาพหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งใช้ทรัพยากรตามปกติเพื่อสาธารณประโยชน์ในระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตามมาตรา 358 เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดตามมาตรา ๓๕๘ ถือเป็นความผิดอันยอมความได้
ผู้ใดเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นเพื่อครอบครองที่ดินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ ที่รบกวนการครอบครองที่ดินนั้นโดยสงบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ของประโยชน์เพื่อการถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่เพียงอย่างเดียวหรือเป็นผลจากการใด ๆ ที่เป็นการรบกวนการถือครองทรัพย์สินของเขาในฐานะสวัสดิระวางโทษจำคุกเป็นเวลานานหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งทั้งจำปรับ
ผู้ใดเข้าไปในบ้านพักอาศัย สถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน หรือสำนักงานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันควร หรือปฏิเสธที่จะออกจากสถานที่ดังกล่าวเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้มีสิทธิห้ามเข้า จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ต้องมีเคหสถานสร้างทรัพย์สมบัติหรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นโดยเหตุอันควรหรือไม่ยอมออกจากสถานที่เช่นว่าเมื่อผู้มีสิทธิจะมิให้เข้าไดเ้ขอให้ห้ามไม่ให้มีการบังคับใช้ในศาลสูงสุดหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดเข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอาศัย สถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน หรือสำนักงานของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุอันควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีที่มีเหตุผลอันเป็นผลให้เกิดประโยชน์หรือซ่อนตัวอยู่ในเคหะสถานอาคารทรัพย์สินหรือสำนักงานในความครอบครองของผู้ให้บริการอาหารค่ำในระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หากมีการกระทำความผิดตามมาตรา 362, มาตรา 363 หรือมาตรา 364:
(1) โดยการใช้ความรุนแรงหรือข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง
(2) ด้วยอาวุธ หรือร่วมกับบุคคลอื่น
(3) ในเวลากลางคืน;
ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การตัดสินความผิดตามมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ หรือมาตรา ๓๖๔ เป็นผล
(๑) เพื่อเป็นกำลังประทุษร้ายหรือเพื่อตรวจสอบว่าทำไมกำลังประทุษร้าย
(๒) รายงานการวิจัยหรือโดยร่วมรับผิดชอบต่อความผิดด้วยกันตั้งแต่ก้าวขึ้นไป
(๓) ความพยายาม
ผู้มีอำนาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดในบทนี้เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้
ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
Whoever unlawfully accesses a computer system which has a specific access protection measure not intended for his use, shall be punished with imprisonment not exceeding six months or fined not exceeding ten thousand Baht, or both.
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever unlawfully accesses computer data which has a specific access protection measure not intended for his use, shall be punished with imprisonment not exceeding two years or fined not exceeding forty thousand Baht, or both.
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever commits any act unlawfully to cause the operation of a computer system of another person to be suspended, delayed, obstructed, or disrupted so that it is unable to operate normally, shall be punished with imprisonment not exceeding five years or fined not exceeding one hundred thousand Baht, or both.
ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Whoever commits any act unlawfully to damage, destroy, alter, change, or add to the computer data of another person, in whole or in part, shall be punished with imprisonment not exceeding five years or fined not exceeding one hundred thousand Baht, or both.
ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ ทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ